สงสัยทำไมที่โบสถ์คริสเตียนไม่ทำพิธีแต่งงานให้ให้แต่โบสถ์คาทอลิคทำได้

(เนื่อหานี้เพื่อนผมฝากมาโพสท์ครับ..)

ข้อความจาก คุณ เอ

เราเป็นม่ายนะ อายุก็เกือบ 40 แล้ว เลิกกับแฟนเก่ามาหลายปี มีลูกคนนึง แต่แฟนเก่าเขาเอาไปเลี้ยง มาเจอกับแฟนใหม่เขาเป็นคริสเตียน ก็ดูใจกันอยู่หลายปี ตอนนี้อยากแต่งงานกัน ไปปรึกษาที่โบสถ์(คริสต์จักร)ที่แฟนเราเป็นสมาชิกอยู่ เขาบอกว่า ถ้าจะจัดงานเลี้ยงที่โบสถ์(คริสต์จักร)ก็ได้ เขาไม่ห้าม แต่เขาไม่ทำพิธีให้ เพราะ เราไม่ได้เป็นคริสเตียน จริง ๆ เราไม่ได้ซีเรียสอะไรหรอก เพราะเราเองก็ไม่มีปัญหาอะไร จริงๆ เราเองก็คุ้นเคยกับพวกคริสต์มาก่อน คุยอะไรกันกับคนคริสเตียนได้เข้าใจกันง่าย เพราะละแวกบ้านที่อยู่ก็มีแต่คริสต์ทั้งนั้น เรียนก็เรียนโรงเรียนคริสต์มาตั้งแต่เด็กจนจบมหาวิทยาลัย แต่แฟนใหม่เราอยากทำให้ถูกต้องตามธรรมเนียมแล้วก็ไม่ค่อยสบายใจ เราเลยคิดจะไปทำพิธีที่โบสถ์คาทอลิคแทน เพราะเราเคยเห็นเพื่อนเราหลายคู่ที่คนนึงเป็นพุทธคนนึงเป็นคริสต์แต่งในโบสถ์คาทอลิคไปเยอะแยะ จนเดี๋ยวนี้ลูกก็โตเป็นหนุ่มสาวกันบ้างแล้ว อยากทราบเหมือนกันว่า คนอื่นเคยเจอปัญหาอย่างนี้มาก่อนบ้างหรือเปล่า อาจจะไม่ใช่กับตัวเอง แต่อาจจะเป็นกับคนรู้จัก อะไรทำนองนี้ ลองมาคุยดู อยากรู้ว่า คนอื่นคิดอย่างไรกับเรื่องนี้

จากคุณ : ช่วยเพื่อนโพสท์ (tintin) - [ 8 ต.ค. 46 18:56:05 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

ถ้าเป็นคริสเตียนจะไปแต่งที่โบสถ์คาทอลิคไม่ได้มั้งคะ เคยถามดูก่อนหน้านี้

จากคุณ : ฟ้ารุ่ง - [ 8 ต.ค. 46 19:35:33 A:206.128.215.49 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

เหตุผลที่ทางคริสตจักร ไม่ค่อยทำพิธีให้ หากทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้เป็นคริสเตียน
เนื่องจาก ทางคริสตจักร เกรงว่า ด้วยความเชื่อที่แตกต่าง
อาจจะเป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะ หรือแตกแยกได้
ซึ่งเมื่อแต่งงานไปแล้ว มันจะกลับลำกันลำบาก
เนื่องจากคริสเตียนสนับสนุนให้แต่งงาน ผัวเดียวเมียเดียว
และแต่งแล้วแต่งเลย ค่อนข้างจะถือว่าการหย่าร้าง
หลังแต่งงานนั้นเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่หลวง
ดังนั้น หากเป็นไปได้ จึงควรให้ทั้งสองฝ่าย
มีความเชื่อเช่นเดียวกันเสียก่อน


จากคุณ : ดอส - [ 8 ต.ค. 46 23:14:23 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

คาทอลิค ยอมให้ แต่งานกับคนต่างศาสนา หรือต่างนิกายได้ โดยอีกฝ่ายไม่ต้องเปลี่ยนมาเป็นคาทอลิค เข้าใจว่าเป็นผลมาจากสังคายนาวาติกัน ที่ 2 ซึ่งทำให้พระศาสนาจักรคาทอลิคยอมรับ และให้ความสำคัญกับนิกาย และศาสนาอื่น ซึ่งก่อนหน้านี้กฎต่างๆของคาทอลิคค่อนข้างที่จะเคร่งครัด

แต่ยังไงก็ตามการที่จะแต่งงานในโบสถ์คาทอลิค หรือรับศีลสมรสจากบาทหลวงจะต้องมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นคาทอลิคครับ ถ้าฝ่ายหนึ่งเป็นคริสเตียน อีกฝ่ายเป็นพุทธ คงไม่ได้

อีกทั้งในกรณีของคุณคือเป็นม้าย ถึงจะเป็นคาทอลิคผมก็ไม่แน่ใจจะสามารถรับศีลสมรสได้อีกหรือไม่ บางทีอาจจะต้องรอให้สามีเก่าคุณเสียชีวิตก่อนถึงจะได้นะครับ หรืออาจจะต้องได้รับอนุญาตจากบิชอปก่อน อันนี้ผมไม่แน่ใจรอผู้รู้มาตอบครับ


จากคุณ : AlleluiA - [ 9 ต.ค. 46 00:15:21 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

ขอฝากเพลงนมัสการที่ใช้ในพิธีสมรส ให้เพื่อนคุณ tintin ด้วยค่ะ

%%..ความรักวิเศษ เหนือรักอื่นใด..%%
( Love Divine, All Love Excelling )
ผู้ประพันธ์: Charles Wesley ( 1707-1788 )

1. ความรัก…วิ-เศษ เหนือรัก อื่นใด พร สวรรค์ไหลล้นลงมา
เชิญประทับนดวงใจของข้า คุ้มครองด้วยพระก-รุ-ณา
โอพระเย-ซู ผู้ทรงเมตตา บ-ริ-สุทธิ์ และทรงพระคุณ
ขอประทานความรอดมาค้ำจุน หนุนใจบรรดาผู้รอคอย

2.ฤทธิ์ พระเจ้า สา-มารถ ช่วยเราได้ ทรงนำเราจนทุกวันนี้
ข้าหวังว่าจะทรงนำต่อไปให้ถึงเมืองเก-ษมเปรม-ปรีดิ์
เมื่อข้าหลงทางห่าง พระองค์ไป พระองค์ นั้นสืบเสาะตามหา
ทรงช่วยพ้นความทุกข์ร้าย นา-นา ด้วยพระโลหิตทรงไถ่ข้า

3.ความรักของพระองค์มากนักหนายิ่งนานยิ่งเพิ่ททุกเว-ลา
ขอให้พระเมต-ตา พระคริสต-เจ้า ได้ผูกมัดใจข้าให้มั่น
ขอพระองค์อย่าให้ ข้ากลับ หัน แต่ไว้ใจ พระองค์สืบไป
บัดนี้ขอถวายใจ บู-ชา ขอประ-ทับตรา ตรึงดวงใจ อา-เมน




จากคุณ : โปรดปราน ( พีพี ) - [ 9 ต.ค. 46 05:14:06 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

ตอบในมุมมองของโปรเตสแตนต์/คริสเตียนค่ะ

ดิฉันขอนำคำถามที่เยาวชนชอบถามศิษยาภิบาลของเรา ดังต่อไปนี้ :

คำถาม: คริสเตียน แต่งงานกับศาสนิกอื่นได้ ไหม

ตอบ: ได้ ….แต่ศาสนาจารย์ /ศิษยาภิบาล หรือ ผู้อาวุโสของคริสตจักร ไม่สนับสนุน เพราะ สังเกตในระยะยาวแล้ว ส่วนใหญ่ทำให้ครอบครัว มีปัญหา หรือความยุ่งยากในการครองคู่อย่างมาก อีกอย่างหนึ่งต้องคิดถึงอนาคตของลูกที่จะเกิดมาด้วย เพราะเมื่อมีทายาท ก็ไม่สามารถแนะนำลูกๆได้ว่าควรจะนับถือศาสนาไหน และบ่อยครั้งที่คู่สามี ภรรยา นำเรื่องความเชื่อไปสู่ปัญหาการทะเลาะเบาะแว้ง กันภายในครอบครัว และวงศาคณาญาติ แทนที่จะครองคู่กันอย่างมีความสุข แต่กลับเป็นความขมขื่นของชีวิต ชนิดที่เรียกว่า “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก”

ดังนั้น ถ้า หนุ่มๆสาวๆมาขอคำปรึกษา ศิษยาภิบาลท่าน มักจะแนะนำให้ คริสเตียน ช่วยประกาศ เป็นพยานให้คู่รักของตนเชื่อพระเจ้าก่อน …..แต่ถ้า พวกเขายังยืนยัน ที่จะแต่ง ศิษยาภิบาล ก็ทำพิธีให้ และบอกฝ่ายที่เป็นคริสเตียนตรงๆ ว่า คุณต้องเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตประจำวัน ที่จะนำคู่ครองของคุณมารู้จักพระเจ้า…และบอกเขาตรงๆว่าเขาจะต้องเตรียมรับปัญหาอะไรบ้าง …ศิษยาภิบาลได้แต่หนุนใจอย่าให้พวกเขาทิ้งโบสถ์ อย่าทิ้งพระเจ้า และมีชีวิตที่ติดสนิทกับพระเจ้า ทูลวิงวอนขอพระเจ้าเมตตาเสมอ

+++++++++++++++++++++

คำถาม: ถ้าคู่สมรสของคริสเตียน นับถือศาสนาอื่น เขามีสิทธิ์ทำพิธีสมรสในโบสถ์/คริสตจักรได้ไหม

ตอบ: ขึ้นอยู่กับธรรมนูญของคริสตจักรนั้นๆค่ะ อย่างคริสตจักรที่ดิฉันเป็นสมาชิก ไม่อนุญาต และหลายๆคริสตจักรอนุญาต … ดังนั้นคู่สมรส ต้องไปขอใช้สถานที่คริสตจักรที่อนุญาต

ปัจจุบันนี้ คู่สมรสจำนวนมาก ใช้ ห้องประชุมของโรงแรม เพื่อประกอบพิธีสมรส และเลี้ยงรับรอง

การเลี้ยงรับรอง: ไม่จำเป็นถ้าคู่สมรส ที่ฐานะเศรษฐกิจไม่ดี เสร็จพิธีในโบสถ์แล้ว จะเลี้ยงรับรอง
ด้วยของว่าง ….พิธี มักจะทำตอนบ่ายๆ

หมายเหตุ: ทั้งคริสตจักรที่อนุญาต และไม่อนุญาต ต่างก็มีเหตุผลที่ดีค่ะ

+++++++++++++++++++++++++++++


จากคุณ : โปรดปราน ( พีพี ) - [ 9 ต.ค. 46 05:22:38 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

-๓-

คำถาม: คริสเตียนควรเลือกวันแต่งงานอย่างไร เช่น ถือ ฤกษ์-ยาม ข้างขึ้น ข้างแรมไหม ฯลฯ

ตอบ: ฤกษ์-ยาม: คริสเตียนไม่ถือฤกษ์-ยาม หรือเลือกยามสะดวก.... ส่วนมากจะเลือกวันศุกร์ บ่าย หรือเสาร์บ่าย หรือวันหยุดของราชการ….ถ้าต่างจังหวัดมักจะเลือกก่อนเที่ยง เพื่อจะได้รับประทานอาหารเที่ยงกัน

-ช่วงมหาพรต คริสตจักรในเครือสภาคริสตจักร ส่วนใหญ่ จะไม่อนุญาต ให้มีพิธีสมรส หรือ บางคริสตจักรอนุญาต แต่ศาสนาจารย์ บางท่านจะไม่ประกอบพิธีให้

++++++++++++++++++++++++++++++

.ถาม: ใครคือผู้ประกอบพิธีสมรส ของคริสเตียน

ตอบ: คริสเตียนสังกัดสภาคริสตจักรในประเทศไทย ผู้ประกอบพิธี คือศาสนาจารย์ หรือศิษยาภิบาล ที่ได้รับการสถาปนา ( การปรกมือ ) เป็นผู้ประกอบพิธีสมรสได้ ถึงแม้ว่าคริสเตียนมีพิธีศักดิ์สิทธิ์ 2 พิธี คือ “บัพติสมา” ( ล้างบาป ) และ “มหาสนิท” ….แต่เราให้ความสำคัญกับการสมรสมากทีเดียวเพราะเชื่อว่า “ครอบครัว”คือสถาบันแรกที่พระเจ้าทรงสถาปนา และพระเยซูคริสต์เป็นศูนย์กลางของครอบครัว

++++++++++++++++++++++++++++++++

ถาม: ก่อนสมรส คู่สมรส ต้องเตรียมอะไรบ้าง

ตอบ: ต้องเรียน หลักคำสอน ก่อนสมรส ซึ่งผู้ประกอบพิธีเป็นคนสอน หรือให้คำแนะนำในลักษณะการให้คำปรึกษา
……: ผู้ประกอบพิธี หลายๆท่านจะแอบไม่สืบประวัติ หนุ่ม-สาวคู่นี้ ว่าเหมาะสมที่จะประกอบพิธีให้หรือไม่…เช่นไม่อยู่กินกันก่อนสมรส ไม่มีภรรยา หรือสามีมาก่อนสมรส ฯลฯ
------ ใกล้ๆวันประกอบพิธีสมรส คู่สมรสต้องไปจดทะเบียนสมรส เพื่อใช้ในวันประกอบพิธี ( แต่ยังอยู่กินฉันสามี-ภรรยาไม่ได้จนกว่าจะประกอบพิธี )

++++++++++++++++++++++++++++++++

ถาม: สินสอด จำเป็นไหม

ตอบ: แล้วแต่ธรรมเนียมประเพณี ของเชื้อชาติ ซึ่งเป็นเรื่องของการตกลง ระหว่างคู่สมรส และครอบครัวทั้งสอง …จะไม่เกี่ยวกับพิธีของโบสถ์ .... เพราะพิธีในโบสถ์จะใช้แหวน ทองคำ หรือ เงิน สองวง เท่านั้น



จากคุณ : โปรดปราน ( พีพี ) - [ 9 ต.ค. 46 05:23:56 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

เราเป็นม่ายนะ อายุก็เกือบ 40 แล้ว เลิกกับแฟนเก่ามาหลายปี มีลูกคนนึง แต่แฟนเก่าเขาเอาไปเลี้ยง มาเจอกับแฟนใหม่เขาเป็นคริสเตียน ก็ดูใจกันอยู่หลายปี ตอนนี้อยากแต่งงานกัน ไปปรึกษาที่โบสถ์(คริสต์จักร)ที่แฟนเราเป็นสมาชิกอยู่ เขาบอกว่า ถ้าจะจัดงานเลี้ยงที่โบสถ์(คริสต์จักร)ก็ได้ เขาไม่ห้าม แต่เขาไม่ทำพิธีให้ เพราะ เราไม่ได้เป็นคริสเตียน ฯลฯ

-----------------------------------

คุณเจ้าของกระทู้คะ ดิฉันอยากจะเรียนตรงๆว่า ที่ศิษยาภิบาล ฝ่ายว่าที่เจ้าบ่าวของเพื่อนคุณ ไม่ทำพิธีสมรสให้ ไม่ใช่เพราะว่า เพื่อนคุณไม่เป็นคริสเตียนค่ะ

แต่เพราะว่า "เพื่อนคุณหย่าร้าง" ต่างหากค่ะ เพราะดูแล้วที่คริสตจักรยังใจกว้างให้จัดเลี้ยงรับรองได้ คริสตจักรนี้ น่าจะอนุญาต ให้ ทำพิธีสมรสได้ ถ้าฝ่ายหนึ่งเป็นคริสต์

ดิฉันทราบถึงความลำบากใจของผู้ประกอบพิธีค่ะ ถ้าเขาทราบว่า คนที่เคยผ่านการสมรสมาแล้ว และหย่าร้าง..เขาต้องรับผิดชอบต่อ "ศาสนพิธีนี้"ทั้งหมด เพราะอาจจะเป็นหินสะดุดให้กับคริสตชนอื่นๆ

ดังนั้น ศิษยาภิบาลผู้ประกอบพิธีปฏิเสธการประกอบพิธี นี้เพราะท่านต้องรับผิดชอบต่อจิตสำนึกของท่าน และต่อสมาชิกคริสตจักรคนอื่นๆของคริสตจักรด้วย นี่คือเห็นแก่ผู้เชื่อส่วนใหญ่ค่ะ

----------------------------------

อย่างไร ก็ตาม ศิษยาภิบาลบางท่าน ก็ประกอบพิธีให้ แต่คงหายากหน่อยค่ะ


จากคุณ : โปรดปราน ( พีพี ) - [ 9 ต.ค. 46 05:40:53 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

-๔-

มาดูความหมาย และความสำคัญของการสมรส

พิธีสมรสของคริสเตียน ( ตอบตามทัศนะโปรเตสแตนต์ สังกัดสภาคริสตจักรฯ )

พระคัมภีร์ ได้บันทึกเกี่ยวกับต้นกำเนิดของครอบครัวว่า “ไม่ควรที่ชายคนนี้จะอยู่คนเดียว เราจะสร้างคู่อุปถัมภ์ที่สมกับเข้าขึ้นแล้ว......... เหตุฉะนั้น ผู้ชาย จึงจากบิดามารดาของตน ไปผูกพันอยู่กับภรรยา และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน” ( ดู เทียบ ปฐมกาล ๑.๑๘, ๒๑-๒๔) “ แล้วพระเจ้าทรงอวยพรแก่มนุษย์ตรัสแก่เขาว่า “จงมีลูกดกทวีมากขึ้นจนเต็มแผ่นดิน” ( ปฐมกาล ๑.๒๘ )

ข้อพระคัมภีร์ที่กล่าวมา ได้ชี้ให้เห็นความเป็นมาของ “สถาบันครอบครัว” หรือ “การสมรส” เกิดขึ้นครั้งแรกในโลกเป็นพระดำหริของพระเจ้า คริสตชนจึงเชื่อว่า ครอบครัวเป็นสถาบันของพระเจ้าเพราะพระองค์ทรงสร้างขึ้นมา

ดังนั้นการเริ่มต้นของครอบครัว คริสเตียนจึงควรมีลักษณะดังนี้ คือ

๑. “ความเป็นหนึ่งเดียวกัน” หมายถึงสามี ภรรยาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หรือพูดง่ายๆคือ ต้อง “รักเดียวใจเดียว” เพราะว่า พระเจ้ามนุษย์ให้เป็นชายและหญิง .....และเขาทั้งสองเป็นเนื้อเดียวกัน เขาไม่เป็นสองอีกต่อไป ( ดูเทียบ มาระโก ๑๐.๖-๙ )

๒. “ความมั่นคง” หมายถึงคู่สมรส จะต้องอยู่ด้วยกันตลอดชีวิต “ เขาจะไม่เป็นสองอีกต่อไป แต่เป็นเนื้ออันเดียวกัน เหตุฉะนั้น ซึ่งพระเจ้าทรงผุกพันกันแล้ว อย่าให้มนุษย์ทำให้เขาพรากจากกันเลย” ( มัทธิว ๑๙.๖) “ ถ้าผู้ใดหย่าภรรยาของตน แล้วไปมีภรรยาใหม่ ผู้นั้นก็ผิดประเวณี ต่อภรรยาเดิม และถ้าหญิงเองจะหย่าสามีของตน แล้วไปมีสามีใหม่ นั้น ก็ผิดประเวณี เหมือนกัน” ( ดู มาระโก ๑๐.๑๑-๑๒ )

การสมรสแบบคริสเตียน: การสมรสของคริสตชนมีความหมายมากกว่า การประสานความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน เพราะยังมีผู้ที่เกี่ยวข้องที่ยิ่งใหญ่ คือ “พระเยซูคริสต์เจ้า ผู้เป็นศูนย์กลางของครอบครัว” เพราะว่า คู่สมรสคริสเตียนทรงมอบหมายให้พระองค์ทรงนำ และชี้ทางในความสัมพันธ์นั้น

การสมรสของคริสตชนมีความหมายลึกซึ้ง เพราะไม่ได้ทำกันเพื่อข้อตกลง ตามประเพณี หรือความเหมาะสมทางสังคม หรือข้อบังคับของกฏหมาย “แต่เป็นการทำสัญญากันต่อพระพักตร์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า” จึงเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่จะผูกมัดคนทั้งสอง เพราะเขาได้ทำการปฏิญาณ กันต่อเบื้องพระพักตร์ของพระเจ้า โดยศาสนาจารย์ ผู้ประกอบพิธี เป็นตัวแทนของพระเจ้า ในการทำพิธีนี้ นอกจากนี้แล้วยังมี ญาติมิตร เพื่อนฝูงมาร่วมเป็นสักขีพยานแต่ที่สำคัญที่สุดคือความผูกพันระหว่าง สามี ภรรยา และองค์พระผู้เป็นเจ้า

ขอพระเจ้าอวยพรคุณและเพื่อนค่ะ


จากคุณ : โปรดปราน ( พีพี ) - [ 9 ต.ค. 46 05:46:34 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

ขอขอบคุณทุกท่านที่มาตอบนะครับ เพื่อนผมคนนี้ การศึกษาดี แต่ ฐานะไม่ค่อยดีเท่าไร จริงๆ ก็ไม่ได้ทำพิธีแต่งงานเป็นเรื่องเป็นราวเพราะแค่จดทะเบียนแล้วอยู่ด้วยกันเฉยๆ สามีเป็นฝ่ายเลิกกับเขาเองเพราะพ่อแม่ฝ่ายสามี(เชื้อสายจีน)ไม่ชอบสะใภ้คนไทย แล้วฝ่ายสามีเองก็ทำตัวไม่ค่อยดีเท่าไร(อันนี้เรื่องส่วนตัวครอบครัวเขาผมเองก็ไม่อยากจะไปเซ้าซี้ถามละเอียดเหมือนกัน รู้เท่าที่เขาเล่าให้ฟัง) เพื่อนผมยอมให้สามีเอาลูกไปเลี้ยงเพราะ อยากให้ลูกสบายกว่าอยู่กับตัวเอง
แล้วตอนนี้ผมเองก็เห็นว่าเขามีโอกาสพบผู้ชายดี ๆ (จริงๆ ดูใจกันนานกว่าสามีคนแรกอีก เพราะเขาก็กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนกัน) พออยากจะทำพิธีแต่งงานกับคนที่รักกันจริงๆ ซึ่งเป็นพิธีที่เขาไม่มีโอกาสได้ทำมาก่อนเลยในชีวิต ก็ยังไม่ได้ตามต้องการ มันก็น่าสงสารนะทางแฟนใหม่เขาเองก็ไม่ได้เซ้าซี้ให้เธอเปลี่ยนศาสนา แค่พาไปโบสถ์บ้าง เพื่อนผมก็ไปบ้างถ้าไม่ติดธุระอะไรสำคัญจริงๆ

สำหรับเพื่อนผมคนนี้ จริงๆ แล้วค่อนข้างจะเป็นคนที่มีจุดยืนอย่างหนึ่งเรื่องศาสนาค่อนข้างชัดเจน ไม่ถึงกับสุดโต่ง แต่ในความเห็นของผม เธอเป็นพุทธเข้าแก่นจริงๆ ที่ไม่ยึดติดกับอะไร แนวคิดของเธอเรื่องศาสนาอื่นมีในลักษณะเป็นมิตร ปกติก็ยอมรับในความคิด ความเชื่อของคนอื่นอยู่แล้ว กับแฟนใหม่เขาเองก็ไม่มีปัญหาอะไรกัน ซึ่งแนวโน้มของความขัดแย้งอันน่าจะมีนั้นอาจจะเป็นความคิดของคนอื่นที่มองไปเองหรือเปล่า เหมือนกับถ้าคนเราลุกขึ้น มันคงจะต้องมีโอกาสล้มแน่นอน โดยเฉพาะสมมุติว่าถ้าขาข้างนึงสั้นข้างนึงยาว อะไรอย่างนี้ เลยพาลไม่ยืนซะเฉยๆ ยังงั้น ใครมาแนะนำมาสนับสนุนให้ยืนก็เลยพลอย Guilty ไปด้วย ว่าข้าต้องผิดไปด้วยแหง ๆ ที่ไปให้เขายืน ทั้ง ๆ ที่เขาก็มีโอกาสที่จะระวังตัวเอง รู้ตัวเสมอว่า ขาเขาไม่เท่ากันอยู่นะ เวลายืน เวลาเดิน ต้องระวังหน่อย เท่านี้ เขาก็สามารถใช้ชีวิตต่อไปอย่างปกติต่อไปได้

ในความเห็นผมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมเองเห็นว่า การที่ทางโบสถ์นั้นเขาจะกีดกันไม่ทำพิธีให้เพราะเรื่องเป็นหม้ายหย่าร้าง ไม่ใช่หม้ายตายจาก มากกว่าเรื่องของการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้นับถือศาสนาเดียวกัน มันก็ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไร เพราะเพื่อนผมคนนี้เองก็ไม่ใช่ฝ่ายที่ต้องการจะเลิก ทำดีมาตลอด แต่อีกฝ่ายเป็นฝ่ายแยกไปเอง ขนาดกับลูกซึ่งปกติคนเป็นแม่มักจะไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ แต่เธอก็ยังปล่อยไปให้ฝ่ายชายเลี้ยง เพราะเธอเห็นกับประโยชน์สูงสุดฝ่ายลูก การที่เธอจะมานั่งอมทุกข์ไปชั่วชีวิต ทั้งๆ ที่มีโอกาสที่ดีเข้ามา แต่ไม่มีคนสนับสนุน มันก็น่าสงสารนะครับสำหรับกรณีที่คนที่ไม่ได้มีความผิดอะไร(อย่างของเพื่อนผม) เราอย่ามองคนที่เลิกรากันในชีวิตสมรสว่าหมดสิ้นทุกอย่างซิครับ ให้โอกาสเขาได้เริ่มชีวิตใหม่บ้าง
อยากฟังความเห็นท่านอื่น ๆ ด้วยครับ


จากคุณ : tintin - [ 9 ต.ค. 46 11:34:40 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

นี่ๆๆ....ไม่มีคริสต์คนไหนคิดจะบอกเจ้าของกระทู้ไปตามตรงเลยเหรอ ว่าสองนิกายนี้เขาไม่ถูกกัน

จากคุณ : ชาวบ้านตาดำดำ - [ 10 ต.ค. 46 00:15:12 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

ไม่ถูกกันน่ะมันนานมาแล้วคู๊ณ เดี๋ยวนี้คริสเตียน กับคริสตังไทยรักใคร่กลมเกลียว มีการจัดประชุมศาสนิกสัมพันธ์ร่วมกันบ่อยๆ บิชอปยอด ก็เคยเป็นถึงประธานสมาคมพระคริสตธรรมไทยของคริสเตียน

แล้วนี่คุณชาวบ้านฯ เมื่อ 2 วันก่อน อาร์คบิชอป แห่ง แคนเทอเบอรี่ ประมุขแห่ง พระศาสนาจักรแองกลิกัน ก็เพิ่งเข้าเฝ้าโป๊ป เดี๋ยวนี้คริสนิกายต่างๆอยู่ร่วมกันอย่างพี่น้อง นี่ผมเอารูปมาให้ดู ( เดี๋ยวจะหาว่าผมโม้ )

แก้ไขเมื่อ 10 ต.ค. 46 03:19:34

 
 


จากคุณ : AlleluiA - [ 10 ต.ค. 46 03:16:34 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

ความคิดเห็นที่ 10
นี่ๆๆ....ไม่มีคริสต์คนไหนคิดจะบอกเจ้าของกระทู้ไปตามตรงเลยเหรอ ว่าสองนิกายนี้เขาไม่ถูกกัน
จากคุณ : ชาวบ้านตาดำดำ


ก็เรือ่งไม่ถูกกัน มันไม่เกี่ยวกับการอนุญาต หรือไม่อนุญาต ให้ทำพิธีแต่งงานกันนี่ครับ


จากคุณ : ดอส - [ 10 ต.ค. 46 13:02:29 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

>>:ในความเห็นผมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมเองเห็นว่า การที่ทางโบสถ์นั้นเขาจะกีดกันไม่ทำพิธีให้เพราะเรื่องเป็นหม้ายหย่าร้าง ไม่ใช่หม้ายตายจาก มากกว่าเรื่องของการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้นับถือศาสนาเดียวกัน มันก็ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไร เพราะเพื่อนผมคนนี้เองก็ไม่ใช่ฝ่ายที่ต้องการจะเลิก ทำดีมาตลอด แต่อีกฝ่ายเป็นฝ่ายแยกไปเอง ขนาดกับลูกซึ่งปกติคนเป็นแม่มักจะไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ แต่เธอก็ยังปล่อยไปให้ฝ่ายชายเลี้ยง เพราะเธอเห็นกับประโยชน์สูงสุดฝ่ายลูก การที่เธอจะมานั่งอมทุกข์ไปชั่วชีวิต ทั้งๆ ที่มีโอกาสที่ดีเข้ามา แต่ไม่มีคนสนับสนุน มันก็น่าสงสารนะครับสำหรับกรณีที่คนที่ไม่ได้มีความผิดอะไร(อย่างของเพื่อนผม) เราอย่ามองคนที่เลิกรากันในชีวิตสมรสว่าหมดสิ้นทุกอย่างซิครับ ให้โอกาสเขาได้เริ่มชีวิตใหม่บ้าง
อยากฟังความเห็นท่านอื่น ๆ ด้วยครับ

******************************

ทำไมคุณเจ้าของกระทู้ไม่มองอย่างนี้ละคะ ถ้านั่นคือกฏของคริสตจักร และความเชื่อของชาวคริสต์ คิดถึงเหมือนกับด้านกฏหมาย ศิษยาภิบาลคือผู้รักษากฏนั้น จะให้เขาละเมิด กฏหมายนั้นหรือคะ
เขาก็ต้องรักษากฏหมายนั้นให้ศักดิ์สิทธิ์ ชาวคริสต์ หรือสมาชิกคริสตจักร ก็ศรัทธาศิษยาภิบาลของเขา ...ถ้าเกิด เขาอลุ่มอะล่วยให้เพื่อนของคุณ ต่อไปเขาก็ต้องอะลุ่มอะล่วยต่อหลายๆเรื่องของสมาชิกคนอื่นด้วย

ในทางกลับกันดิฉันเห็นว่าคริสตจักรนี้ใจกว้าง ไม่ฟังว่าห้ามแฟนเพื่อนคุณแต่งงานกับผู้เชื่อ ศาสนาอื่น และยอมให้ใช้โบสถ์เลี้ยงรับรอง แต่ท่านไม่ประกอบพิธีให้

ถึงแม้จะมีกฏ แต่ก็มีความรักเสมอค่ะ ทำไม ว่าที่เจ้าบ่าวไม่ปรึกษาศิษยาภิบาล แนะนำ ผู้ประกอบพิธีคนอื่นๆที่เขาทำให้ เพราะว่า ศาสนาจารย์ บางท่าน ไม่ประจำคริสตจักร ก็มี เขาจะทำให้เพื่อเห็นแก่คู่บ่าวสาว ดีกว่าปล่อยให้พวกเขาไปจดทะเบียนอยู่กันเอง ศาสนาจารย์ลักษณะแบบนี้เขาไม่ได้ ดูแลคริสตจักรโดยตรง ดังนั้น เขาจึงไม่ต้องเจอการวิพากวิจารณ์ หรือต้องมาตอบคำถามคนที่สงสัยเท่ากับศิษยาภิบาลประจำ

>>:การทำ พิธีสมรส ทำที่บ้าน ก็ได้ และเลี้ยงรับรองญาติสนิทกันที่บ้าน ( ซึ่งทางโปรเตสแตนต์ง่ายกว่าคาทอลิกเรื่องสถานที่ค่ะ ) ขอให้กำลังใจ และ นำคำแนะนำเพื่อนคุณดูนะคะ

<<<: อย่าไปมองว่าทางคริสตจักร หรือศิษยาภิบาลไม่เห็นใจเพื่อนคุณเลยค่ะ เพราะทางคริสตจักร ก็ต้องรักษากฏของเขาให้ศักดิ์สิทธิ์ ดิฉันว่า ทางศิษยาภิบาล เห็นใจเพื่อนคุณแน่นอนค่ะ แต่เขาต้องเข้าไปปรึกษาหารือ หาแนวทางแก้ไขให้เป็นไปได้ ซึ่งดิฉันผู้ตอบไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบาง จึงเห็นใจทั้งสองฝ่ายค่ะ ดิฉันเชื่อว่าถ้าไปหารือกับท่าน ท่านมีคำตอบที่ดีให้แน่นอนค่ะ




จากคุณ : ผาส - [ 11 ต.ค. 46 11:01:31 A:202.133.168.106 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

ทางโบสทำถูกแล้วครับ ความจริงแล้วเค้าอยากให้คริสแต่งกะคริสมากกว่า จะเป็นคริสคนละนิกายก็ได้ แต่ต่างศานานี่มันยาก ทางโบสถ์ไม่ทำให้แน่นอนเช่นโบสถ์ความหวังนี่ไม่ทำ 100% หากคุณอยากทำพิธีก็ทำได้แต่ต้องไม่ใช่โบสถ์ อาจจะเป็นโรงแรมหรือสถานที่เช่าที่ใดก็ได้ แล้วก็นะ คริสไม่ได้รังเกียจศาสนาใด เพราะทุกศาสนาล้วนสอนให้คนเป็นคนดี แต่หลักการณ์ก็ต้องเป็นหลักการณ์ เมื่อหลักการณ์มีว่าให้คริสแต่งคริส โบสถ์คงไม่สามารถจัดงานให้คริสไปแต่งกะต่างศาสนาได้

