◀ Previous Next ▶ Up ▲


    ส่งบทความมาให้อ่าน

    เพิ่งเขียนบทความเสร็จ เลยส่งมาให้อ่านกัน ลองอ่านดูนะครับ

    สงกรานต์
    คำถามยอดฮิตหลังเทศกาลสงกรานต์บ้านเราดูจะมีอยู่ 2 คำถาม คำถามแรกคือ “ตายไปเท่าไหร่แล้ว ?” ส่วนคำถามที่สองคือ “ไปเที่ยวไหนมา ?”
    คำถามแรกมีคนคอยตอบอย่างเป็นทางการอยู่แล้ว เราคงไม่ต้องไปแตะต้องอะไรกับมัน ส่วนคำถามที่สอง เป็นเรื่องที่ผมอยากพูดถึง
    สงกรานต์ปีนี้ ผมไม่ได้ออกไปไหนกับใครเขา ได้แต่นั่งมองดูเด็ก ๆ เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน พร้อมทั้งหวนกลับไปนึกถึงความหลังเก่า ๆ ยิ่งมองดู มันยิ่งเหมือนอะไรสักอย่างที่เพิ่งผ่านไป ทั้งที่ในความเป็นจริง เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านั้น ผ่านไปแล้วมากกว่า 30-40 ปี
    เขียนมาอย่างนี้ บางคนอาจจะบอกว่า คนที่พูดถึงอดีต ก็มีแต่คนแก่แล้วเท่านั้น!!!
    แต่ในอีกแง่หนึ่ง การคิดถึงอดีต มันช่วยบอกให้เรารู้ว่า ในถนนสายชีวิต เราเดินมาไกลแค่ไหนแล้ว และเรากำลังจะไปที่ไหนต่อ คนที่อดีตสั้น นอกเหนือจากไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแล้ว อาจจะเพราะเขามีช่วงเวลาในการสะสมอดีตน้อยเกินไป
    นอกจากนั้น อดีตที่สดใส ยังเป็นน้ำหล่อเลี้ยงอย่างดีให้กับชีวิตของเราเอง
    สมัยเด็ก บ้านของเราตั้งอยู่บนถนนริมฝั่งแม่น้ำน่าน ปรกติในฤดูแล้ง น้ำจะลดลงไปค่อนข้างมาก จนตลิ่งสูงชันอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งที่แล้งจัด ๆ ตลิ่งอาจจะสูงถึง 20-30 เมตรทีเดียว
    ขณะที่ในฤดูฝน เมื่อน้ำหลากลงมาจากทางเหนือ มันจะเต็มเปี่ยมสองฟากฝั่งตลิ่ง สำหรับเด็กวัย 4-5 ขวบอย่างผมและเพื่อน ๆ มันดูกว้างและเวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตา
    หน้าน้ำหลาก เกือบทุกเย็น ผมและเพื่อน ๆ เด็กอีกหลายคนจะโดดลงไปเล่นว่ายน้ำกันอย่างสนุกสนาน แน่นอน ต้องอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ตลอดเวลา เพราะเมื่อเราเผลอ สายน้ำที่ขุ่นคลั่กและเชี่ยวกราก พร้อมที่จะกระชากชีวิตของเราไปในชั่วพริบตา หลาย ๆ ครั้งที่การเล่นน้ำของเด็ก ๆ จบลงด้วยโศกนาฏกรรมของบางครอบครัว
    เหนือขึ้นไปจากบ้านผมสักเกือบกิโล เป็นคุ้งน้ำของแม่น้ำน่าน ฤดูแล้ง ที่นั่นจะมีหาดทรายกว้างใหญ่พอให้เราไปวิ่งเล่นกันได้อย่างสนุกสนาน ที่นี่เป็นที่ที่คนหนุ่มสาว ตลอดจนคนแก่เฒ่าพากันมาเล่นน้ำในช่วงสงกรานต์ และตักทรายไปไว้ที่ศาลเจ้าที่เป็นที่เคารพนับถือของคนทั้งอำเภอ ซึ่งห่างลงมาทางใต้ชั่วเดินพอเหนื่อย
