พระสูตร คืออะไร มีกี่เล่ม?

อาจเป็นคำถามที่เด็กๆ เล็กน้อยนะค่ะ

แต่อยากได้ความรู้แบบ ชัดเจนนะค่ะ และอยากได้คำแนะนำหนังสือที่ควรอ่าน

เนื่องจากตอนนี้ ทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับศาสนาพุทธเซ็นอยู่ ปีหน้าอยากจะขยายกว้างไปทำพุทธหินยาน (เปรียบเทียบกับงานของนักเขียนรางวัลโนเบลชาวไอริช แต่งานเขียนส่วนใหญ่เป็นภาษาฝรั่งเศส ชื่อ Samuel Beckett)

จากคุณ : angel_on_the_moon (angel_on_the_moon) - [ 24 ม.ค. 47 04:17:42 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

http://www.geocities.com/watmai2001/tipitaka_9.htm

หน่วยที่ ๒ เนื้อหาย่อพระไตรปิฎก
ไตรปิฎก "ปิฎกสาม" ปิฎก แปลตามศัพท์อย่างพื้นๆ ว่า กระจาดหรือตะกร้า อันเป็นภาชนะสำหรับใส่รวมของต่างๆ เข้าไว้ นำมาใช้ในความหมายว่า เป็นที่รวบรวมคำสอนในพระพุทธศาสนาที่จัดเป็นหมวดหมู่แล้ว โดยนัยนี้ ไตรปิฎก จึงแปลว่าคัมภีร์ที่บรรจุพุทธพจน์ (และเรื่องราวชั้นเดิมของพระพุทธศาสนา) ๓ ชุด หรือประมวล แห่งคัมภีร์ที่รวบรวมพระธรรมวินัย ๓ หมวด กล่าวคือ วินัยปิฎก สุตตันตปิฎก และอภิธรรมปิฎก, พระไตรปิฎก จัดแบ่งหมวดหมู่โดยย่อดังนี้.
๑. พระวินัยปิฎก ประมวลพุทธพจน์ หมวดพระวินัย คือพุทธบัญญัติเกี่ยวกับความประพฤติ ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมและการดำเนินกิจการต่างๆ ของภิกษุสงฆ์แบ่งเป็น ๕ คัมภีร์ (เรียกย่อ หรือหัวใจว่า อา. ปา. ม. จุ. ป.) คือ
๑) อาทิกัมมิกะ หรือ ปาราชิก ว่าด้วยสิกขาบทที่เกี่ยวกับอาบัติหนักของฝ่ายภิกษุสงฆ์ ตั้งแต่ปาราชิกถึงอนิยต
๒) ปาจิตตีย์ ว่าด้วยสิกขาบทที่เกี่ยวกับอาบัติเบา ตั้งแต่นิสสัคคียปาจิตตีย์ถึงเสขิยะ รวมตลอดทั้งภิกขุนีวิภังค์ทั้งหมด
๓) มหาวรรค ว่าด้วยสิกขาบทนอกพระปาฏิโมกข์ตอนต้น ๑๐ ขันธกะ หรือ ๑๐ ตอน
๔) จุลวรรค ว่าด้วยสิกขาบทนอกพระปาฏิโมกข์ตอนปลาย ๑๒ ขันธกะ
๕) ปริวาร คัมภีร์ประกอบหรือคู่มือ บรรจุคำถามคำตอบสำหรับซ้อมความรู้พระวินัย
พระไตรปิฎกนี้ แบ่งอีกแบบหนึ่งเป็น ๕ คัมภีร์เหมือนกัน (จัด ๒ ข้อ ในแบบต้นนั้นใหม่) คือ
๑) มหาวิภังค์ หรือภิกขุวิภังค์ ว่าด้วยสิกขาบทพระปาฏิโมกข์ (ศีล ๒๒๗ บาลีพระไตรปิฎก
ข้อ) ฝ่ายภิกษุสงฆ์
๒) ภิกขุนีวิภังค์ ว่าด้วยสิกขาบท ในพระปาฏิโมกข์ (ศีล ๓๑๑ ข้อ) ฝ่ายภิกษุณีสงฆ์
๓) มหาวรรค
๔) จุลวรรค
๕) ปริวาร

บางท่านจัดให้ย่นย่อเข้าอีก แบ่งพระวินัยปิฎกเป็น ๓ หมวด คือ
๑) วิภังค์ ว่าด้วยสิกขาบทในพระปาฏิโมกข์ทั้งฝ่ายภิกษุสงฆ์และฝ่ายภิกษุณีสงฆ์ (คือรวมข้อ ๑ และ ๒ ข้างต้นทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน)
๒) ขันธกะ ว่าด้วยสิกขาบทนอกพระปาฏิโมกข์ มี ๒๒ ขันธกะ หรือ ๒๒ บทตอน (คือรวมข้อ ๓ และ ๔ เข้าด้วยกัน)
๓) ปริวาร คัมภีร์ประกอบ (คือข้อ ๕ ข้างต้น)

๒. พระสุตตันตปิฎก ประมวลพุทธพจน์หมวดพระสูตร คือ พระธรรม เทศนา คำบรรยายธรรมต่างๆ ที่ตรัสยักเยื้องให้เหมาะกับบุคคลและโอกาสตลอดบทประพันธ์ เรื่องเล่า และเรื่องราวทั้งหลายที่เป็นชั้นเดิมในพระพุทธศาสนา แบ่งเป็น ๕ นิกาย (เรียกย่อหรือหัวใจว่า ที. ม. สํ. อํ. ขุ.) คือ.-
๑) ทีฆนิกาย ชุมนุมพระสูตรที่มีขนาดยาว ๓๔ สูตร
๒) มัชฌิมนิกาย ชุมนุมพระสูตรที่มีความยาวปานกลาง ๕๑๒ สูตร
๓) สังยุตตนิกาย ชุมนุมพระสูตรที่จัดรวมเข้าเป็นกลุ่มๆ เรียกว่าสังยุตต์ หนึ่งๆ ตามเรื่องที่เนื่องกัน หรือตามหัวข้อหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องรวม ๕๖ สังยุตต์ มี ๗,๗๖๒ สูตร
๔) อังคุตตรนิกาย ชุมนุมพระสูตรที่จัดรวมเข้าเป็นหมวดๆ เรียกว่านิบาตหนึ่งๆ ตามลำดับจำนวนหัวข้อธรรม รวม ๑๑ นิบาต หรือ ๑๑ หมวดธรรม มี ๙,๕๕๗ สูตร
๕) ขุททกนิกาย ชุมนุมพระสูตรคาถาภาษิต คำอธิบาย และเรื่องราว เบ็ดเตล็ด ที่จัดเข้าในสี่นิกายแรกไม่ได้ มี ๑๕ คัมภีร์

๓. พระอภิธรรมปิฎก ประมวลพุทธพจน์หมวดพระอภิธรรม คือหลักธรรมและคำอธิบาย ที่เป็นหลักวิชาล้วนๆ ไม่เกี่ยวด้วยบุคคลหรือเหตุการณ์ แบ่งเป็น ๗ คัมภีร์ (เรียกย่อหรือหัวใจว่า สัง.วิ.ธา.ปุ.ก.ย.ป.) คือ.-
๑) สังคณี หรือ ธัมมสังคณี รวมข้อธรรมเข้าเป็นหมวดหมู่แล้วอธิบายทีละประเภทๆ
๒) วิภังค์ ยกหมวดธรรมสำคัญๆ ขึ้นตั้งเป็นหัวเรื่องแล้วแยกแยะออกอธิบายชี้แจงวินิจฉัยโดยละเอียด
๓) ธาตุกถา สงเคราะห์ข้อธรรมต่างๆ เข้าในขันธ์ อายตนะ ธาตุ
๔) ปุคคลบัญญัติ บัญญัติความหมายของบุคคลประเภทต่างๆ ตามคุณธรรมที่มีอยู่ในบุคคลนั้นๆ
๕) กถาวัตถุแถลงและวินิจฉัยทัศนะของนิกายต่างๆ สมัยสังคายนาครั้งที่ ๓
๖) ยมก ยกหัวข้อธรรมขึ้นวินิจฉัยด้วยวิธีถามตอบ โดยตั้งคำถามย้อนกันเป็นคู่ๆ
๗) ปัฏฐาน หรือมหาปกรณ์ อธิบายปัจจัย ๒๔ แสดงความสัมพันธ์เนื่องอาศัยกันแห่งธรรมทั้งหลายโดยพิสดาร
พระไตรปิฎกที่พิมพ์ด้วยอักษรไทย ท่านจัดแบ่งเป็น ๔๕ เล่ม แสดงพอให้เห็นรูปเค้าดังนี้

---------------------------------------------------
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในเวป ของวัดใหม่ ครับ

พระไตรปิฏกของเถรวาท นี้ถือ ว่า รักษาพระพุทธพจน์ไว้มากที่สุดครับ

 
 


จากคุณ : เฉลิมศักดิ์1 - [ 24 ม.ค. 47 05:06:37 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

http://www.geocities.com/watmai2001/tipitaka_9.htm
ข. พระสุตตันตปิฎก ๒๕ เล่ม
๑) ทีฆนิกาย ๓ เล่ม
เล่ม ๙ สีลขันธวรรค มีพระสูตรขนาดยาว ๑๓ สูตร หลายสูตรกล่าวถึงจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล
เล่ม ๑๐ มหาวรรค มีพระสูตรยาว ๑๐ สูตร ส่วนมากชื่อเริ่มด้วย "มหา" เช่น มหาปรินิพพานสูตร, มหาสติปัฏฐานสูตร
เล่ม ๑๑ ปาฏิกวรรค มีพระสูตรยาว ๑๑ สูตร เริ่มต้นปาฏิกสูตรหลายสูตรมีชื่อเสียง เช่น จักกวัตติสูตร สิงคาลกสูตร สังคีติสูตร

๒) มัชฌิมนิกาย ๓ เล่ม
เล่ม ๑๒ มูลปัณณาสก์ บั้นต้น มีพระสูตรขนาดกลาง ๕๐ สูตร
เล่ม ๑๓ มัชฌิมปัณณาสก์ บั้นกลาง มีพระสูตรขนาดกลาง ๕๐ สูตร
เล่ม ๑๔ อุปริปัณณาสก์ บั้นปลาย มีพระสูตรขนาดกลาง ๕๒ สูตร

๓) สังยุตตนิกาย ๕ เล่ม
เล่ม ๑๕ สคาถวรรค รวมคาถาภาษิต ที่ตรัสและกล่าวตอบบุคคลต่างๆ เช่น เทวดา มาร ภิกษุณี พราหมณ์ พระเจ้าโกศล จัดเป็น กลุ่มเรื่องตามบุคคลและสถานที่ มี ๑๑ สังยุตต์
เล่ม ๑๖ นิทานวรรค ครึ่งเล่มว่าด้วยเหตุปัจจัย คือหลักปฏิจจสมุปบาท นอกนั้นมีเรื่องธาตุ การบรรลุธรรม สังสารวัฏ ลาภสักการะเป็นต้น จัดเป็น ๑๐ สังยุตต์
เล่ม ๑๗ ขันธวารวรรค ว่าด้วยเรื่องขันธ์ ๕ ในแง่มุมต่างๆ มีเรื่องเบ็ดเตล็ดรวมทั้งเรื่องสมาธิและทิฏฐิต่างๆ ปะปนอยู่บ้าง จัดเป็น ๑๓ สังยุตต์
เล่ม ๑๘ สฬายตนวรรค เกือบครึ่งเล่มว่าด้วยอายตนะ ๖ ตามแนวไตรลักษณ์ เรื่องอื่นมีเบญจศีล ข้อปฏิบัติให้ถึง อสังขตะ อันตคาหิกทิฏฐิ เป็นต้น จัดเป็น ๑๐ สังยุตต์
เล่ม ๑๙ มหาวรรค ว่าด้วยโพธิปักขิยธรรม ๓๗ แต่เรียงลำดับเป็นมรรค โพชฌงค์ สติปัฏฐาน อินทรีย์ สัมมัปปธาน พละ อิทธิบาท รวมทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้อง เช่น นิวรณ์ สังโยชน์ อริยสัจจ์ ฌาน ตลอดจนองค์คุณของพระโสดาบันและอานิสงส์ของการบรรลุโสดาปัตติผล จัดเป็น ๑๒ สังยุตต์ (พึงสังเกตว่าคัมภีร์นี้เริ่มต้นด้วยการย้ำความมีกัลยาณมิตรเป็นจุดเริ่มต้นเข้าสู่มรรค)

๔) อังคุตตรนิกาย ๕ เล่ม
เล่ม ๒๐ เอก-ทุก-ติกนิบาต ว่าด้วยธรรม หมวด ๑ หมวด ๒ หมวด ๓ รวมทั้งเรื่องเอตทัคคะ
เล่ม ๒๑ จตุกกนิบาต ว่าด้วยธรรมหมวด ๔
เล่ม ๒๒ ปัญจก-ฉักกนิบาต ว่าด้วยธรรมหมวด ๕-๖
เล่ม ๒๓ สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต ว่าด้วยธรรมหมวด ๗-๘-๙
เล่ม ๒๔ ทสก-เอกาทสนิบาต ว่าด้วยธรรมหมวด ๑๐-๑๑
ในอังคุตตรนิกายมีข้อธรรมหลากหลายลักษณะ ตั้งแต่ทิฏฐธัมมิกัตถะ ถึง ปรมัตถะ ทั้งสำหรับบรรพชิตและสำหรับคฤหัสถ์ กระจายกันอยู่โดยเรียงตามจำนวน

๕) ขุททกนิกาย ๙ เล่ม
เล่ม ๒๕ รวมคัมภีร์ย่อย ๕ เล่ม คือ
- ขุททกปาฐะ (บทสวดย่อยๆ โดยเฉพาะมงคลสูตร รตนสูตร กรณีย เมตตสูตร)
- ธรรมบท (เฉพาะตัวคาถาทั้ง ๔๒๓)
- อุทาน (พุทธอุทาน ๘๐)
- อิติวุตติกะ (พระสูตร ที่ไม่ขึ้นต้นด้วย "เอวมฺเม สุตํ" แต่เชื่อมความเข้าสู่คาถาด้วยคำว่า "อิติ วุจฺจติ") รวม ๑๑๒ สูตร และ
- สุตตนิบาต (ชุมนุมพระสูตรชุดพิเศษ ซึ่งเป็นคาถาล้วนหรือมีความนำเป็นร้อยแก้ว) รวม ๗๑ สูตร
เล่ม ๒๖ มีคัมภีร์ย่อยที่เป็นคาถาล้วน ๔ คือ
- วิมานวัตถุ (เรื่องผู้เกิดในสวรรค์อยู่วิมาน เล่าการทำความดีของตนในอดีต ที่ทำให้ได้ไปเกิดเช่นนั้น ๘๕ เรื่อง)
- เปตวัตถุ (เรื่องเปรตเล่ากรรมชั่วในอดีตของตน ๕๑ เรื่อง)
- เถรคาถา (คาถาของพระอรหันตเถระ ๒๖๔ รูป ที่กล่าวแสดงความ รู้สึกสงบประณีต ในการบรรลุธรรม เป็นต้น)
- เถรีคาถา (คาถาของพระอรหันตเถรี ๗๓ รูป ที่กล่าวแสดงความรู้สึกเช่นนั้น)
เล่ม ๒๗ ชาดก ภาค ๑ รวมคาถาแสดงคติธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสเมื่อครั้งเป็นพระโพธิสัตว์ในอดีตชาติ และมีคาถาภาษิตของผู้อื่นปนอยู่บ้าง ภาคแรก ตั้งแต่เรื่องที่มีคาถาเดียว (เอกนิบาต) ถึงเรื่องมี ๔๐ คาถา (จัตตาฬีสนิบาต) รวม ๕๒๕ เรื่อง
เล่ม ๒๘ ชาดก ภาค ๒ รวมคาถาอย่างในภาค ๑ นั้น เพิ่มอีก แต่เป็นเรื่องอย่างยาว ตั้งแต่เรื่องมี ๕๐ คาถา (ปัญญาสนิบาต) ถึงเรื่องคาถามากมาย (มหานิบาต) จบลงด้วยมหาเวสสันดรชาดก ซึ่งมี ๑,๐๐๐ คาถา รวมอีก ๒๒ เรื่อง บรรจบทั้งสองภาค เป็น ๕๔๗ ชาดก
เล่ม ๒๙ มหานิทเทส ภาษิตของพระสารีบุตรอธิบายขยายความพระสูตร ๑๖ สูตร ในอัฏฐกวรรคแห่งสุตตนิบาต
เล่ม ๓๐ จูฬนิทเทส ภาษิตของพระสารีบุตรขยายความพระสูตร ๑๖ สูตร ในปารายนวรรค และขัคควิสาณสูตในอุรควรรค แห่งสุตตนิบาต
เล่ม ๓๑ ปฏิสัมภิทามรรค ภาษิตของพระสารีบุตรอธิบายข้อธรรมที่ลึกซึ้งต่างๆ เช่นเรื่อง ญาณ ทิฏฐิ อานาปานอินทรีย์ วิโมกข์ อย่างพิสดาร เป็นทางแห่งปัญญาแตกฉาน
เล่ม ๓๒ อปทาน ภาค ๑ คาถาประพันธ์แสดงประวัติโดยเฉพาะในอดีตชาติ เริ่มด้วยพุทธอปทาน (ประวัติของพระพุทธเจ้า) ปัจเจกพุทธอปทาน (เรื่องราวของพระปัจเจกพุทธเจ้า) ต่อด้วยเถรอปทาน (อัตตประวัติแห่งพระอรหันตเถระ) เรียงลำดับเริ่มแต่พระสารีบุตร ตามด้วยพระมหาโมคคัลลานะ พระมหากัสสปะ พระอนุรุทธ พระ ปุณณมันตานีบุตร พระอุบาลี พระอัญญาโกณฑัญญะ พระปิณโฑลภารทวาชะ พระขทิรวนิยเรวตะ พระอานนท์ ต่อเรื่อยไปจนจบภาค ๑ รวมพระอรหันตเถระ ๔๑๐ รูป
เล่ม ๓๓ อปาทาน ภาค ๒ คาถาประพันธ์แสดงอัตตประวัติพระอรหันตเถระต่ออีกจนถึงรูปที่ ๕๕๐ ต่อนั้นเป็นเถรีอปทานแสดงเรื่องราวของพระอรหันตเถรี ๔๐ เรื่อง เริ่มด้วยพระเถรีที่ไม่คุ้นนาม ๑๖ รูป ต่อด้วยพระเถรีที่สำคัญ เรียงลำดับคือพระมหาปชาบดีโคตมี พระเขมา พระอุบลวรรณาเถรี พระปฏาจารา พระกุณฑลเกสี พระกีสาโคตมี พระธรรมทินนา พระสกุลา พระนันทา พระโสณา พระภัททกาปิลานี พระยโสธรา และท่านอื่นๆ ต่อไปจนจบ ครั้นจบอปทานแล้ว ท้ายเล่ม ๓๓ นี้ มีคัมภีร์พุทธวงส์เป็นคาถาประพันธ์ แสดงเรื่องของพระพุทธเจ้าในอดีต ๒๔ พระองค์ที่พระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบันเคยได้ทรงเฝ้าและได้รับพยากรณ์จนถึงประวัติของพระองค์เองรวมเป็นพระพุทธเจ้า ๒๕ พระองค์จบแล้วมีคัมภีร์สั้นๆ ชื่อ จริยาปิฎก เป็นท้ายสุด แสดงพุทธจริยาในอดีตชาติ ๓๕ เรื่องที่มีแล้วในชาดก แต่เล่าด้วยคาถาประพันธ์ใหม่ชี้ตัวอย่างการบำเพ็ญบารมีบางข้อ



จากคุณ : เฉลิมศักดิ์1 - [ 24 ม.ค. 47 05:08:55 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

สาเหตุที่ต้องมีนิกายต่างๆ ขึ้นมา รวมทั้ง พุทธเซ็น ที่เจ้าของกระทู้ศึกษาอยู่
------------------------------------------------------
ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา ของอาจารย์เสถียร โพธินันทะ ตอนที่ ๑ & ๒ จากคุณ : p.p_upasmo
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K2609439/K2609439.html

http://pantip.com/cafe/library/topic/K2614248/K2614248.html


จากคุณ : เฉลิมศักดิ์1 - [ 24 ม.ค. 47 05:22:48 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

ปัจจุบันก็มีอาจารย์บางท่าน ที่ไม่เห็นด้วยกับพระไตรปิฏกเถรวาท และอรรถกถา เช่นท่านพุทธทาส ที่พยายามตัดโน่น ตัดนี่ออก ท่านก็ศึกษา ลัทธิเซ็น และเป็นผู้ที่นำมาเผยแพร่ในรุ่นแรก ๆ แล้วก็ตัดพระไตรปิฏกเถรวาทออก ๖๐ %
---------------------------------------
- ในหนังสือ "อภิธรรมคืออะไร" หน้า ๕๕ ว่า
------------- ทีนี้จะพูดเรื่อยๆ ไปตามที่เห็นว่าสมควรจะพูด ทำไมเราจึงกล้าวิจารณ์ขนาดนี้ ?จะชอบไหม ว่าทำไมเราจึงกล้าวิจารณ์กันอย่างอิสระเช่นนี้? ในข้อนี้จะขอพูดไว้ทีเดียวหมดเลย สำหรับใช้ได้ทุกๆคราวทุกๆเรื่องว่า ทำไมเราจึงกล้าวิจารณ์กันขนาดนี้
ข้อหนึ่ง ก็เพราะว่าพระไตรปิฏกทีแรกจำกันมาด้วยปาก ฟังด้วยหู บอกกันด้วยปากเรื่อยมาเป็นเวลาตั้ง ๔๐๐- ๕๐๐ ปี จึงได้เขียนเป็นตัวหนังสือ มันอาจจะมีผิดเพี้ยนหลงลืมโดยไม่เจตนาในชั่ว ๔๐๐ - ๕๐๐ ปีนี้ ฉะนั้นเราจึงต้องกล้าวิจารณ์
อีกข้อหนึ่งแม้เป็นตัวหนังสือแล้ว มันก็ตั้ง ๒๐๐๐ ปีมาแล้ว ที่เขียนเป็นตัวหนังสือแล้วเมื่อ พศ. ๕๐๐ มาถึงเดี๋ยวนี้มัน ๒๐๐๐ ปีแล้ว ฉะนั้นมันอาจจะมีอะไรสูญหาย หรือเพิ่มเข้ามาชดเชยหรือว่าเพิ่มเติมเข้าไปโดยเจตนาบ้าง ไม่เจตนาบ้าง อย่างนี้มันอาจจะมี แม้แต่คัดลอกผิดมันก็มี ฉะนั้นเราจึงกล้าวิจารณ์
ทีนี้การกล้าวิจารณ์นี้ไม่ใช่เราอวดดี พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้โดยกาลามสูตร อย่าเชื่อแม้แต่เพราะเหตุว่าสมณะองค์นี้เป็นครูของข้าพเจ้า แม้แต่พระพุทธเจ้าเอง อย่าเชื่อเพราะมันมีในพระไตรปิฏก, อย่าเชื่อเพราะมันน่าเชื่อ,อย่าเชื่อเพราะมันมีเหตุผลทางตรรก ทาง Logic ทางปรัชญา เป็นต้น ให้เชื่อเมื่อมันปรากฏแก่ใจแล้วว่ามันเป็นเช่นนั้นจริง พระพุทธเจ้าทรงเปิดให้อย่างอิสระถึงที่สุดอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเราจึงกล้าวิจารณ์ แม้แต่วิจารณ์พระพุทธเจ้าเอง นี่พูดอย่างนี้บาปหรือไม่บาปก็ไปคิดเอาเองเถอะ บางคนคิดว่าพูดจาบจ้วงพระพุทธเจ้า แต่ว่าพระพุทธเจ้าท่านสั่งว่าอย่างนั้น
----- " ให้โกยอภิธรรมทิ้งให้หมด อภิธรรมที่รู้กันอยู่นั่นแหละ อภิธรรมปิฏก อภิธัมมัตถสังคหะ อภิธรรมอะไรก็ตามที่ระบุไปที่อภิธรรมเฟ้อนี้โกยทิ้งไปเสียให้หมด เราก็ไม่ขาดอะไร" (หน้า ๑๐๒)
------"แล้วในที่สุดไปหลงมหากุศล จะหอบหิ้วมหากุศลอันนี้เอาไปด้วย จิตดวงนี้ไปในภพโน้น ไปเกิดด้วยกัน มันเป็นสัสสตทิฏฐิ แล้วบางคนอธิบายว่า เป็นพระโสดาบันเกิด ๗ ชาติ แล้วมันจะเป็นไปได้อย่างไร นั่นแหละคือสัสสตทิฏฐิหรือ มิจฉาทิฏฐิ"(หน้า ๒๓)
จากบทสัมภาษณ์ของท่านพุทธทาส
-http://www.buddhadasa.org/html/life-work/bio/tell_chapter6-04.html
สำหรับคนทั่วไป คนพื้นฐานที่ไร้การศึกษาก็ไม่ต้องฉีกออก และไม่มีอะไรที่จะต้องฉีกออก แต่ถ้าจะแสดงแก่นักวิทยาศาสตร์แท้จริง นักโบราณคดีแท้จริง ต้องปลด ๆ ออกเสีย ๖๐% เหลือ ๔๐% จึงจะสะอาด สะอาดบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว เหลือแต่แกนกับแก่น เหลือแต่เพชรเหลือแต่ทองคำ (หัวเราะ)
-------------------------------------

เมื่อท่านพุทธทาสไม่เชื่อในพระไตรปิฏกแล้ว ท่านยังไม่เชื่อในอรรถกถาจารย์อีก
-ประวัติพระพุทธโฆสาจารย์(โฆษาจารย์) ผู้รจนาคัมภีร์วิสุทธิมรรค http://dharma.school.net.th/cgi-bin/kratoo.pl/008637.htm

---------------------------------------------------

 
 


จากคุณ : เฉลิมศักดิ์1 - [ 24 ม.ค. 47 05:27:53 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

ในห้องนี้ก็มีผู้ที่ได้รับอิทธิพลทางความเชื่อนี้ ก็มีท่านโชติ และก็ได้ตั้งนิกายใหม่ขึ้นมาชื่อว่า เซนเถรวาท
------------------------------------------------------
http://pantip.com/cafe/library/topic/K2629382/K2629382.html
เมื่อควรต้องยึด ยึดมพุทธวจนะในพระไตรปิฎก ฉบับเถรวาท (๔ อาคม +ขุททกนิกายฯ) ยังดีกว่า ยึด คำพูดของเกจิอาจารย์ ไม่เว้นท่านเว่ยหล่าง (แต่ไม่ใช่ไม่ฟังนะ)

เพราะในพระไตรปิฎก มีพุทธวจนะ กาลามสูตร ไว้
ตรัสไว้ ๑๐ ข้อ
ข้อที่ ๑๐ ใจความคือ อย่าปลงใจเชื่อทันทีอย่างฝังใจลงไป(อนุเสติ) เพียงเหตุเพราะว่า เรานับถือว่า นี่ เป็นอาจารย์ของเรา

กาลามสูตร มีในมหาปิฎกของนิกายมหายานไหม .... มี
แต่.... ไม่เน้นย้ำพร่ำสอน....ทำไม?

จากคุณ : เซนเถรวาท (F=9b)


จากคุณ : เฉลิมศักดิ์1 - [ 24 ม.ค. 47 05:32:02 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

เกี่ยวกับเรื่องวินิจฉัยว่าอะไรเป็นธรรม อะไรเป็นวินัย ผมขอนำข้อความจากหนังสือ กรณีธรรมกาย ของพระธรรมปิฏกมาชี้แจงเพิ่มเติมดังนี้
------------------------------------------------------------------------
เมื่อสงสัยคำหรือข้อความใดแม้ในพระไตรปิฏก ก็ไม่จำเป็นต้องเชื่อทันทีอย่างผูกขาด แต่สามารถตรวจสอบก่อน ดังที่พระพุทธเจ้าได้ทรงวางหลักทั่วไปไว้แล้ว ซึ่งสำหรับพวกเราบัดนี้ก็คือการใช้คำสั่งสอนในพระไตรปิฏก ตรวจสอบแม้แต่คำสั่งสอนในพระไตรปิฏกด้วยกันเอง กล่าวคือ หลักมหาปเทส ๔ ได้แก่ที่อ้างอิงใหญ่ หรือหลักใหญ่สำหรับใช้อ้างเพื่อสอบสวนเทียบเคียง เริ่มแต่หมวดแรก ที่เป็นชุดใหญ่ ซึ่งแยกเป็น
๑. พุทธาปเทส (ยกเอาพระพุทธเจ้าขึ้นอ้าง)
๒. สังฆาปเทส (ยกเอาสงฆ์ทั้งหมู่ขึ้นอ้าง)
๓. สัมพหุลัตเถราปเทส(ยกเอาพระเถระจำนวนมากขึ้นอ้าง)
๔. เอกเถราปเทส(ยกเอาพระเถระรูปหนึ่งขึ้นอ้าง)
(ที.ม. ๑๐/๑๑๓/๑๐๔)
เมื่อพิจารณากว้างออกไป โดยครอบคลุมถึงคำสอนรุ่นหลังๆหรือลำดับรองลงมา ท่านก็มีหลักเกณฑ์ที่จะให้ความสำคัญในการวินิจฉัยลดหลั่นกันลงมา โดยวางเกณฑ์วินิจฉัยคำสอนความเชื่อและการปฏิบัติ เป็น ๔ ขั้นคือ(ที.อ. ๒/๑๗๒)
๑. สุตตะ ได้แก่ พระไตรปิฏก
๒. สุตตานุโลม ได้แก่ มหาปเทส (ยอมรับอรรถกถาด้วย)
๓. อาจาริยวาท ได้แก่ อรรถกถา (พ่วงฎีกา อนุฎีกาด้วย)
๔. อัตตโนมติ ได้แก่ มติของบุคคลที่นกจากสามข้อต้น
" สุตตะ" คือพุทธพจน์ที่มาในพระไตรปิฏกนั้น ท่านถือเป็นมาตรฐานใหญ่ หรือเกณฑ์สูงสุด ดังคำที่ว่า
" แท้จริง สุตตะ เป็นของคืนกลับไม่ได้ มีค่าเท่ากับการกสงฆ์
(ที่ประชุมพระอรหันตสาวก ๕๐๐ รูป ผู้ทำสังคายนาครั้งที่ ๑)
เป็นเหมือนครั้งที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายยังสถิตอยู่"(วินย.อ. ๑/๒๗๒)
"เพราะว่าเมื่อค้านสุตตะก็คือค้านพระพุทธเจ้า"(วินย.ฏีกา.๒/๗๑)
นี้เป็นตัวอย่างหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่พระเถระในอดีตได้ถือปฏิบัติในการดำรงรักษาพระธรรมวินัยสืบกันมา ซึ่งแสดงให้เห็นทั้งประสบการณ์ในการทำงาน และจิตใจที่ให้ความสำคัญแก่พระธรรมวินัยนั้นอย่างมั่นคงยิ่งในหลักการ ท่านจึงรักษาพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ยืนนานมาถึงเราได้ ชนิดที่ว่าแม้พวกเราในปัจจุบันจะไม่เอาใจใส่ แต่ก็มีโอกาสให้ยุคต่อไปที่ตื่นตัวขึ้นสามารถเข้าถึงพระพุทธศาสนาได้อีก
ในการวินิจฉัยว่า อะไรเป็นธรรม อะไรเป็นวินัยอย่างนี้ท่านมีหลักเกณฑ์วินิจฉัย ซึ่งเป็นเครื่องรักษาพระพุทธศาสนาตลอดมาเป็นเครื่องตัดสิน คือ มหาปเทส ๔ ทั้ง ๓ ชุด
สำหรับกรณ๊อย่างนี้ ก็ใช็ชุดที่ ๓ อันได้แก่
๑. สุตตะ ได้แก่ พระไตรปิฏก
๒. สุตตานุโลม ได้แก่ มหาปเทส (ยอมรับอรรถกถาด้วย)
๓. อาจาริยวาท ได้แก่ อรรถกถา (พ่วงฎีกา อนุฎีกาด้วย)
๔. อัตตโนมติ ได้แก่ มติของบุคคลที่นกจากสามข้อต้น,ทัศนะ ความเห็นของท่านผู้รู้ เป็นต้น
ข้อ ๑. ตัดสิน ข้อ ๒-๓-๔
ข้อ ๒. ตัดสิน ข้อ ๓-๔
ข้อ ๓. ตัดสิน ข้อ ๔
ทัศนะ ความเห็น คำอธิบายของพระเถระ และพระมหาเถระทั้งหลายเป็นต้น จัดเป็นอัตตโนมติ(ท่านไม่ยอมรับเป็นอาจริยวาทเพราะอาจริยวาทนั้นจับเอาขั้นเป็นอาจริยวงส์)
มติ ทัศนะ ความเห็น คำอธิบายของพระเถระ พระมหาเถระ ครูอาจารย์นั้น มีไว้สำหรับเป็นเครื่องช่วย หรือเป็นเครื่องร่วมในการศึกษาพระธรรมวินัยแก่เรา แต่จะนำมาใช้เป็นเกณฑ์วินิจฉัยพระธรรมวินัยไม่ได้ มีแต่ต้องเอาธรรมวินัยมาวินิจฉัยครูอาจารย์
----------------------------------------

 
 


จากคุณ : เฉลิมศักดิ์1 - [ 24 ม.ค. 47 05:37:59 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

สุตต หรือพระสูตร เป็นคำอันเดียวกัน แปลว่าฟัง หรือได้ยินมา ดังนั้นพระสูตรก็คือเรื่องที่ได้รับฟังมาจากพระพุทธเจ้า ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่พระอานนท์เล่าให้ที่ประชุมสงฆ์ฟังในคราวรวบรวมคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหมวดหมู่เต็มรูปแบบครั้งแรก(ปฐมสังคายนา)ซึ่งก่อนหน้านั้นก็มีการรวบรวมเรียบเรียงคำสอนของพระพุทธเจ้าและพระสาวกมาบ้างแล้วเช่นสังคีติสูตร และทสุตตรสูตรโดยพระธรรมเสนาบดีสารีบุตรเป็นต้นครับ

จากคุณ : นันทวาสี - [ 24 ม.ค. 47 06:11:44 A:61.19.199.142 X:172.17.20.165 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8


เมืองไทยนี้ดี
มีคนประเภท"จิตไม่ว่าง"เยอะ

นาย F (อมนุษย์) ตั้งนิกายใหม่ ชื่อ เซนเถรวาท
พระธรรมปิฎก ตั้งศาสนาใหม่ ชื่อ ศาสนาธรรมวินัย

""พระพุทธศาสนาประกอบด้วยหลักการสองส่วนนี้ เพราะฉนั้น "ธรรมวินัย" จึงเป็นชื่อเดิมของพระพุทธศาสนา เวลานี้เรามักจะมองแต่ตัวธรรม ...ฯลฯ... พระพุทธเจ้าทรงเรียกศาสนาของพระองค์ว่า "ธรรมวินัย" ส่วนคำว่า"พุทธศาสนา"เดิมไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าอะไร ฯ"

หนังสือ "การสร้างสรรค์ปัญญาเพื่ออนาคตของมนุษย์ชาติ"
โดย พระธรรมปิฎก(ป.อ. ปยุตฺโต)


จากคุณ : พุทธศาสนา ไม่สำคัญ ? - [ 24 ม.ค. 47 07:02:24 A:203.107.144.208 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9


แก้ไขครับ แก้ไข

"ส่วนคำว่า"พุทธศาสนา"เดิมไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าอะไร"
...........................................................................

แก้เป็น "ส่วนคำว่า"พุทธศาสนา"เดิมไม่ค่อยมีความสำคัญอะไร"


จากคุณ : พระสงฆ์ศาสนาไหน ? - [ 24 ม.ค. 47 08:41:54 A:203.107.144.208 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

การอ่านไม่ทำให้เข้าถึงธรรมะได้
เหมือนกับการว่ายน้ำ ไปอ่านจากตำราสอนว่ายน้ำ
ทำยังไงก็ว่ายนำไม่เป็น ยิ่งถ้าใส่ชุดยี่เกลงไปก็จมน้ำตาย
เอาง่ายๆ

โดยเฉพาะถ้ากรรมไม่ดีไปอ่านจากหนังสือที่แต่งโดยนักขีดเขียนแต่ว่ายน้ำไม่เป็นก็ยิ่งแล้วใหญ่ คือไปลอกมาจากตำราดั้งเดิมแล้วมาดัดแปลงตามความคิดของตนเอง ว่าว่ายน้ำต้องทำท่าอย่านั้นๆ มีท่า back stroke บ้าง butter fly บ้างและเผลอๆ ก็ดันเขียนมาบอกว่า ตำราของปรมาจารย์ที่เขียนมาตั้ง 2500 ปีกว่า นั่นแหละ มันไม่ค่อยจะจำเป้นตัดมันออกเสีย 30 % ไปทิ้งน้ำ !!!!!

และก็แปลกนะ พวกนักขีดเขียนนี่ก็ทำหนังสือออกมาเยอะซะด้วย ( แต่ก่อนเคยส่งผลงานไปตามโรงพิมพ์แต่เขาไม่ลงให้ ก็เลยขอตังค์ทางบ้านซื้อเครื่องพิมพ์มาพิมพ์แจกและขายเอง ) คนที่ไม่รู้เรื่องก็คิดว่าคนเขียนนั้นว่ายน้ำเป็น( เอิ๊กๆ )

ถ้าอยากได้ความรู้จริง ก็ต้องดูคนเขียนหนังสือด้วยนะ
ว่าทั้งชีวิตหากินกับการเขียนแต่หนังสือมีหนังสือออกมามากมายก่ายกอง มีประสบการณ์ปฎิบัติธรรมมาบ้างไหม

แต่บางทีการที่จะขีดเขียนให้ได้รับรางวัลโนเบลก็ไม่จำเป็นต้องรู้ธรรมะจริงๆก็ได้ เพราะว่าคนให้รางวัลก็ไม่รู้ว่าธรรมะคืออะไร



จากคุณ : อยู่ว่าต้องการอะไร - [ 24 ม.ค. 47 12:46:44 A:210.86.159.173 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

แนะนำ :-
           ความหมายพระสุตตันตปิฎก

http://84000.org/tipitaka/read/?ความหมายพระสุตตันตปิฎก     

           สารบัญพระสุตตันตปิฎก

http://84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระสุตตันตปิฎก


จากคุณ : ฐานาฐานะ - [ 24 ม.ค. 47 15:33:00 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

(๑) ความคิดเห็นที่ 5
ในห้องนี้ก็มีผู้ที่ได้รับอิทธิพลทางความเชื่อนี้ ก็มีท่านโชติ และก็ได้ตั้งนิกายใหม่ขึ้นมาชื่อว่า เซนเถรวาท

เจตนาแล้วพิมพ์ออกมาดังที่ปรากฎ แปลว่า ????
-----------------------------------------------------------
(๒) ความคิดเห็นที่ 8
เมืองไทยนี้ดี
มีคนประเภท"จิตไม่ว่าง"เยอะ

นาย F (อมนุษย์) ตั้งนิกายใหม่ ชื่อ เซนเถรวาท
พระธรรมปิฎก ตั้งศาสนาใหม่ ชื่อ ศาสนาธรรมวินัย

เจตนาแล้วพิมพ์ออกมาดังที่ปรากฎ แปลว่า ????
-----------------------------------------------------------
จาก ๑ และ ๒
จะแปลว่า ???? ไม่ต้องเสียเวลาไปอยากรู้

มีเรื่องที่ ควรต้องรู้ นะครับ เช่น
(๑) กาลามสูตร เพราะพระพุทธองค์ ทรงประทาน อิสระภาพทาง ความเชื่อให้ไว้ ชนิดที่ ศาสดาและสาวกหรือผู้อื่น ไม่ เสนอเช่นนี้ ฯ

(๒) F ออกมาอะไรอะไรที่กระดานนี้ อย่าง พุทธวจนะนิยม

ย้ำคำว่า พุทธวจนะนิยม

เมื่อ เพ่ง พุทธวจนะ ชั้น ปฐมสังคายนาคือพระพุทธวจนะ
จึง = เซนเถรวาท
เพราะ เซน มาจากคำว่า ธยาน
ธยาน มาจากคำว่า ฌาน แปลว่า เพ่ง
เพ่งอารมณ์ ได้ผล เป็นสมถะ
เพ่งลักษณะ ได้ผลเป็น การเห็นแจ่มแจ้ง

จึงเป็นเหตุให้ บางท่านที่ ???? (ไม่ทุกคน) จึงอะไรอะไรกับ F
ดัง คคห ข้างบน เป็นตัวอย่างนั้น

ถามว่า
พระสูตรคืออะไร?
พระสูตร (พระวินัย) คือ พุทธวจนะ

อื่นจากนั้น ไม่ใช่พระสูตร ครับ
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมด ก็ ....แปลมาทั้งนั้น ฯ

อย่าลืม พระสูตร....กาลามสูตร นะครับ


จากคุณ : F (F=9b) - [ 24 ม.ค. 47 16:45:51 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

ตอบคุณ "อยู่ว่าต้องการอะไร"ค่ะ

เข้าใจที่คุณเสนอแนะนะค่ะ

เพียงสิ่งที่ดิฉันกำลังศึกษา เป็นการมองคนละจุดกับที่คุณแนะ

เข้าใจมาต้องปฏิบัติ จึงจะเข้าถึง ธรรมที่แท้จริง (ดิฉันก็นั่งสมาธิเหมือนกัน) แต่ สำหรับเรื่องการศึกษา นั้น ไม่ได้ดูว่านักเขียน คนนี้ มีธรรมหรือไม่ แต่ดูลักษณะการมองปัญหาของเขา ที่เป็นไปในทางเดียวกันกับศาสนาพุทธ

แต่ก็ตระหนักเสมอว่า ไม่สามารถเอามาเปรียบเทียบกันได้ เพียงแต่เป็นการฝึกระบบความคิด ดูสิ่งที่เรียกว่าวรรณคดีค่ะ

จุดมุ่งหมายของการทำงานค้นคว้านี้ จึงไม่ใช่ จุดมุ่งหมายเดียวกับ สิ่งที่คุณชี้ค่ะ ดิฉันรู้ดีว่าตัวเองไม่ได้มีความรู้ เท่าที่ท่านผู้รู้ ผู้ปฏิบัติหลายๆคนที่นี่มี แต่สนใจ อยากศึกษา จึงได้ตั้งกระทู้ถาม และการที่ตัวเองศึกษาวรรณคดีและความคิดตะวันตก ก็เป็นการมองรอบตัว อีกแบบหนึ่งค่ะ คงไม่ได้ทำให้ปล่อยวางได้ เพราะเป็นคนละมุมมองการมองชีวิต และตัวเราเองที่ต่างกัน แต่จริงๆ ก็ไม่ได้ต่างกันขนาดนั้น เพียงแต่ศาสนาพุทธ สอนทางออกค่ะ

ถ้า คุณศึกษาและปฏิบัติธรรม แต่มองคนรอบตัว เป็นคนมองผิดหมด เข้าผิดหมด อาจจะต้องกลับมามองตัวคุณเองบ้างแล้วเหมือนกัน ว่ายิดติดอะไรหรือเปล่า มองคนอื่นในทางใดบ้าง?

คนที่ไม่ได้ปฏิบัติธรรมบางคน อาจเข้าใจธรรมชาติของโลกได้เช่นกัน ไม่มากก็น้อย เข้าใจความทุกข์ เข้าใจว่าทุกอย่างมากจากอัตตา เพราะ (ตามที่ดิฉันเข้าใจ) ทุกอย่างที่พระพุทธองค์สอน ก็คือความจริง ที่มีอยู่ ที่ทุกคนมีอยู่ และไม่ใช่โลกที่เปลี่ยนเมื่อคุณเข้าใจธรรม แต่การ"มอง"โลกและการมองตัวเองต่างหากที่เปลี่ยน หรือเปล่าค่ะ?

ขอบคุณทุกคนที่ตอบและชี้ทางนะค่ะ เดี๋ยวจะพิมพ์ออกมา แล้วอ่านค่ะ


จากคุณ : angel_on_the_moon - [ 24 ม.ค. 47 17:38:45 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

"ถ้า คุณศึกษาและปฏิบัติธรรม แต่มองคนรอบตัว เป็นคนมองผิดหมด เข้าผิดหมด....."

ถ้าคุณอ่านที่ผมเขียนข้างบน(และจากที่อื่นมา)ออกมาสรุปได้แค่นี้ ก็ไม่สมควรจะทะเยอทะยานไปทำวิทยานิพนธ์ให้ขายขี้หน้าเขานะครับ

ผมเตือนให้อ่านของจริงไม่ให้อ่านจากนักเขียนที่คุณไปยึดติดต่างหาก

ส่วนไหนที่ผมบอกว่าคนปฎิบัติธรรมแล้วจะมองคนอื่นผิดไปหมด แท้ที่จริงแล้วคนปฎิบัติธรรมเมื่อปฎิบัติแล้วจะรู้ว่าคนไหนได้แต่คุยแต่ปฎิบัติธรรมไม่เป็นต่างหาก

เช่นเดียวกันเมื่อคุณว่ายน้ำเป็นก็จะรู้ว่าคนเขียนตำราว่ายน้ำ
นั้นจริงแล้วว่ายเป็นหรือไม่ เมื่อว่ายไม่เป็นก็ไม่เห็นความสำคัญของตำราของท่านปรมาจารย์ใหญ่ที่บอกสั่งสอนไว้ทุกแง่ทุกมุม ถึงกับให้ตัดโน่นตัดนี่ออก

แต่นั่นแหละจะโทษคุณไม่ได้ เพราะว่าไอ้คนเขียนตำราก็เขียนให้คนเข้าใจง่ายๆ ซะด้วย และก็ปฎิบัติง่ายๆอีกต่างหาก

อยากจะบอกคุณว่า....ธรรมะของพุทธองค์ลึกล้ำยิ่งนัก
กรุณาอ่านจากพระไตรปิฎกโดยตรงที่ผู้รู้ภาษาเขาแปลเอาไว้มีมาตราฐาน อย่าไปเอามาจากคนที่สอบบาลีตกตั้งแต่
ชั้นอนุบาลแล้วมาอวดแปล

ทำไมผมถึงรู้ ?

แต่ก่อนผมก็เข้าใจผิดอย่างคุณมาหลายสิบปี ว่านักเขียนคนนั้นเก่ง
จนกระทั่งมีคนในพันทิพนี้ลากใส้นักเขียนคนนี้ออกมาเมื่อปีสองปีนี้เอง คนที่ลากใส้ออกมาก็คือศิษย์ของนักเขียน
นั่นเอง เอาเรื่องที่นักเขียนคนนั้น เขียนโจมตีพระพุทธโฆษาจารย์ ผู้รจนาคัมภีรืพระวิสุทธมัคค์ว่า ทำให้พุทธศาสนาเสื่อมจากอินเดีย โน้มเอียงไปเป็นพราหมณ์ไปหมด

ผมเองได้เคยอ่านพระคัมภีร์วิสุทธิมัคค์ ก็รู้ว่าในนั้นเป็นเรื่องการปฏิบัติธรรมล้วนๆ ไม่มีเรื่องพราหมณ์เลย
ในพระไตรปิฎกเสียอีกที่เมีเรื่องพราหมณ์แทบทุกหน้า
จึงสังสัยว่าเป็นไปได้อย่างไร ไปอ่านหนังสือที่นักเขียน
คนนั้นเขียน ถึงได้รู้ว่ามีแต่เรื่องโจมตีพระพุทธโฆษาจารย์
เกือบครึ่งเล่ม ที่ไม่เป็นความจริง และเขียนเรื่อง....
ปฏิจจสมุปบาท ฃึ่งเป็นหัวใจของพุทธศาสนา ได้อย่าง
มั่วมาก มีการบอกว่า ปฎิจจสมุปบาทเกิดต่อเมื่อทารกโตแล้ว ปฏิจจสมุปบาทไม่เกิดแต่เด็กเล็ก เป็นต้น

นอกจากนี้สิ่งที่พระไตรปิฎกบอกคำแปลไว้ไว้อย่างชัดเจนว่า ภพ ชาติ ชรา มรณะ คืออะไร
นักเขียนคนนี้ก็แปลออกมาคนละเรื่อง เช่น ภพ แปลว่าตัว
KU ชาติ แปลว่า เบิกบานใจ

ปฏิจจสมุปบาท เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา วันนึงๆเกิดได้นับไม่ถ้วน
ชาติหน้า ไม่มีหรอก ทำอะไรลงไปในชาตินี้ ชาติหน้าจะได้ผลหรือเปล่าไม่รู้

หนังสือเล่มนั้น สรุปว่า ชักชวนให้ลูกศิษย์ลูกหา ไปเกิดเป็น....สัมภเวสี

ดูซิครับ พระพุทธเจ้า สอนให้คนปฏิบัติธรรมเพื่อให้ไปถึง
นิพพาน...หรืออย่างน้อยก็ไปเกิดในที่ดีๆ บนสวรรค์
ไม่เคยสอนว่า....สัมภเวสีดีอย่างที่นักเขียนคนนั้นเขียน

ตั้งแต่วันนั้นมา (เมื่อราวต้นปีที่แล้ว ) ผมก็รู้ว่านักเขียน
นั้นไม่ใช่พระภิกษุที่มีพระรัตนตรัยเป็นที่พิ่ง
แต่เป็นผู้ที่เข้ามาอาศัยผ้าเหลืองเขียนหนังสือหากิน
มี....สัมภเวสีเป็นสรณะ


จากคุณ : อยู่ว่าต้องการอะไร - [ 24 ม.ค. 47 18:44:44 A:210.86.147.140 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

แล้วผมก็ยังสงสัยต่อไปว่า ทำไมถึงเขียนล่วงเกินพระพุทธโฆษาจารย์ได้ถึงปานนั้น

จึงไปดูจากอ่านดูประวัตินักเขียน ถึงได้รู้ว่า
สมัยที่นักเขียนเข้ามาเรียนบาลีในกรุงเทพ เขาให้แปล
บาลี จากคัมภีร์พระวิสุทธมัคค์ แล้วสอบตก จึงมีความแค้น
เก็บไว้ในใจ เพราะความผิดหวังที่อยากจะได้เปรียญสูงๆ
แต่แทนที่จะโทษตัวเองว่า ไม่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน
ชอบเที่ยวเตร่ หาซื้อแต่เพลง แผ่นเสียงมาเปิดเล่นในวัด

กลับไปโทษพระคัมภีร์วิสุทธิมัคค์ซึ่งสังฆนายกได้แนะนำให้พระภิกษุทั่วเมืองไทยใช้เป็นบรรทัดฐานในการเจริญวิปัสสนา ว่า.....เขียนแล้วทำให้คนเข้าใจพุทธศาสนา
ผิดๆบ้าง เป็นสาเหตุให้พุทธศาสนาเสื่อมไปจากอินเดีย
บ้าง เขียนให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาพราหมณ์บ้าง
และเลวร้ายที่สุดก็คือ......การไปกล่าวหาว่าพระพุทธโฆษาจารย์มีจิตใจชั่วร้ายต้องการบ่อนทำลายพุทธศาสนา

ดูซิครับ ว่าพระคัมภีร์วิสุทธมัคค์พูดถึงการปฏิบัติธรรมล้วนๆ
ไม่ได้พูดอะไรที่เกี่ยวข้องกับที่นักเขียนผู้มีนั้นกล่าวหาแม้แต่นิดเดียว คนหลายคนที่ไม่เคยเห็นว่าพระคัมภีร์นั้นหน้าตาเป็นอย่างไร เนื้อหาเป็นอย่างไรก็หลงเชื่อ เพราะว่าผู้เขียนเป็นอาจารย์ที่ตนเคารพนับถือ

แต่เนื่องจากผมมีพระคัมภีร์วิสุทธิมัคค์อยู่และได้ผลจากการปฎิบัติธรรมตามที่ท่านได้รจนาไว้ จึงออกมาคัดค้าน
และเมื่อสืบต่อไปถึงรู้ความจริงว่า เพราะความผิดหวังจากการสอบบาลีตกตั้งแต่ชั้น เปรียญ๔ จึงทำให้ความเคียดแค้นที่เก็บไว้ในใจ ระบายออกมาในหนังสือเล่มนั้น
อันที่จริงถ้าไม่มีหนังสือเล่มนั้นออกมา ก็จะไม่มีใครรู้ว่า
( รวมทั้งผมด้วย ) ว่าภูมิธรรมของท่านนั้นมีแค่ไหน


เหมือนกับคุณเรียนภาษาอังกฤษ ถ้าสอบตกตั้งแต่ชั้นอนุบาลแล้ว จะมาแปลหนังสือภาษาอังกฤษขาย
คุณคิดว่าหนังสือนั้นจะมีคุณภาพได้อย่างไร ความลึกซึ้งของภาษาก็ไม่มี

แต่พระไตรปิฎกลึกซึ้งยิ่งนักกว่านวนิยาย หรือเรื่องทั่วไปที่
ปรากฎตามธรรมชาติ ที่ไม่ต้องใช้ปัญญาหรือความเพียร
จะมาเขียนตามใจชอบไม่ได้

ที่ผมเขียนมายืดยาว ก็เพื่อให้คุณและผู้อ่านได้รู้ความจริง
ว่าอย่าตัดสินความสามารถของคนจากการที่เขาเขียนแล้วเราพอใจเท่านั้น เรื่องจริงๆนั้นไม่เป็นอย่างที่เขาเขียน
ผมจึงยกตัวอย่างเรื่องของการว่ายน้ำขึ้นมา

และโดยเฉพาะผู้ตั้งกระทู้ที่ผมเห็นว่าเป็นปัญญาชนท่านหนึ่งที่อาจไม่รู้ความจริงเหมือนผมเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา


จากคุณ : ผมเองครับ - [ 24 ม.ค. 47 19:34:35 A:210.86.147.140 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 16

อ้อ For your info "แล้วดิฉันก็นั่งสมาธิเหมือนกัน" ไม่ทำให้คุณรู้ธรรมอะไรขึ้นมาเลยนะครับ คนไม่มีศาสนาเขาก็สอนนั่งสมาธิเหมือนกัน ศาสนาอื่นเขาก็นั่งสมาธิเหมือนกัน

จากคุณ : ผมเองครับ - [ 24 ม.ค. 47 19:45:03 A:210.86.147.140 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 17


แล้วคำว่า "ปล่อยวาง" ก้ไม่ใช่ธรรมะของพุทธองค์นะครับ
เป็นความเข้าใจผิดๆของ..สัมภเวสี คนนั้น ที่คุณไปยึดติดนั่นเอง

พระพุทธเจ้าสอนให้รู้ความจริง มีสติเข้าไปกำหนด ดูจึงจะเห็นของจริง ว่า เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เมื่อนั้นธรรมก็จะปรากฏขึ้นในใจชัดเจนแก่ตัวเอง

ถ้าไปปฎิบัตืมั่วๆ กับคำสอนมั่วๆ ที่คิดเอาเอง.... ปล่อยวางเสียแล้ว จะไปรู้เห็นได้อย่างไร

ถ้าธรรมของพุทธองค์ง่ายๆอย่างนักเขียนไม่จบมัธยมมาสอนละก็ คนบรรลุนิพพานแทบทุกคนแล้วละครับ ไม่ต้องรอพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้หรอก

แต่ถ้าต้องการไปเป็น....สัมภเวสีละก็คุณมาถูกทางแล้ว


จากคุณ : ผมเอง - [ 24 ม.ค. 47 20:05:01 A:210.86.147.140 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 18


อย่างไรก็ตาม คุณก็ถูกตรงประโยคสุดท้ายนะครับ....และไม่ใช่โลกที่เปลี่ยนเมื่อคุณเข้าใจธรรม แต่การ"มอง"โลกและการมองตัวเองต่างหากที่เปลี่ยน ..


จากคุณ : ผมเอง - [ 24 ม.ค. 47 20:16:14 A:210.86.147.140 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 19

ขอโทษนะค่ะ ถ้า เข้าใจสิ่งที่คุณเขียนผิด

ถ้าดิฉัน ทำค้นคว้า เกี่ยวกับนักเขียนคนนี้ ไม่ใช่ว่ามองว่าเขาเก่ง แต่ เพราะอยากรู้ให้มากขึ้น

ถ้าดิฉัน ไม่เข้าใจ สิ่งที่คุณแนะ ในทางที่คุณตั้งใจ อาจเป็นเพราะการสื่อสารที่ผิดผลาด เพราะการเขียนเป็นอักษรอาจบิดเบือนได้

แต่ ทำไม คุณถึงต้อง เขียนในน้ำเสียงทะเลาะ เราคุยกันที่นี่ เพี่อแลกเปลี่ยนไม่ใช่เหรอ เพื่อได้เห็นอะไรใหม่ มุมมองใหม่

"ผมเตือนให้อ่านของจริงไม่ให้อ่านจากนักเขียนที่คุณไปยึดติดต่างหาก " ดิฉัน มีเจตนาจะไปอ่านของจริง จึงได้ถามความเห็นจากคนที่นี่ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้น แล้ว อีกอย่าง ก็ไม่ได้ยึดติดกับนักเขียนขนาดนั้นด้วย สิ่งที่เขาเขียน ไม่ได้เขียนเพื่อชี้ทางออก เพียงแต่ชี้ปัญหา ซึ่งเป็นปัญหาแบบเดียวกับที่ศาสนาพุทธสอน ก็เท่านั้นค่ะ

คงไปยึดติดอะไรไม่ได้ ถ้า ชอบ ก็คงเพราะการใช้ภาษา การสื่อความคิดมากกว่า

แต่ ก็นั้นอีกนะแหล่ะ มุมมองมันต่างกัน ดิฉัน ก็บอกแต่ต้น และ ตระหนักดีในจุดนี้ และ ดิฉันก็ทราบดีว่า ความรู้ทางศาสนาอาจไม่เท่าคุณ แต่ ดูเหมือนคุณจะตำหนิ คนอื่นทั้งหมดที่ทำอะไรที่แตกต่าง การที่ดิฉันพยายามศึกษาวรรณคดีและศาสนา พยายามที่จะเริ่มต้น มัน "ก็ไม่สมควรจะทะเยอทะยานไปทำวิทยานิพนธ์ให้ขายขี้หน้าเขานะครับ" คุณแนะนำได้เท่านี้เหรอค่ะ?

แล้ว ที่ดิฉันเขียนเรื่อง "นั่งสมาธิ" ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า ดิฉันพยายาม ที่จะ "ปฏิบัติ" อย่างที่คุณพูด พยายามทำจิตให้สงบค่ะ ไม่ใช่พยายามคุยโอ้อวด คนไม่มีศาสนาก็ทำ ดิฉันก็ทราบค่ะ fot ur info as well gentleman

อย่างไรก็ตาม ที่คุณบอกให้ไปอ่าน ที่ "พระไตรปิฎกโดยตรงที่ผู้รู้ภาษาเขาแปลเอาไว้มีมาตราฐาน " คือ เล่มไหนเหรอค่ะ น่าสนใจอยากเอามาอ่าน

ประสบการณ์คุณน่าสนใจ ขอบคุณที่เขียนเล่าค่ะ ความจริงสิ่งที่คุณเขียนน่าสนใจ แต่ทำไมต้องเสนอในแนวโกรธเคืองและดูถูกอีกฝ่ายด้วยล่ะค่ะ

ต้องเข้าใจบ้างว่าบางที การที่คุณเขียนแฝง ความรู้ที่คุณมีอยู่แล้ว โดยที่ไม่พูดให้มันชัดเจน (เพราะคนอ่านไม่ได้มีแบคกราวน์ยาวนานอย่างที่คุณมี) อาจทำให้เข้าใจผิดจุดได้ค่ะ โดยเฉพาะการถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ

แล้ว อีกอย่าง การที่ดิฉันเรียนวรรณคดี นักเขียนที่ดิฉันศึกษาปีนี้เป็นคนละแบบ คนละแนวกับนักเขียนที่คุณเอ่ยถึงค่ะ ไม่ได้วิจารณ์ศาสนาพุทธ เค้าแทบจะไม่รู้จักเลย แต่มีมุมมองการมองตัวเรา โลก และสิ่งรอบตัวคล้ายกัน ตามที่ดิฉันบอกไปแล้ว สนุกและน่าสนใจดีค่ะ คุณน่าจะหามาอ่าน เป็นการพิสูจณ์ว่าปัญหาที่พุทธบอกไว้มัน universal นี่คือ สิ่งที่ดิฉันศึกษา หลังจากนั้น ก็มีรายละเอียดลงไปอีกเยอะค่ะ

หวังว่าที่เขียนมานี่ จะทำให่คุณเข้าใจ เจตนาของดิฉันได้ชัดเจนมากขึ้น อยากจะศึกษาจึงเขียนถาม กรุณาอย่าเสียดสีความรู้กันเลยค่ะ เพราะดิฉันคงไม่อาจเอื้อม
อีกอย่าง ดิฉันก็พร้อมฟังความคิดเห็นและการวิจารณ์ แต่ขอเป็นอย่างสร้างสรรค์จากนี้นะค่ะ ขอบคุณค่ะ


จากคุณ : angel_on_the_moon - [ 24 ม.ค. 47 20:44:45 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 20

อีกนิดค่ะ นักเขียนคนนั้นนี่ใครเหรอค่ะ?
บอกกันทางอีเมล์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่อยากเขียนบอกที่นี่


จากคุณ : angel_on_the_moon - [ 24 ม.ค. 47 20:45:44 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 21

อยากรู้ อีกเรื่องค่ะ

ทำไม "คำว่า "ปล่อยวาง" ก็ไม่ใช่ธรรมะของพุทธองค์นะครับ" ? ในเมื่อ "พระพุทธเจ้าสอนให้รู้ความจริง มีสติเข้าไปกำหนด ดูจึงจะเห็นของจริง ว่า เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เมื่อนั้นธรรมก็จะปรากฏขึ้นในใจชัดเจนแก่ตัวเอง" กว่าจะไปถึงจุดนั้น ก็มีทางเดินยาวใช่ไหมค่ะ? 1 ในนั้น ไม่ใช่ การละ บ่วงทีพันเราอยู่หรอกเหรอ? ก็คือ อัตตาของตัวเราเอง? งั้นทำไม ปล่อยวาง จึงไม่ใช่คำ? งั้นต้องเป็นคำไหนเหรอค่ะ?

ทีเขียนนี่ ไม่ได้กวน นะค่ะ อยากรู้จริงๆ


จากคุณ : angel_on_the_moon - [ 24 ม.ค. 47 20:53:40 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 22


ตรงนี้ไงที่คุณเริ่มต้น อยู่ในคห. ๑๓..............

ถ้า คุณศึกษาและปฏิบัติธรรม แต่มองคนรอบตัว เป็นคนมองผิดหมด เข้าผิดหมด อาจจะต้องกลับมามองตัวคุณเองบ้างแล้วเหมือนกัน ว่ายิดติดอะไรหรือเปล่า มองคนอื่นในทางใดบ้าง?........

โดยเฉพาะคุณไปสรุปและใช้คำว่า.....มองคนรอบตัวที่ผิดหมด.........
อยากถามว่าในคห.ข้างบนที่ผมเขียนนั้น เอ่ยถึงคนอื่น
หลายคนหรือเปล่าที่ทำให้คุณใช้คำว่ามองคนรอบตัวที่ผิดหมด

และก็ตรงนี้ ที่คุณอ้างว่า..........
ดูเหมือนคุณจะตำหนิ คนอื่นทั้งหมดที่ทำอะไรที่แตกต่าง...

อยากถามว่าผมใช้ประโยคหรือคำอะไร ถึงทำให้คุณ
ใช้คำว่า......ผมตำหนิคนทั้งหมด


ผมตำหนิอยู่คนเดียวเท่านั้น คนที่คุณรู้ว่าผมหมายถึงใคร

พุทธทาส .....หรือผู้นิยมในสัมภเวสีนั่นเอง

ส่วน อีเมล์ของผม ก็คือ nagasaen@yahoo.com ครับ



จากคุณ : ผมเอง - [ 24 ม.ค. 47 22:13:59 A:210.86.157.61 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 23

การปฎิบัติธรรมนั้นมีหลายแบบ ไม่ใช่จากการทำสมาธิ
เพียงอย่างเดียว และการทำสมาธินั้นกว่าจะถึงจุดที่
จะเห็น อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา ก็เป็นอย่างที่คุณบอก

.........กว่าจะไปถึงจุดนั้น ก็มีทางเดินยาวใช่ไหมค่ะ?

การเจริญสติหรืออีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่าวิปัสสนา
ไม่จำต้องใช้สมาธิชั้นสูง ก็สามารถที่จะทำให้คุณเห็น
ธรรมะได้


จากคุณ : ผมเองครับ - [ 24 ม.ค. 47 22:22:05 A:210.86.157.61 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 24

จากความเห็นของเจ้าของกระทู้http://pantip.com/cafe/library/topic/K2629382/K2629382.html#20
------------------------------------------------------
เออ ขอถามนิดนึงนะค่ะ

ทำไมบางท่านที่เป็นผู้รู้ถึงต้องยึดติด กับการ ไม่ให้วิจารณ์ (วิจารณ์นะ ไม่ได้ว่า เพียงแต่ลองมองมุมอื่น) พระไตรปิฏก กันนักล่ะ? เหมือนกับว่าเป็นสิ่งศักดิสิทธ์ แตะต้องไม่ได้ ทั้งๆที่ แก่นของพุทธ คือการละ จากสิ่งยิดติดเหล่านี้ ถ้าเราไม่เปิดกว้าง และ อนัตตา จะมีประโยชน์ใดเหล่า?

ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่เลื่อมใส ใน พระธรรมของพระพุทธเจ้า นะ แต่รู้สึกว่า เราน่าจะวิจารณ์ได้ ไม่ได้หลบลู่ แต่พยายามมองด้วยปัญญา

เห็นด้วย กับพระพุทธทาสที่ว่า เราสามารถวิจารณ์ได้
--------------------------------------------------
พระพุทธองค์ไม่บังคับให้เชื่อนะครับ คือสอนให้พิจารณาด้วยตนเองก่อน อย่างเช่น กาลามสูตร เจ้าของกระทู้ลองศึกษาจากหนังสือ พุทธธรรม หน้า ๒๔๑ จะมีการอธิบายเพิ่มเติมดังนี้
-----------------------------------------------------
-------------ในกรณีที่ผู้ฟังยังไม่รู้ไม่เข้าใจและยังไม่มีความเชื่อในเรื่องใดๆ ก็ไม่ทรงชักจูงความเชื่อ เป็นแต่ทรงสอนให้พิจารณาตัดสินเอาตามเหตุผลที่เขาเห็นได้ด้วยตนเอง เช่น ในเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับชาตินี้ชาติหน้าในแง่จริยธรรม ก็มีความในตอนท้ายของสูตรเดียวกันนั้นว่า

------------ "กาลามชนทั้งหลาย อริยสาวกนั้น ผู้มีจิตปราศจากเวรอย่างนี้ มีจิตปราศจากความเบียดเบียนอย่างนี้ มีจิตไม่เศร้าหมองอย่างนี้ มีจิตบริสุทธิ์อย่างนี้ ย่อมได้ประสบความอุ่นใจถึง ๔ ประการ ตั้งแต่ในปัจจุบันนี้แล้ว คือ
ถ้าปรโลกมีจริง ผลวิบากของกรรมที่ทำไว้ดีทำไว้ชั่วมีจริง การที่ว่า เมื่อเราแตกกายทำลายขันธ์ไปแล้ว จะเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ก็ย่อมเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ นี้เป็นความอุ่นใจประการที่ ๑ ที่เขาได้รับ
ก็ถ้าปรโลกไม่มี ผลวิบากของกรรมที่ทำไว้ดีทำไว้ชั่วไม่มี เราก็ครองตนอยู่ โดยไม่มีทุกข์ ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียน เป็นสุขอยู่แต่ในชาติปัจจุบันนี้แล้ว นี้เป็นความอุ่นใจประการที่ ๒ ที่เขาได้รับ
ก็ถ้าเมื่อคนทำความชั่วก็เป็นอันทำไซร้ เรามิได้คิดการชั่วร้ายต่อใครๆ ที่ไหนทุกข์จักมาถูกต้องเราผู้มิได้ทำบาปกรรมเล่า นี้เป็นความอุ่นใจประการที่ ๓ ที่เขาได้รับ
ก็ถ้าเมื่อคนทำความชั่ว ก็ไม่ชื่อว่าเป็นอันทำไซร้ ในกรณีนี้ เราก็มองเห็นตนเป็นผู้บริสุทธิ์ทั้งสองด้าน นี้เป็นความอุ่นใจประการที่ ๔ ที่เขาได้รับ "

-------------สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้นับถือในลัทธิศาสนาหรือหลักคำสอนใดๆ พระองค์ จะตรัสธรรมเป็นกลางๆ เป็นการเสนอแนะความจริงให้เขาคิด ด้วยความปรารถนาดี เพื่อประโยชน์แก่ตัวเขาเอง โดยมิต้องคำนึงว่าหลักธรรมนั้นเป็นของผู้ใด โดยให้เขาเป็นตัวของเขาเอง ไม่มีการชักจูงให้เขาเชื่อหรือเลื่อมใสต่อพระองค์ หรือเข้ามาสู่อะไรสักอย่างที่อาจจะเรียกว่าศาสนาของพระองค์
------------พึงสังเกตด้วยว่า จะไม่ทรงอ้างพระองค์ หรืออ้างอำนาจเหนือธรรมชาติพิเศษอันใด เป็นเครื่องยืนยันคำสอนของพระองค์ นอกจากเหตุผลและข้อเท็จจริงที่ให้เขาพิจารณาเห็นด้วยปัญญาของเขาเอง เช่น เรื่องใน อปัณณกสูตร ซึ่งแสดงให้เห็นเหตุผลที่ควรประพฤติธรรม โดยไม่ต้องใช้วิธีขู่ด้วยการลงโทษและล่อด้วยการให้รางวัล ดังนี้ :-(คัดลอกจากพระไตรปิฏก )
พระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๕
มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์

---------------๑๐. อปัณณกสูตร---------------
เรื่องพราหมณ์และคฤหบดีชาวบ้านศาลา
[๑๐๓] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้:-
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/sutta_line.php?B=13&A=1833

--------------------------------------------------
นอกจากนั้นท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฏก ยังได้เสนอมุมมองแบบท่าทีอนุรักษ์สัจจะ ในหน้า ๒๔๕ ว่า
------------------------------------------------
-2 ท่าทีแบบอนุรักษ์สัจจะ
-------------พุทธพจน์ต่อไปนี้แสดงให้เห็นว่า ความรู้ความคิดเห็นในระดับที่ยังเป็นความเชื่อและเหตุผล ยังเป็นความรู้ความเห็นที่บกพร่อง มีทางผิดพลาด ยังไม่ชื่อว่าเป็นการเข้าถึงความจริง

------------ " แน่ะท่านภารทวาช ธรรม ๕ ประการนี้ มีวิบาก ๒ ส่วนในปัจจุบัน ทีเดียว คือ
๑. ศรัทธา -ความเชื่อ
๒. รุจิ -ความถูกใจ
๓. อนุสสวะ -การฟัง (หรือเรียน) ตามกันมา
๔. อาการปริวิตักกะ -การคิดตรองตามแนวเหตุผล
๕. ทิฏฐินิชฌานักขันติ -ความเข้ากันได้กับ (การเพ่งพินิจด้วย)ทฤษฎีของตน
ก็สิ่งที่เชื่อสนิททีเดียว กลับเป็นของเปล่า เป็นของเท็จไปก็มี ถึงแม้สิ่งที่ไม่เชื่อเลยทีเดียว แต่กลับเป็นของจริง แท้ ไม่เป็นอื่นเลยก็มี
ถึงสิ่งที่ถูกกับใจชอบทีเดียว กลับเป็นของเปล่า เป็นของเท็จไปเสียก็มี ถึงแม้สิ่งที่มิได้ถูกกับใจชอบเลย แต่กลับเป็นของจริง แท้ ไม่เป็นอื่นเลยก็มี
ถึงสิ่งที่เรียนต่อกันมาอย่างดีทีเดียว กลับเป็นของเปล่า เป็นของเท็จไปก็มี ถึงแม้สิ่งที่มิได้เรียนตามกันมาเลย แต่กลับเป็นของจริง แท้ ไม่เป็นอื่นไปเลยก็มี
ถึงสิ่งที่คิดตรองอย่างดีแล้วทีเดียว กลับเป็นของเปล่าเป็นของเท็จไปเสียก็มี ถึงแม้สิ่งที่มิได้เป็นอย่างที่คิดตรองเห็นไว้เลย แต่กลับเป็นของจริงแท้ ไม่เป็นอื่นไปเลยก็มี
ถึงสิ่งที่เพ่งพินิจไว้เป็นอย่างดี (ว่าถูกต้องตรงตามทิฏฐิทฤษฎีหลักการของตน) กลับเป็นของเปล่า เป็นของเท็จไปเสียก็มี ถึงแม้สิ่งที่ไม่เป็นอย่างที่เพ่งพินิจเห็นไว้เลย แต่กลับเป็นของจริงแท้ ไม่เป็นอื่นเลยก็มี "
---------------------------------------
จากนั้น ทรงแสดงวิธีวางตนต่อความคิดเห็นและความเชื่อของตน และการรับฟังความคิดเห็นและความเชื่อของผู้อื่น ซึ่งเรียกว่าเป็นทัศนคติแบบอนุรักษ์สัจจะ (สัจจานุรักข์ แปลเอาความว่า คนรักความจริง) ว่า

 
 


จากคุณ : เฉลิมศักดิ์1 - [ 25 ม.ค. 47 05:53:46 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 25

เจ้าของกระทู้คงจะเห็นความแตกต่างระหว่าง อาจารย์ทั้งสอง คือท่านพุทธทาส ที่นิยมลัทธิเซน กับ ท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฏก ผู้เคารพในพระธรรมวินัย

------------------------------------------------
ท่านพุทธทาส ใช้ กาลามสูตร ในการสร้างความไม่น่าเชื่อถือในพระไตรปิฏกเถรวาท (หรือ นิกายหินยาน ที่นิกายมหายานชอบเรียก รวมทั้งลัทธิเซ็นที่คุณศึกษาอยู่) แต่บทท้ายของ กาลามสูตร เกี่ยวกับความอุ่นใจ ๔ ประการ ใน โลกียะสัมมาทิฏฐิ ๑๐ ประการ ท่านพุทธทาสกลับไม่เคยนำมาแสดงต่อกาลามสูตร แล้วกลับมาโจมตีหลักสัมมาทิฏฐิระดับโลกียะ อันสร้างศรัทธา ๔ ให้ชาวพุทธ ว่า เป็นของพราหมณ์อีก
---------- ผมจึงไม่แปลกใจว่าทำไมนิกายต่างๆ ที่ถือเอาคำสอนของอาจารย์เป็นใหญ่ เหนือพระพุทธองค์ จึงได้แตกนิกายต่างๆ ออกไปมากมาย จนแทบไม่เหลือพระธรรมวินัยเดิมเลย เช่นในถิ่นที่ นิกายมหายานเคยรุ่งเรืองมาก่อน ยกตัวอย่างเช่น ในจีน วัดเส้าหลิน ในปัจจุบันก็เป็นเพียงสถานที่แสดง กังฟู ต่อนักท่องเที่ยว พระสงฆ์มีหน้าที่ผึกวิทยายุทธ ไว้แสดงอย่างเดียว
-----------------------------------------------
ถ้าหากเจ้าของกระทู้จะลองหันมาศึกษาของแนวเถรวาทก่อนไปแต่งหนังสือ ผมขอแนะนำให้อ่าน หนังสือ พุทธธรรม เป็นพื้นฐานก่อนครับ
---------การให้ธรรมเป็นทานได้อานิสงส์สูงที่สุด และผมเห็นว่าการเผยแพร่ อสัทธธรรม ก็มีผลร้ายสูงสุดเช่นกัน


จากคุณ : เฉลิมศักดิ์1 - [ 25 ม.ค. 47 06:12:21 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 26

จากความเห็นของเจ้าของกระทู้
-------ถ้าเราไม่เปิดกว้าง และ อนัตตา จะมีประโยชน์ใดเหล่า?
-------1 ในนั้น ไม่ใช่ การละ บ่วงทีพันเราอยู่หรอกเหรอ? ก็คือ อัตตาของตัวเราเอง? งั้นทำไม ปล่อยวาง จึงไม่ใช่คำ? งั้นต้องเป็นคำไหนเหรอค่ะ?
---------------------------------------------
ลองพิจารณาหลักอนัตตาจาก หนังสือ พุทธธรรม ดูครับ

http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K2639614/K2639614.html#1
** ผู้ที่ศึกษาหลักอนัตตา ถ้าเข้าใจพลาด ก็อาจกลายเป็นอุจเฉททิฏฐิ คือเห็นว่าขาดสูญ จุดพลาดที่เหมือนกันของทิฏฐิสุดโต่งทั้งสองอย่าง ก็คือ ความเห็นว่า หรือยึดถือว่า มีสัตว์ บุคคลที่เป็นตัวแท้ตัวจริง แต่พวกหนึ่งยึดถือว่าสัตว์ บุคคล ตัวตนนั้นคงตัวอยู่ยั่งยืนตลอดไป ส่วนอีกพวกหนึ่งเห็นไปว่า สัตว์ บุคคล ตัวตนที่มีอยู่นั้นมาถึงจุดหนึ่งตอนหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อกายแตกสลาย ชีวิตนี้สิ้นสุด สัตว์ บุคคล ตัวตน หรืออัตตา ก็ถูกตัดขาดสูญสิ้นไปด้วย
----------------------------------------
หน้า ๑๓๔
-------------หลักปฏิจจสมุปบาท แสดงความจริงของธรรมชาติให้เห็นว่า สิ่งทั้งหลายมีลักษณะเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ที่เรียกว่าไตรลักษณ์ เป็นไปตามกระบวนการแห่งเหตุปัจจัย ไม่มีปัญหาในเรื่องที่ว่า สิ่งทั้งหลายมีหรือไม่มีจริง ยั่งยืนหรือขาดสูญ เป็นต้น แต่ผู้ไม่รู้ความหมายของหลักปฏิจจสมุปบาท มักเข้าใจไตรลักษณ์ผิดพลาด โดยเฉพาะหลักอนัตตานั้น มักได้ยินได้ฟังกันอย่างผิวเผิน แล้วตีความเอาว่า อนัตตาหมายถึงไม่มีอะไร กลายเป็นนัตถิกวาท อันเป็นมิจฉาทิฏฐิอย่างร้ายแรงไปเสีย
---------------------------------------------------------------
ท่านพุทธทาสเป็นอาจารย์ผู้หนึ่งที่ตั้งตนว่าเป็นผู้เข้าใจ หลักปฏิจจสมุปบาท อันลึกซึ้งนี้ ว่าต้องเป็นแบบอึดใจเดียวครบ ๑๒ อาการเท่านั้น และตั้งต้น เมื่อโตเป็นทารกแล้วเท่านั้น

http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/010539.htm


จากคุณ : เฉลิมศักดิ์1 - [ 25 ม.ค. 47 06:35:39 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 27


"..การให้ธรรมเป็นทานได้อานิสงส์สูงที่สุด และผมเห็นว่าการเผยแพร่ อสัทธธรรม ก็มีผลร้ายสูงสุดเช่นกัน.."
...........................................................................

"ธรรม"ที่ถูกปลอมปนโดยพระธรรมปิฎก

เอาความเป็น"ธรรมดา"ที่เกิดขึ้นอยู่แล้วมาพูดในตอนต้น
แต่ลงท้ายด้วยการแทรกความคิดของตน(อัตตา)เข้าไป
โดยคิดว่าเป็นการแสดงความมีปัญญาของตน(อัตตา)ให้ประจักษ์
...........................................................................

" ฯ ความจริงมีอยู่ตามธรรมชาติ
พระพุทธเจ้าจะเกิดหรือไม่ก็ตาม ความจริงก็เป็นอย่างนั้น
แต่พระพุทธเจ้าได้มาค้นพบความจริงนั้น
แล้วก็นำมาเปิดเผย
ชี้แจง แสดง อธิบายให้เข้าใจได้ง่าย ๆ
ความจริงนี้เรียกว่า "ธรรมะ หรือ ธรรม" หรือกฎธรรมชาติ
.....ฯลฯ.....
"วินัย" เป็นศัพท์ที่มีความหมายกว้าง
แต่เวลานี้เราใช้ในความหมายแคบ
ขอย้ำว่าวินัยคือการจัดตั้งวางระบบขึ้นในสังคมมนุษย์
ด้วยความรู้ในหลักความจริงของธรรมชาติ
.....ฯลฯ.....
พระพุทธศาสนาประกอบด้วยหลักการสองส่วนนี้
เพราะฉนั้น "ธรรมวินัย" จึงเป็นชื่อเดิมของพระพุทธศาสนา
เวลานี้เรามักจะมองแต่ตัวธรรม
ก็เลยขาดองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งคือวินัยไป
และเลยไม่เข้าใจหลักการใหญ่นี้
พระพุทธเจ้าทรงเรียกศาสนาของพระองค์ว่า "ธรรมวินัย"
ส่วนคำว่า"พุทธศาสนา"เดิมไม่ค่อยมีความสำคัญอะไร
.....ฯลฯ.....


หนังสือ "การสร้างสรรค์ปัญญาเพื่ออนาคตของมนุษย์ชาติ"
โดย พระธรรมปิฎก(ป.อ. ปยุตฺโต)
...........................................................................

ต้องการสร้างความเด่นให้ตนเอง(อัตตา) ด้วยการเปลี่ยนชื่อพระพุทธศาสนา
คิดแต่จะสร้างความสำคัญแก่ตนเอง(อัตตา)โดยไม่คำนึงถึงสิ่งใดทั้งสิ้น
พูดได้แม้"คำว่าพุทธศาสนาเดิมไม่ค่อยมีความสำคัญอะไร"


จากคุณ : พระสงฆ์ศาสนาไหน ? - [ 25 ม.ค. 47 07:44:09 A:203.107.144.222 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 28


ความสำคัญในพระพุทธศาสนา เป็นไปตามลำดับ คือ
1. พระ"พุทธ"
2. พระ"ธรรม"
3. พระ"สงฆ์"

พระธรรมปิฎก แสดงความเห็นว่าไม่ควรชื่อ"พระพุทธศาสนา"
ควรชื่อศาสนา"พระธรรมวินัย"
ถ้าพระธรรมปิฎกยังมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสักระยะเวลาหนึ่ง
คงเสนอว่าควรเปลี่ยนเป็นศาสนา"พระอริยะสงฆ์"
หรือไม่อาจเสนอเป็นศาสนา"พระธรรมปิฎก"เลยก็ได้


จากคุณ : อนัตตา หรือ อัตตา ? - [ 25 ม.ค. 47 08:01:15 A:203.107.144.222 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 29

ขอบคุณ คุณเฉลิมศักดิ์มากค่ะ ตอนนี้ มีหนังสือที่ "พุทธธรรม" อยู่ที่ห้องค่ะ ได้ลองอ่านบ้างแล้ว

แต่ มีคำถามอยากถามค่ะ คือ หนังสือเล่มนี้ เป็นการอธิบาย หรือ ตีความ พระไตรปิฏก หรือเปล่าค่ะ ถ้าไม่ใช่นี่ ตามความคิดของคุณ เป็นหนังสือที่เขียนในลักษรณะไหนค่ะ?

ขอบคุณคคห ที่ 27และ 28 นะค่ะ ที่ชี้มุมที่ต่าง ไว้จะลองหาอ่านและพิจารณาดูค่ะ


จากคุณ : angel_on_the_moon - [ 25 ม.ค. 47 17:56:07 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 32

เจ้าของกระทู้ครับ คือ นส.อัปสร นี้ น่าจะเป็นลูกศิษย์วัดธรรมกาย ที่สอนว่ามีดินแดนพระนิพพาน ซึ่งเข้ากับหลักตรีกาย ของฝ่ายมหายาน สำนักนี้ก็เลยออกมาโจมตีพระไตรปิฏกฉบับเถรวาทเช่นกัน รวมทั้งหนังสือ พุทธธรรม ด้วย

--กรณีธรรมกาย : อายตนนิพพาน เป็นอมตะ?http://topicstock.pantip.com/topic_stock/library/K2341772/K2341772.html
http://topicstock.pantip.com/topic_stock/library/K2349285/K2349285.html

http://topicstock.pantip.com/topic_stock/library/K2392390/K2392390.html
ผมเห็นว่ามีบางท่านกำลังที่จะบิดเบือนพระธรรมวินัย ของพระพุทธองค์ ให้เป็นศาสดาที่เป็น
----------- สัสสตวาท (ลัทธิมิจฉาทิฏฐิว่าเที่ยง) คือสอนว่านิพพานเป็นอัตตา, มีอายตนนิพพาน , ยึดถือเอานิมิตภาพพระพุทธรูปเป็นนิพพาน
----------- อุจเฉทวาท (ลัทธิมิจฉาทิฏฐิว่าขาดสูญ) คือ บิดเบือนปฏิจจสมุปบาทอันเป็นหลักธรรมที่สำคัญว่าต้องครบ ๑๒ องค์ในชั่วพริบตา อ้างว่าการสอนอย่างอื่นเป็นสัสสตทิฏฐิ รวททั้งเรื่องหลักกรรม วิบากกรรม สังสารวัฏ(การเวียนว่ายตายเกิดใน ๓๑ ภูมิ) หลักสัมมาทิฏฐิระดับโลกียะ

หวังว่าเจ้าของกระทู้คงไม่คิดจะมาบิดเบือน หรือโจมตีพระไตรปิฏกฉบับเถรวาท แบบลัทธิสุดโต่ง ๒ สายทำนะครับ

 
 


จากคุณ : เฉลิมศักดิ์1 - [ 26 ม.ค. 47 05:46:48 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 33

---------------------คำปรารภ------------------

------------พุทธธรรม (ฉบับเดิม)นี้ เป็นตำราที่ทรงคุณค่าที่สุดในยุคปัจจุบัน ซึ่งท่านสามารถเลือกที่จะศึกษาส่วนใดส่วนหนึ่ง ตามแต่อุปนิสัยโดยไม่จำเป็นต้องอ่านตั้งแต่ต้น เหมือนอย่างตำราทั่วไป เนื้อหาของตำราเล่มนี้ ถูกจัดไว้อย่างเป็นระบบ และมีสารบัญหัวเรื่องอย่างละเอียด เพื่อให้ท่านได้ทราบเนื้อความทุกส่วนของตำราเล่มนี้ อันเป็นประโยชน์ในการศึกษาพระพุทธศาสนา
-----------คณะผู้จัดทำโครงการซีดีรอมพระไตรปิฎกและอรรถกถาไทย ฉบับธรรมทาน จึงทำการปรึกษากันเห็นควรที่จะนำหนังสือพุทธธรรม (ฉบับเดิม)นี้ บรรจุลงในแผ่นซีดีรอมของโครงการนี้ด้วย เพื่อแจกจ่ายและเผยแพร่ให้เป็นวงกว้างยิ่งๆ ขึ้นไป จึงได้ทำหนังสือเพื่อขออนุญาตและขอความเมตตาจากพระเดชพระคุณพระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต) ซึ่งพระเดชพระคุณท่านก็ได้ให้ความเมตตาอนุญาตและมอบข้อมูลพุทธธรรม เพื่อให้บรรจุลงในซีดีรอมฉบับนี้ด้วย
-----------คณะผู้จัดทำได้พัฒนาโปรแกรมเพื่อให้เหมาะกับพุทธธรรมได้ระดับหนึ่งและจะพัฒนาเพิ่มเติมหลังจากได้ข้อมูลพุทธธรรม (ฉบับปรับปรุงขยายความ)ซึ่งเป็นชุดใหม่ และขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างตรวจและแก้ไขปรับปรุง
---------ทางคณะผู้จัดทำต้องขอกราบขอบพระคุณอย่างสูง ในความเมตตาของพระเดชพระคุณพระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต) ที่ได้อนุญาตและมอบข้อมูลพุทธธรรม (ฉบับเดิม) เพื่อบรรจุลงในแผ่นซีดีรอมนี้ มา ณ โอกาสนี้ด้วย

------------------(ดร. วรภัทร์ ภู่เจริญ)
---------------ประธานโครงการพระไตรปิฎกฉบับธรรมทาน
๑๐ กรกฎาคม ๒๕๔๕



จากคุณ : เฉลิมศักดิ์1 - [ 26 ม.ค. 47 05:51:04 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 34

ขอบคุณ คุณเฉลิมศักดิ์มากค่ะ ตอนนี้ มีหนังสือที่ "พุทธธรรม" อยู่ที่ห้องค่ะ ได้ลองอ่านบ้างแล้ว

แต่ มีคำถามอยากถามค่ะ คือ หนังสือเล่มนี้ เป็นการอธิบาย หรือ ตีความ พระไตรปิฏก หรือเปล่าค่ะ ถ้าไม่ใช่นี่ ตามความคิดของคุณ เป็นหนังสือที่เขียนในลักษรณะไหนค่ะ?
---------------------------------------------------
ผมเห็นว่า น่าจะเป็นการอธิบาย พระไตรปิฏกบางส่วน เหมาะกับผู้เริ่มต้น ผู้แต่งจะยกพระไตรปิฏกและอรรถกถา ขึ้นประกอบเป็นส่วนมาก แล้วอธิบายในแง่มุมต่างๆ แทรกความคิดเห็นส่วนตัวลงไปน้อยมาก

------ ผิดกับหนังสือของอาจารย์ต่างๆ เช่น ท่านพุทธทาส ที่ไม่ค่อยจะอ้างพระไตรปิฏก และอรรถกถา แต่แทรกความคิดเห็นส่วนตัวเป็นส่วนมาก แล้วตีความเพื่อให้เข้ากับทิฏฐิของตน

------ ผมว่าเจ้าของกระทู้ลองอ่าน ปัญหาต่างๆ ในพระสูตรที่มีผู้เรียบเรียงไว้เป็นหัวข้อต่างๆ อาจจะได้แง่คิดที่เป็นประโยชน์
http://www.84000.org/true/index.html


จากคุณ : เฉลิมศักดิ์1 - [ 26 ม.ค. 47 06:01:17 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 35

นอกจากนี้ ผมขอฝากแนวปฏิบัติวิปัสสนา ที่เป็นทางสายเอกของพระพุทธองค์ ไว้ให้คุณศึกษาด้วย

-http://geocities.com/toursong1/kam/ch.htm

 
 


จากคุณ : เฉลิมศักดิ์1 - [ 26 ม.ค. 47 06:03:54 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 36

ผมเคยอ่านงานของนักวิชาการฝรั่งเสษบางท่าน
ส่วนใหญ่จะเชี่ยวชาญภาษาจีนมาก
การเทียบพระสูตร ระหว่าง เถรวาทและ พระสูตรในพระไตรปิฏกของจีน มีบางพระสูตรชื่อเหมือนกันแต่เนื้อหาแตกต่างกันก็มีครับ หรือ ฯลฯ
เจริญในธรรม


จากคุณ : มาธยมิกวาทิน - [ 26 ม.ค. 47 13:28:20 A:221.190.74.222 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 37


ตอนนี้ มีหนังสือที่ "พุทธธรรม" อยู่ที่ห้องค่ะ
...........................................................................

มีฉบับไหนอยู่ล่ะครับ
ฉบับเดิม หรือ ฉบับขายความ(สัทธรรมปฏิรูป)


จากคุณ : มีความแตกต่างเยอะ - [ 26 ม.ค. 47 13:45:26 A:203.107.151.124 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 38

อืม รู้สึกว่าจะเป็นฉบับปรับปรุงและขยายความ ค่ะ

อยากทราบว่า ถ้าจะซื้อ พระไตรปิฏกของฝ่ายเถรวาทนี่ จะซื้อของสำนักพิมพ์ไหนดีค่ะ แล้วส่วนใหญ่เขาแปลมาจากภาษาบาลีโดยตรงหรือไม่ แล้วแปลมาจากต้นฉบับใด

เรื่องฝ่ายมหายานเอง เท่าที่ดิฉันศึกษามา ก็มีความแตกต่างของมุมมองเช่นกันค่ะ มีพระอ. ที่ยกพระสูตรมาแล้วมาอธิบายอย่าง"พุทธธรรม"ก็มีซึ่งใกล้เคียงกับเถรวาท แบบที่เป็น "สัสสตวาท (ลัทธิมิจฉาทิฏฐิว่าเที่ยง)"อย่างที่คุณเฉลิมศักดิ์บอกก็มี

มีคำถามอีกอย่างคือ พระไตรปิฏก ของไทย เหมือนกับของศรีลังกา หรือของประเทศอื่นที่เป็นเถรวาทหรือไม่? หมายถึงว่า มีการแบ่งพระสูตรแบบเดียวกับเราหรือไม่ค่ะ
คำถามอาจจะห่างจากตัวหลักธรรมนะค่ะ แต่ก็จะสามารถช่วยดิฉันไขความไม่รู้ และเป็นจุดที่ทำให้มองอะไรชัดเจนขึ้นค่ะ


จากคุณ : angel_on_the_moon - [ 27 ม.ค. 47 02:06:21 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 39

ที่ตั้งกระทู้ถามนี่ ไม่ได้มีเจตนาจะมาบิดเบือนใคร หรือสายไหนเลยค่ะ แต่อยากทราบ ก็เท่านั้นค่ะ เพราะอย่างไรก็ตามดิฉันกำลังเรียนหนังสืออยู่ เพียงแต่อยากทราบและหามาอ่านเพื่อมีมุมมองที่กว้างขึ้น และรู้สึกว่าความจริงที่เป็นพื้นฐานของศาสนาพุทธไม่ว่าจะเป็นสายไหน (ถ้าไม่ตีความหลักคำสอนแบบสุดโต่ง แบบใส่ความคิดส่วนตัวที่ห่างไกลจากตัวหลักธรรมเกินไป) น่าจะช่วยให้เข้าใจตัวเราและโลกรอบตัวได้ค่ะ ตอนนี้พูดตรงๆก็ไม่ได้มีเวลา ปฏิบัติจริงๆมากนัก เพราะต้องเขียนงานส่งแล้ว อีกอย่างไม่ได้อยู่ที่เมืองไทย จึงไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะหาเองได้ค่ะ ไม่มีคนที่มีความรู้ เท่ากับท่านหลายๆคนในนี้ จึงได้ลองตั้งกระทู้ถามที่นี่ค่ะ เพราะมีหลายอย่างที่อ่านหนังสือแล้ว ยังไงก็ไม่เคลียร์ เป็นประโยชน์มากค่ะ ถ้ามีอะไรจะเข้ามาถามอีกเรื่อยๆ

จากคุณ : angel_on_the_moon - [ 27 ม.ค. 47 02:17:28 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 40

นักเขียนภาษาฝรั่งเศสที่ดิฉันอ่าน ไม่ได้เป็นคนเขียนวิจารณ์อะไรศาสนาพุทธเลยค่ะ เขาเขียนนิยาย กวี ดังมากก็บทละคร โดยเฉพาะเรื่อง En attendant Godot (Waiting for Godot) เมื่อห้าหกปีที่แล้ว คณะอักษรก็เอามาเล่นค่ะ ตัวละครของเขา รู้สึกถึงอนัตตา ถึงความเปลี่ยนแปลง อย่างอย่างที่พระพุทธเจ้าว่าไว้ค่ะ ตัวละคร ตระหนักถึงความทุกข์ แต่ทางออกต่างกัน เพราะเขาเลือกที่จะเขียนแทน (ด้วยความรู้สึกว่าเหมือนกับบางหลักธรรมของพุทธ ดิฉันจึงเริ่มศึกษาพุทธ แต่รู้ดีว่ามันไม่เหมือนกันค่ะ ซึ่งก็เขียนไว้ในงานเสมอ แต่หลักธรรม สามารถช่วยให้เราอ่านนักเขียนคนนี้ได้ในอีกแง่มุมหนึ่ง ซึ่งทางตะวันตกมองไม่เห็น หรือตีความอีกแบบหนึ่ง) ... อันนี้คือใหญ่ๆ ลงไปในรายละเอียดจะเป็นเรื่องของ aesthetics ของงานวรรณกรรมและภาษาค่ะ ตอนนี้กำลังปวดหัวอยู่ค่ะ เพราะต้องอ่านพวก Heidegger, Merleau-Ponty, Derrida, Deleuze (นักปราชญาตะวันตกทั้งหลาย ที่เขียนได้ปวดหัวมาก) ไม่เกี่ยวอะไรกับพุทธหรอกค่ะ แค่เล่าให้ฟังถึงงานค้นคว้าทางวรรณคดี

แต่ก็มีนักปรัชญาฝรั่งเศสหลายคนที่สนใจเต๋าของจีน อย่างที่คุณ มาธยมิกวาทิน ว่าค่ะ เช่น Francois Julien ที่แปลหนังสือเยอะ


จากคุณ : angel_on_the_moon - [ 27 ม.ค. 47 02:33:15 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 41


อืม รู้สึกว่าจะเป็นฉบับปรับปรุงและขยายความ ค่ะ

อยากทราบว่า ถ้าจะซื้อ พระไตรปิฏกของฝ่ายเถรวาทนี่ จะซื้อของสำนักพิมพ์ไหนดีค่ะ
..........................................................................

ถ้าต้องการศึกษา"พระพุทธศาสนา"ในเบื้องต้น
น่าจะศึกษาจาก"พระไตรปิฎกฉบับสำหรับประชาชน"
ย่อความจากพระไตรปิฎกฉบับบาลี ๔๕ เล่ม
ของ"มหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์"
จัดทำโดย อ. สุชีพ ปุญญานุภาพ

แต่ถ้าต้องการศึกษาอย่างละเอียด
ก็ไม่ต้องไปซื้อหรอกครับ มีให้ดาวน์โหลดจากหลายเวป ฯ
ลองหาดูเองนะครับ แต่ระวังฉบับที่มีผู้วิเคราะห์ว่าเป็นฉบับสัทธรรมปฏิรูปหน่อย
เพราะมีหลักฐานยืนยันว่าปลอมปน และ ตัดทิ้งข้อความจากต้นฉบับ


จากคุณ : แล้วจะนำมาแสดงให้ดู - [ 27 ม.ค. 47 12:09:51 A:203.107.147.1 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 42


ที่ตั้งกระทู้ถามนี่ ไม่ได้มีเจตนาจะมาบิดเบือนใคร หรือสายไหนเลยค่ะ
...........................................................................

เหรอครับ...... แล้วคุณศรัทธาสายไหนล่ะครับ ?
คงไม่ใช่สาย"สัทธรรมปฏิรูป"(บิดเบือนธรรมะ)นะครับ


จากคุณ : ผม..... สาย"พระพุทธศาสนา"ครับ - [ 27 ม.ค. 47 12:18:07 A:203.107.147.1 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 43


ตัวละครของเขา รู้สึกถึงอนัตตา ถึงความเปลี่ยนแปลง อย่างอย่างที่พระพุทธเจ้าว่าไว้ค่ะ
..........................................................................

พระพุทธองค์ท่านก็ว่าไว้ทั้ง ๒ ด้านแหละครับ

อัตฺตา หิ อัตฺตโน นาโถ........ เคยได้ยินใช่ไหมครับ ?

อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย ยา จายํ อิตรา ปชา
อตฺตทนฺตสฺส โปสสฺส นิจฺจํ สญฺญตจาริโน
เนว เทโว น คนฺธพฺโพ น มาโร สห พฺรหฺมุนา
ชิตํ อปชิตํ กยิรา ตถารูปสฺส ชนฺตุโน.

"ตนนั่นแล บุคคลชนะแล้ว ประเสริฐ, ส่วน
หมู่สัตว์นอกนี้ บุคคลชนะแล้ว ไม่ประเสริฐเลย,
(เพราะ) เมื่อบุรุษฝึกตนแล้ว ประพฤติสำรวมเป็น
นิตย์, เทวดา คนธรรพ์ มาร พร้อมทั้งพรหม พึง
ทำความชนะของสัตว์เห็นปานนั้น ให้กลับแพ้ไม่ได้เลย. "


จากคุณ : อย่ายึดมั่น ถือมั่น ด้านเดียว - [ 27 ม.ค. 47 12:38:53 A:203.107.147.1 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 44

โปรดหลีกเลี่ยงพระไตรปิฏกฉบับประชาชน ตามคห.41

ย่อมักจะไม่ตรงกับความหมาย มีผู้นำมาโพสต์ในกระทู้นี้หลายครั้ง แล้วก็หน้าแตกไปทุกครั้ง
ลองดูกระทู้เก่าๆดูนะครับ


จากคุณ : hermetis - [ 27 ม.ค. 47 18:58:30 A:203.113.70.11 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 45

อยากทราบว่า ถ้าจะซื้อ พระไตรปิฏกของฝ่ายเถรวาทนี่ จะซื้อของสำนักพิมพ์ไหนดีค่ะ
..........................................................................

เห็นด้วยกับความเห็นที่ ๔๑ ส่วนนี้ครับ
ถ้าต้องการศึกษา"พระพุทธศาสนา"ในเบื้องต้น
น่าจะศึกษาจาก"พระไตรปิฎกฉบับสำหรับประชาชน"
ย่อความจากพระไตรปิฎกฉบับบาลี ๔๕ เล่ม
ของ"มหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์"
จัดทำโดย อ. สุชีพ ปุญญานุภาพ
-------------------------------------------------------
แต่ขอหลักฐานเพิ่มเติมด้วยครับ ในความเห็นนี้

------------ "แต่ถ้าต้องการศึกษาอย่างละเอียด
ก็ไม่ต้องไปซื้อหรอกครับ มีให้ดาวน์โหลดจากหลายเวป ฯ
ลองหาดูเองนะครับ แต่ระวังฉบับที่มีผู้วิเคราะห์ว่าเป็นฉบับสัทธรรมปฏิรูปหน่อย
เพราะมีหลักฐานยืนยันว่าปลอมปน และ ตัดทิ้งข้อความจากต้นฉบับ "
-------------------------------------------------

เพราะกลุ่มที่ออกมาอ้างว่า cd พระไตรปิฏก ที่แจกเป็นธรรมทานทั่วไปอยู่ขณะนี้ เป็นสัทธรรมปฏิรูป ก็เห็นมีแต่กลุ่มของวัดธรรมกาย ด้วยเหตุผลหนึ่งว่า

-----------" พระไตรปิฏก ฉบับ cd ที่จัดทำขึ้น(มีท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฏกเป็นที่ปรึกษา) โดยคัดลอกจากพระไตรปิฏกฉบับสยามรัฐ น่าจะได้รับทุนจากศาสนาคริส เพราะมีตัวอักษรมากมาย ทำไมทำเสร็จเร็วผิดปกติเหลือเกิน"

---------------------------------------------------------
ผมเคยให้ลูกศิษย์กลุ่มวัดธรรมกาย ออกมาชี้แจงด้วยว่า บิดเบือนพระไตรปิฏกฉบับสยามรัฐตรงไหน ก็มิมีบุคคลใดออกมาชี้แจงได้

มีแต่อ้างว่า
----------------------------------------
ทาง ญี่ปุ่น ได้กล่าวเตือนมา ว่า....
CD ที่เฉลิมศักดิ์ CD ยึดถือ เป็น สัทธรรมปฏิรูป

น่าอับอายมั๊ยคะ
-----------------------------------------------
ฉบับที่ผมอ้างอิงอยู่ ที่เป็น cd ได้รับแจกมา ก็ตรงกับ

http://84000.org/tipitaka/pitaka2/

http://202.44.204.76/tipitaka/
http://larndham.net/buddhism/tsearch.htm

-------------------------------------------------


จากคุณ : เฉลิมศักดิ์1 - [ 28 ม.ค. 47 05:12:43 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 46


มหาวิทยาลัย HANAZONO ของประเทศ ญี่ปุ่น ได้นำเอาพระไตรปิฎกซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลจัดสร้างขึ้นนี้ไปทำการวิจัย ซึ่งใช้เวลาเกือบ ๕ ปี โดยเทียบเคียงทั้งด้านภาษาไทย ภาษาบาลี และภาษาอังกฤษ โดยนักวิชาการพุทธศาสนา และภาษาศาสตร์จากนั้นจึงได้ประกาศรายงานสากล เพื่อส่งสัญญาณเตือนพุทธศาสนิกชน ถึงมหาภัยจากไวรัสศาสนา ซึ่งแฝงมาในรูปของพระไตรปิฎกฉบับสัทธรรมปฏิรูปนี้ โดยจัดทำเป็นรายงานผลการวิจัย ซึ่งสามารถ ใช้อ้างอิงความถูกต้องทางวิชาการ ได้โดยสากล (International Research) ปรากฏในหนังสือ "The Electronic Bodhidharma" ฉบับที่ ๓ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ หน้า ๙ (ดูภาคผนวก) ในข้อความสำคัญส่วนหนึ่งมีดังนี้

"โปรแกรม BUDSIR for Thai Translation ...... การคีย์ข้อมูลได้ถูกป้อนโดย พนักงานพิมพ์ดีดเพียง ๒ คนเท่านั้น แล้วนำมาเปรียบเทียบโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ปรากฏว่ามีการแก้ไขโดยนักวิชาการที่จะนำพระไตรปิฎกชุดนี้มาอ่าน - ตรวจทาน หรือรับรองอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด การแก้ไขข้อมูลบางแห่งกระทำโดยเพียงการใช้ระบบประมวล ศัพท์อัตโนมัติเท่านั้น

มีพระภิกษุไทยรูปหนึ่ง ซึ่งได้รับการแต่งตั้งมาเพื่องานนี้ ได้ทำการแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีการกล่าวอ้างอิงว่า เพื่อเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดของพระไตรปิฎก เนื่องจากไม่ได้มีการทำเครื่องหมายจุดที่แก้ไขในฐานข้อมูลให้ทราบ เราจึงต้องถือว่า CD-ROM ชุดนี้ ไม่ใช่พระไตรปิฎกฉบับคอมพิวเตอร์ ของพระไตรปิฎกฉบับที่เป็นหนังสือ (สยามรัฐฉบับหลวง) แต่ต้อง ถือว่าเป็นพระไตรปิฎกที่แต่งขึ้นเองใหม่ ซึ่งมีความแตกต่างจากพระไตรปิฎก ฉบับหนังสือ (สยามรัฐฉบับหลวง) และไม่ทราบว่านำมาจากที่ใด"
...........................................................................

ไหนล่ะหลักฐานที่กล่าวหาว่า
ธรรมกายไปจ้างมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่นโจมตีพระไตรปิฎกฉบับนี้



จากคุณ : ไหนล่ะ ? - [ 30 ม.ค. 47 08:16:57 A:203.107.144.117 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 47


ข้อมูลที่พิสูจน์ความเป็นไปมิได้โดยแท้ของการสร้างพระไตรปิฎกฉบับ CD-ROM
๑.จัดทำเป็น ๓ ภาษาคือ ไทย อังกฤษ และบาลี
๒.เฉพาะภาคพระสูตรมีตัวอักษรทั้งสิ้น ๓๐ ล้านตัวอักษร (๓๐ Mb)
๓.ภาคอธิบายมีตัวอักษร ๕๘ ล้านตัวอักษร (๕๘ Mb)
๔.ภาคคำศัพท์มีตัวอักษร ๑๖ ล้านตัวอักษร (๑๖ Mb) รวมทั้งสิ้นจะมีตัวอักษรทั้งหมด ๑๐๔ ล้านตัวอักษร
๕.การใช้ข้อมูลอ้างว่าใช้จากพระไตรปิฎกบาลีสยามรัฐฉบับหลวงมี ๗๐ เล่ม ถูกทำเป็น ๓ ภาษา (๗๐ x ๓ = ๒๑๐ เล่ม)
๖.พฤติกรรมทางสรีรวิทยา ของผู้ใส่ข้อมูล พิสูจน์โดยทางการแพทย์ได้ดังนี้ คือ
ก. ปกติธรรมดามนุษย์สามารถจดจำข้อมูลได้เพียง ๒๑ ตัวอักษรต่อการเหลือบตา ๑ ครั้ง จะแบ่งดังนี้
- เหลือบตาลงอ่านข้อความ ใช้เวลา ๑๒ วินาที
- จดจำข้อ ความสู่สมอง ใช้เวลา ๘ วินาที
- เหลือบตาขึ้นมองจอคอมฯ ใช้เวลา ๖ วินาที
- ตรวจสอบความถูกต้องด้วยตา ใช้เวลา ๖ วินาที
- พักสายตาโดยธรรมชาติต่อครั้ง ใช้เวลา ๗ วินาที
รวมระยะเวลาที่ใช้แต่ละครั้งที่ป้อนข้อมูล ใช้เวลา ๓๙ วินาที
เฉพาะพระสูตรมี ๓๐ ล้านตัวอักษรจะต้องใช้เวลาในการพิมพ์ ๕ ปี ๑ เดือน ๖ ชม. ๔๙ นาที

ลองคิดเอาเองว่า ๑๐๔ ล้านตัวอักษรจะต้องใช้เวลามากขนาดไหนในการพิมพ์ และที่ยิ่งไปกว่านั้น พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต) อ้างว่าเป็นเพียงผู้เดียว ที่ตรวจสอบเทียบเคียงความถูกต้องทั้ง ๓ ภาษา จะต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกเท่าใด


จากคุณ : แล้วตรงนี้ จะชี้แจงอย่างไร ? - [ 30 ม.ค. 47 08:17:11 A:203.107.144.117 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 48

http://202.44.204.76/tipitaka/offline/

พระไตรปิฎก ฉบับออนไลน์
ค้นหาเนื้อความที่ต้องการผ่านคำสำคัญที่ทราบ
ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมใดๆในเครื่อง
http://dharma.school.net.th/buddhism/tsearch.htm


--------------------------------------------------------------------------------

พระไตรปิฎก ฉบับธรรมทาน
โปรแกรมที่มีเนื้อหาพระไตรปิฎกครบถ้วน พร้อมเครื่องมือค้นหาดีที่สุดในเมืองไทย
แจกฟรีเป็นธรรมทาน หากไม่สะดวกดาวน์โหลดสามารถขอรับซีดีฟรีแทนได้
ดาวน์โหลดพร้อมอ่านรายละเอียดวิธีติดตั้งและการใช้งานได้ที่ http://dhammatan.org/


--------------------------------------------------------------------------------

พระไตรปิฎก ฉบับสยามรัฐ
1. ดาวน์โหลด พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ ทั้ง 45 เล่ม เพื่อความสะดวกแยกอ่านทีละเล่ม
2. คลาย zip file แล้วจัดเก็บพระไตรปิฎกทั้ง 45 เล่มชนิด txt file ไว้ใน directory เดียวกัน เช่น H:\tipitaka

-------------------------------------------------
จากความเห็นที่ ๔๖
ไพระไตรปิฎกฉบับคอมพิวเตอร์ ของพระไตรปิฎกฉบับที่เป็นหนังสือ (สยามรัฐฉบับหลวง) แต่ต้อง ถือว่าเป็นพระไตรปิฎกที่แต่งขึ้นเองใหม่ ซึ่งมีความแตกต่างจากพระไตรปิฎก ฉบับหนังสือ (สยามรัฐฉบับหลวง) และไม่ทราบว่านำมาจากที่ใด"

-------------------------------------------------
ชี้แจงด้วยครับว่า พระไตรปิฏกฉบับคอมพิวเตอร์ ต่างจากพระไตรปิฏก ฉบับสยามรัฐตรงไหน บิดเบือนอย่างไร ?


จากคุณ : เฉลิมศักดิ์1 (เฉลิมศักดิ์1) - [ 1 ก.พ. 47 06:51:42 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : ( gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf )
Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี
 
PANTIP Toys