จากคุณ : ttno1 - [ 12 ต.ค. 46 03:41:43 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

ความจริง คุณโปรดปราน ได้ตอบไปอย่างดีมากแล้ว
แต่ก้ยังอยากสรุป ในสำนวนแบบอื่น เพื่อยำ้ให้เข้าใจยิ่งขึ้น

ถ้าต้องการทำพิธีจริงๆ ก็ต้องควานหากัน ล่ะ ที่ศาสนาจารย์คนไหน จะทำให้ ก็น่าจะมี

อย่างที่ว่า ที่ศิษยาภิบาลคนคนนั้นปฏิเเสธการทำพิธีให้ เพราะเขาก็ต้องรักษากฎเกณฑ์บางอย่างไว้ ประเดี๋ยวคนอื่นๆในโบสถ์ ก็จะมีข้ออ้าง แต่ไม่ใช่ว่า คุณสองคนนั้นจะแต่งงานกันไม่ได้เรย แต่งได้ ถ้ารักจริงๆ

และเท่าที่ดูข้อมูลที่โพสมา น่าจะเป็นเพราะ ความเป็นหม้าย โดยที่คู่เดิมยังมีชีวิตอยู่ จึงถูกปฏิเสธมา หากเป็น หม้ายเพราะคู่ชีวิตเดิมตายจากกันไปก่อน ยังพอมีน้ำหนักขึ้นมาบ้าง

กฎเกณฑ์ อ่ะนี้ เป็นหลักการ ที่มีอยู่ในพระคัมภีร์ เพื่อป้องกัน ปัญหาที่คาดว่าอาจจะติดตามในอนาคต
แต่ถ้า สองคนยังคงมั่นใจ และเข้าใจสถานการณ์อย่างดี ว่ากำลังเดินอยู่ในทางที่ไม่ค่อยสว่างนัก เตรียมพร้อมจะเผชิญ ก็ไม่ว่ากัน แต่งได้ เพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจที่จะเลือกทางเดิน

ส่วนที่ว่า อีกฝ่ายไม่ได้เชื่อพระเจ้า ก็แต่งได้ ขึ้นกับคริสตจักรไหน บางแห่งเขาก็เคร่งถ้าไม่เชื่อก่อนเขาไม่ประกอบพิธีให้ บางแห่งก็พอประนีประนอมให้ เช่นอาจจะมาเข้าชั้นเรียนก่อน ให้เข้าฝั่งคริสต์ชน ว่าเขาเชื่ออะไรกัน เป็นต้น เหมือนเช่น ที่ทางคาทอลิกจะให้ปฏิบัติเช่นนี้


จากคุณ : jiang_si@yahoo.com - [ 13 ต.ค. 46 17:00:32 A:203.157.14.247 X:203.157.2.117 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 16

ขอเสริมในแง่มุมคาทอลิกคับ

สำหรับศีลแต่งาน หรือที่เรียกกันว่า ศีลกล่าวนั้นเป็นจารีที่สำคัญใน 7 ศีลของพระศาสนจักร ซึ่งบางคนว่า ศักดิ์พอๆกับศีลบวชเลยทีเดียวในส่วนของคำถามที่ว่า เป็นม่าย แต่งงานใหม่ได้ไหมตอบว่า ได้คัรบ แต่ต้องรอประมาณ 3 เดือนนับจากวันเป็นม่าย เพราะกันกรณีที่จะมีบุตร จะได้ทราบว่าบุตรใคร เป็นต้น
ต่อมาจะแต่งได้หรือไม ในกรณีถ้าเป็นม่ายจากการหย่าร้าง พระศาสนจักรท้องถิ่นมีหน่วยงานเรียกว่า ศาลวินิจฉัยคดี ซึ่งมีคุณพ่อที่ได้รับแต่งตั้งขากประมุขมิสซังให้ทำหน้าที่พิจารณาความเหล่านี้ ด้วยว่าการแต่งงานของคาทอลิกนั้นไม่สามารถแยกจากกันได้ ดังนั้นเมื่อมีเหตุการณือันำพให้หย่าร้าง ต้องผ่านการพิจรณาของศาลก่อนจึงจะผ่าน
ที่นี้ ในแง่ของการแต่งงานข้ามศาสนา พระรศานัจกรผ่อนปรนเรื่องเหล่านี้ แต่ยังยึดถือว่า ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังมิได้เป็นคาทอลิก ถือว่าการทำจารีตนั้นไม่สมบูรณ์ แต่ถูกต้องตามจารีตของพระศาสนจักร เช่นเดียวกัน เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายได้เป็นคาทอลิกแล้ว จะให้บาทหลวงโปรดศีลกล่าวอีกครั้งได้ครับ


จากคุณ : พ่อปลัด - [ 18 ต.ค. 46 18:07:24 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่
ความคิดเห็น :
ชื่อ / e-mail : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : ( gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf )
 
PANTIP Toys