    ช่วงสงกรานต์ แถวหน้าบ้านผม หนุ่ม ๆ ในอำเภอมักจะมาดักมองสาว ๆ ที่ตนเองชื่นชอบ ขณะที่สาว ๆ เหล่านั้น กลับมาจากเล่นน้ำที่หาดทราย ภาพที่สาว ๆ ในชุดผ้าถุงเปียกน้ำเดินผ่านไป มักจะเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของหนุ่ม ๆ เหล่านี้ ตอนนั้น ผมยังเด็กนัก ไม่เข้าใจในเรื่องเหล่านี้
    จนอีกหลายปีนั่นแหละ ผมถึงรู้ว่า เขาพูดถึงรูปร่างของสาว ๆ เหล่านั้นกัน!!!
    สงกรานต์ปีหนึ่ง แม่ไม่อยู่บ้าน จำได้ว่า แกไปเยี่ยมพี่สาวที่อยู่อีกจังหวัดหนึ่ง ผมอยู่กับพี่น้อง และแม่บ้านที่คอยดูแลเรา แม่กำชับผมและทุกคนในบ้านอย่างเอาจริงเอาจังว่า แม่ไม่อยู่ห้ามไปเล่นน้ำที่หาดทรายเด็ดขาด เราได้แต่พยักหน้ารับ ทั้ง ๆ ที่ในใจนั้น อยากไปใจจะขาด
    เย็นวันหนึ่ง แม่บ้านเผลอ หรือไปทำอะไรที่ไหนไม่รู้ ผมรีบเดินออกไปจากบ้าน ตรงดิ่งไปยังหาดทรายทันที คนหลายร้อยคนเล่นน้ำอยู่ที่นั่น ทั้งหนุ่มสาว และคนแก่คนเฒ่า
    ผมกระโดดลงไปในน้ำ สาดน้ำไปยังคนที่อยู่รอบข้างอย่างสนุกสนาน ขณะเดียวกันก็ดำผุดดำว่ายอยู่ในแม่น้ำ โดยพยายามเลือกเอาที่ที่ผมสามารถหยั่งเท้าได้ถึง
    พริบตาหนึ่ง ผมรู้สึกว่า เท้าของผมว่างเปล่า มันไม่มีพื้นทรายที่อ่อนนุ่มมารองรับ อันที่จริงมันไม่มีอะไรอยู่ข้างล่างมันอีกเลย นอกจากน้ำของสายน้ำน่าน ที่ได้ชื่อว่ากลืนชีวิตของคนอำเภอนี้ไปมากมายแล้ว
    ผมพยายามทะลึ่งตัวพุ่งขึ้นเหนือน้ำอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนว่า ผิวน้ำยังอยู่สูงขึ้นไปอีก ความรู้สึกในตอนนั้น เหมือนกับว่า ผมคงเสร็จเสียแล้ว ไม่รู้ว่า แม่จะรู้หรือเปล่าว่า ผมไปเล่นน้ำที่หาดทราย และถ้ารู้ แม่จะรู้สึกยังไง
    ขณะที่ดื่มน้ำเข้าไปหลายอึก และแรงใกล้จะหมด ผมรู้สึกเหมือนมีใครมาคว้าเอาแขนของผมไว้ พร้อมทั้งลากตัวผมขึ้นมาจากน้ำ พอเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่า เป็นพี่นิ พี่สาวใจดีที่อยู่ข้างบ้านนั่นเอง
    แกบอกผมว่า ทำไมมาเล่นน้ำอยู่คนเดียว อย่าเล่นลึกนัก เดี๋ยวจมหายไป จะไม่มีใครช่วย ให้เล่นอยู่ข้าง ๆ แกนั่นแหละ ปลอดภัยดี
    เรื่องอย่างนี้ ผมไม่เคยเล่าให้แม่ฟัง แต่ก็ไม่เคยทำอะไรที่แกห้ามอีกเลยเหมือนกัน!!!

    จากคุณ : ประทีป - [ 23 เม.ย. 47 10:20:32 A:202.176.156.106 X: ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม