มีใครสนใจจะแนะนำหัวข้อวิทยานิพนธ์เจ๋งๆ ไหม เดี๋ยวจะทำให้เป็นรูปธรรมให้เอง

กำลังเรียนโทสื่อสารมวลชนที่มธ. อยู่เหลือแค่วิทยานิพนธ์ก็จะจบ แต่จนบัดนี้ยังคิดหัวข้อไม่ออกเลย อยากได้คำแนะนำ เผื่อจะมีเรื่องน่าสนใจไปทำวิทยานิพนธ์ได้อ่ะ ใครมีหัวข้อเด็ดๆ เกี่ยวกับงานสื่อสารมวลชน รบกวนนำเหนอหน่อยนะค้าบ อยากจบแบบงามๆ และตามระเบียบหลักสูตร3ปีน่ะ เห็นพูดเล่นอย่างนี้ ซีเรียสนะ!

จากคุณ : ahoy (i_hea) - [ 5 ม.ค. 46 02:04:06 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

You are unbelievable!!!!

จากคุณ : pop - [ 5 ม.ค. 46 02:11:48 A:137.205.8.4 X:137.205.187.19 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

To Khun Pop: What did u mean, i'm unbelievable?? huh??

จากคุณ : i_hea - [ 5 ม.ค. 46 02:24:10 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

Why do people easily ask for help without self-helping in the webboard nowsaday? Is the board used to serve for such an objective?

P.S. I really think that you should change "i_hea"..If you are not sure that what should be pronounced.


จากคุณ : just passed by - [ 5 ม.ค. 46 05:07:32 A:128.235.242.51 X:128.235.245.55 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

มีใครสนใจจะแนะนำหัวข้อวิทยานิพนธ์เจ๋งๆ ไหม เดี๋ยวจะทำให้เป็นรูปธรรมให้เอง ...
อ่านแล้วเหมือนคุณจะมามีบุญคุณที่คุณจะกรุณาทำอะไรให้สักอย่างเลยน่ะ อ่านแล้วรู้สึกชอบกล สื่อสารมวลชน..คิดเองละกัน ขอให้คิดออกนะ (เห็นด้วยกับ คคห.ที่ 3 คุณเปลี่ยนชื่อเถอะนะ)


จากคุณ : โยทะกา - [ 5 ม.ค. 46 09:47:13 A:128.125.224.172 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

One important qualification of the master is able to do the research. If you want to get the degree and are proud of it, you should do everything by your own. I spent 4 years studying my MA. I was sometimes crying when I couldn't make any progress on my thesis. Once I thought no one forced me to learn while I chose it myself; I got up and fought with the thesis. Now when I looked back to that peroid, I am always proud of it. I don't know why people nowadays like to get things without putting any effort on them. I am so sad when seeing someone asking for the topic of thesis on the webboard with the unpleasant words. I can't see the bright future of Thailand if the graduate students still have immature thought and brain.

จากคุณ : Lingual - [ 5 ม.ค. 46 10:34:59 A:68.117.68.161 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

ลาออกเหอะ แค่หัวข้อยังไม่มีปัญญาหา.....แล้วไม่ต้องมาว่านะ ไมเคยเรียนไม่รู้ เพราะตอนนี้กำลังทำวิทยานิพนธ์อยู่ อย่าให้ใครมามองแล้วว่าไปถึงสถาบันเลย ว่ามีคนแบบนี้อยู่ด้วยหรอ

จากคุณ : 12345 - [ 5 ม.ค. 46 11:07:04 A:161.200.255.163 X:161.200.131.58 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

Seems like everyone knows what I mean, but you........... I insist "You are unbelievable"....

จากคุณ : POP - [ 5 ม.ค. 46 13:58:28 A:137.205.8.4 X:137.205.187.19 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

ก็ไปค้นๆดูในคอม แล้วก็ดัดแปลงหัวข้อนิดหน่อย พอดีไม่ได้เรียนมากทางนี้น่ะค่ะ
บอกไม่ถูก ขอให้โชคดีค่ะ


จากคุณ : y - [ 5 ม.ค. 46 15:53:16 A:203.146.115.25 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

เลือกที่เราสนใจดีกว่ามั้งครับ อยากลืมว่าเราต้องขลุก
อยู่กับมันเป็นปีเชียวนะ ถ้าคุณไม่สนใจมันจริง ๆ รับรอง
ว่าคุณจะทุกข์ทรมานจนแทบรากเลือดเลยทีเดียว


จากคุณ : จากผู้กำลังรากเลือดอยู่ตอนนี้ (trufa) - [ 5 ม.ค. 46 20:33:20 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

เรื่องนี้เลย เด็ดสุด

"ความล้มเหลวในการผลิตบุคลากรด้านการสื่อสารมวลชน ตั้งแต่การคัดเลือกเข้าศึกษาถึงการเขียนวิทยานิพนธ์ :กรณีศึกษาคณะวารสารศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์"


จากคุณ : มารศรี ดีเสมอ - [ 7 ม.ค. 46 18:37:39 A:219.170.156.10 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

อืม เข้าใจว่าคงมาตั้งกระทู้เพื่อข้อความเห็นนะครับ เคยผ่านช่วงการหาหัวข้อมาเหมือนกัน และคิดว่าการนั่งอยู่คนเดียวค้นคว้าเพื่อหาหัวข้อนี่ มันจะเหมือนกับโลกแคบและตันๆ นะ

เท่าที่อ่านกระทู้ดู นอกจากหัวข้อกระทู้ที่ใช้คำเหมือนกับพูดเล่นๆ คึกคะนองนิดหน่อย ผมว่าก็ไม่ได้ใช้คำไม่สุภาพอะไร คำว่า ขอคำแนะนำ และรบกวนขอนำเสนอเนี่ย ทำไมหนอถึงว่ากันขนาดล้มเหลวเชียวเหรอ คงไม่ร้ายแรงขนาดนั้นหรอกกระมัง ถ้าจะติงคงเป็นเรื่องการใช้ภาษาของเจ้าของกระทู้ที่น่าจะเป็นทางการกว่านี้หน่อย ถ้าคิดจะตั้งกระทู้ในห้องสมุดนี่

ถ้าเป็นผม ตอนนี้เท่าที่คิดได้หัวข้อคงเกี่ยวกับวัฒนธรรมการใช้สื่ออินเตอร์เน็ต เช่น Pantip.com นี่ก็ได้นะ

เอาเป็นว่าทีหน้าทีหลัง ถ้าจะตั้งกระทู้ในห้องสมุดคงต้องซีเรียสหน่อยเน้อ

ให้กำลังใจละกัน ทำวิทยานิพนธ์ให้ได้ดีเด่นเลยนะ เห็นปีที่แล้ว คณะวารสาร วิทยานิพนธ์ดีเด่นเกี่ยวกับ นสพ.นี่ ไทยรัฐเอาลงหน้าหนึ่งด้วย


จากคุณ : kazakdoom - [ 8 ม.ค. 46 10:45:05 A:202.133.169.154 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

เข้ามาด่าสาดเสียเทเสียทำไม? ไม่เข้าใจ...เขาถามความเห็นแง่มุมใหม่ๆแล้วเป็นยังไง? ห้องการศึกษาไม่น่าเป็นแบบนี้เลย เซ็งว่ะ
เจ้าของกระทู้ทำเรื่องนี้เป็นไง พวกหนังสือพิมพ์กีฬาซอคเกอร์,คิกออฟ,สปอร์ตพูล ฯลฯเลยไปพวก"ตัวเลขมหัศจรรย์" หวยๆทั้งหลายก็ดีนะ แง่มุมไหน?หัวข้อชื่อสวยๆว่าอะไร? ไปคิดเองนะ


จากคุณ : ยังงงอยู่นะว่าด่าทำไม? - [ 8 ม.ค. 46 12:23:11 A:203.148.254.137 X:203.148.254.130 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

ไม่ได้ว่านะ แต่อ่านคำถามของคุณและคำตอบทั้งหมดแล้ว ก็สรุปเอาเองว่า คุณเรียนสื่อสารมวลชนแต่ยังไม่สามารถสื่อสารกับมวลชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ได้ผลตามเป้าหมาย

จากคุณ : ? - [ 8 ม.ค. 46 13:18:26 A:66.81.252.12 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

น่าจะทำเรื่องเกี่ยวกะการเสนอข่าวในปัจจุบันนะเพราะว่ากะลังดังๆๆกันอยู่อะ
แต่คิดไม่ออกว่าจะเสนอหัวข้ออะไรดีเพราะตอนนี้ก้อกะลังทำสารนิพนธ์อยู่ เกี่ยวกับจริยธรรมคุณธรรม ถ้ามีความคิดดีๆก้อเมล์มาบอกบ้างนะถ้าคิดหัวข้อได้จะส่งลงมาในกระทู้ให้ thank u ...... siriwattanamethadol@yahoo.com


จากคุณ : siriwattamethadol - [ 8 ม.ค. 46 15:40:03 A:202.28.179.6 X:unknown ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

เรื่องนี้ดีกว่า

เหตุใด มารศรี จึงไม่มีสามีแม้อายุจะเยอะแล้ว ลองให้เหตุผลมา


จากคุณ : ?? - [ 8 ม.ค. 46 18:06:25 A:203.144.238.25 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 16

บางทีการฟังความคิดเห็นคนอื่นเยอะๆ ก็ช่วยให้เราปิ๊งไอเดียของเราเองขึ้นมาได้เหมือนกัน ไม่เห็นจะต้องไปว่าเค้าเลย บางทีเค้าอาจจะมีเรื่องที่เค้าสนใจอยู่แล้ว แต่อยู่ดีๆ พอจะคิดก็คิดไม่ออกซะดื้อๆ ถ้าเค้าได้ยินอะไรขึ้นมาอาจจะเกิดความคิดดีๆ ไปก็ได้

ผมว่าการที่เจ้าของกระทู้มาโพสท์อย่างนี้ แสดงว่าเค้ามีความพยายามตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการทำวิจัยแล้ว คือการหาหัวข้อเรื่อง น่าชมเชยซะมากกว่าอีก นักศึกษาปริญญาโทที่คิดหัวข้อเองจำนวนไม่น้อยที่ทำงานวิจัยหัวข้อที่ไม่น่าสนใจ หรือไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ทำแต่พอจบๆ ไป นักศึกษาบางคนก็ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ ไม่ได้คิดเองซึ่งในด้านการหาหัวข้อแล้ว นักศึกษาเหล่านั้นก็ไม่เห็นจะแตกต่างจากคุณเจ้าของกระทู้ซะเท่าไหร่

ผมว่าหัวข้อหนึ่งที่น่าทำก็คือ
"สาเหตุและปัจจัยที่มีผลให้ คว.. มาเข้าเวบ pantip.com และด่าคน(อย่างไม่รู้จักคิด)"


จากคุณ : บ้า - [ 8 ม.ค. 46 18:34:48 A:202.183.228.67 X:203.170.144.57 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 17

วิทยานิพนธ์ เกิดจากการค้นคว้า การที่เราจะได้หัวข้อในการทำวิทยานิพนธ์เราจะต้องค้นหา ถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้เสียก่อน ว่าปัญหาทางสื่อสารมวลที่เกิดขึ้นในสังคมมีอะไรบ้าง และแนวทางในการแก้ไขที่เราเห็นว่าสามารถกระทำได้มีอย่างไรเช่น
การสื่อสารทางโทรทัศน์ง:ศึกษากรณีความรุนแรงจากสื่อ


จากคุณ : เอก - [ 9 ม.ค. 46 02:23:30 A:203.113.33.9 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 18

Orrr so you guys up here don't have idea what he called himself? It's just " I - HEA " so you think he is trying to say this to you or to himself, isn't he? I guess any sentence for this feild is so serious, sometimes any wrong or misleading sentences on newspaper can KILL someone or damage the prestige of something. So you guys don't think it's serious for me to consider his words?

จากคุณ : just passed by - [ 9 ม.ค. 46 03:32:52 A:138.89.43.95 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 19

ในฐานะที่ผมเองก็กำลังเศึกษาอยู่ในระดับปริญญาโทที่สถาบันการศึกษาแห่งเดียวกับคุณที่ post กระทู้อันนี้เอาไว้นะครับ แต่ศึกษากันคนละคณะฯ กัน และในฐานะที่เป็นคนกลุ่มนึงที่เข้า pantip มาอ่านกระทู้ มาหาข้อมูลใหม่ๆ ที่สามารถกระตุ้นต่อมสมองให้มีความคิดสร้างสรรค์ต่อไปได้นั้น ...

ผมเองก็ยังไม่เห็นถึงข้อเสียอะไรมากมายจากเจ้าของกระทู้เลยนะครับ บางครั้งการที่เค้าเรียนคณะฯ นั้น อาจจะมีอารมณ์ศิลปินปะปนอยู่บ้าง เวลาแสดงออกมาเลยอาจจะไม่ถูกใจใครบางคน แต่คุณก็สามารถเลือกที่จะบริโภค เสพข้อมูล รวมถึงการตอบคำถามที่เป็นประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ หรือถ้่าคุณไม่สามารถที่จะช่วยเหลือใดๆ ได้ ก็กรุณาอ่านผ่านๆ เพียงพอครับ

ส่วนตัวผมเองก็ขอเสนอให้ทำวิยทนิพนธ์เกี่ยวกับเรื่อง "พฤติกรรมการบริโภคข่าวสารผ่านหนังสือพิมพ์" คุณเองก็อาจจะจับประเด็นเกี่ยวกับ ข่าวประเภทใดที่คนนิยมอ่านมากที่สุด, ส่วนใดของนสพ. ที่คนจะนิยมอ่านเป็นส่วนแรก ซึ่งข้อสมมติฐานพวกนี้อาจจะแบ่งตามวัย วุฒิการศึกษาก็ได้นะ ลองดูแล้วกันครับ


จากคุณ : BaNkZy - [ 9 ม.ค. 46 11:15:38 A:57.72.8.2 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 20

I agree marasri

จากคุณ : Blink - [ 9 ม.ค. 46 11:28:25 A:203.155.163.60 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 21

การเข้าไปเรียนในระดับนี้และรู้ล่วงหน้าว่าต้องมีการทำวิทยานิพนธ์ ผมว่ามันควรจะมีหัวข้อที่อยากจะทำไว้ในใจตั้งแต่คิดที่จะเรียนแล้วนะครับ แต่ก็น่าเห็นใจเจ้าของกระทู้ตรงที่ตลอดการเรียนที่ผ่านมาทั้งป.ตรี และ ป.โท รวมถึงเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัวไม่ได้กระตุ้นต่อมสงสัยของเจ้าของกระทู้ ให้นำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาไปตอบข้อสงสัย(ที่ไม่มี)เหล่านั้นได้เลย

ที่อยากจะพูดถึงอีกนิดนึงก็คือเดี๋ยวนี้มีจำนวนเด็กเรียนจบป.ตรีเข้าไปเรียนต่อโทเลยโดยไม่ได้มีประสบการณ์ทำงานมาก่อนมากขึ้นอย่างน่าตกใจ จริงๆแล้วมันไม่ควรจะเป็นอย่างนั้นเพราะจะทำให้การเรียนการสอนในระดับป.โท ก็เลยกลายเป็นรอรับจากอจ.ซะส่วนใหญ่เหมือนกับสมัยเรียน ป.ตรี เพราะไม่มีประสบการณ์ก็เลยไม่รู้จะเอาอะไรมาแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในห้อง ไม่มีอะไรให้สงสัยเพราะไม่เคยเจอสิ่งที่ต่างไปจากตำรา และไม่ทราบจะเอาไปประยุกต์ใช้อย่างไรเพราะไม่เคยทำงานมาก่อน เพื่อนที่เรียนด้วยก็เสียโอกาส พูดไปก็รู้สึกกังวลกับทิศทางการศึกษาของประเทศไทยในปัจจุบันจริงๆ


จากคุณ : Liam - [ 9 ม.ค. 46 12:52:37 A:64.175.36.74 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 22

การเข้ามาถามก็เป็นประโยชน์นะ ทำให้เรามองเห็นโลกกว้าง แต่ส่วนนึงของการเรียนคือการที่ผู้เรียนสามารถตั้งหัวข้อเอง แล้วค้นคว้าได้ ฝึกตัวเองให้เป็นผู้สนใจสิ่งโน่นนี่ แล้วคุณจะรู้ว่ามีอะไรมีอีกมากมายที่น่าจะเป็นหัวข้อของการทำวิทยานิพนธ์

ลองสังเกตจากสิ่งรอบๆ ตัวเรื่องสื่อ แล้วถ้าเรื่องไหนคุณเกิดสนใจก็ลองหาข้อมูลแล้วทำ

ไม่ได้ว่าหรือสนับสนุนแต่ว่าแสดงความเห็นและไม่ได้มาว่าเกี่ยวกับวิธีหรือคำพูดในการตั้งกระทู้ด้วย (ถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล)


จากคุณ : เมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง - [ 9 ม.ค. 46 14:02:11 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 23

จริงครับ การ เข้าไปเรียนในระดับ นี้ ต้องมองปัญหาให้ได้ ต้องมีข้อสงสัย อย่างมีหลักการ

การทำปริญญานิพนธ์ คุณควรที่จะมีข้อสงสัยในใจที่เกี่ยวข้องกับ สิ่งที่คุณสนใจ ปัญหาที่คาใจ และตีแผ่มันออกมาเพื่อให้ได้ เรื่องราวที่คุณ จะสามารถทำได้ ในแง่ของสื่อสารมวลชน

ตัวอย่างเช่น
- เรื่อง สื่อสารมวลชนทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศ ดีขึ้นหรือแย่ลง

- เรื่อง ความเชื่อถือได้ของสื่อในการนำเสนอข่าว

- ความล้มเหลวในการผลิตบุคลากรด้านการสื่อสารมวลชน ตั้งแต่การคัดเลือกเข้าศึกษาถึงการเขียนวิทยานิพนธ์

แค่นี้ละนะ


จากคุณ : k1. - [ 9 ม.ค. 46 14:07:05 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 24

รู้สึกไม่ค่อยดีเลยค่ะ เพราะตัวเองก็จบโทจากคณะนี้เหมือนกัน จำได้ว่าสมัยที่จะทำวิทยานิพนธ์นั้นต้องคิดหัวข้อที่จะทำซะหัวแทบแตก เรื่องที่อยากทำจริง ๆ ก็ทำไม่ได้ เพราะมีข้อจำกัดเรื่องเวลาและเงินทุน เลยต้องทำหัวข้อที่ตัวเองสนใจรองลงมา เคยมีรุ่นน้องมาตั้งคำถาม ถามแบบนี้บ่อย ๆประโยคแรกที่บอกพวกเขาก็คือ ....สนใจเรื่องอะไรล่ะ...
แล้วค่อยๆ คิดหาหัวข้อ แหล่งข้อมูลมีตั้งมากมายทั้งในห้องสมุดและในอินเตอร์เน็ต เพียงแค่ขยันค้นคว้าหน่อยเท่านั้นเอง


จากคุณ : อักษรสีฟ้า - [ 9 ม.ค. 46 15:34:56 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 25

เห้นด้วยที่ว่าบางครั้งอยากทำแต่ก็ทำไม่ได้ ที่เคยเจอก็คืออาจารย์ไม่มีความชำนาญในด้านที่เราสนใจ ผลสุดท้าย ไปๆ มาๆ ดันเป้นเรื่องที่ อ. สนใจแทน และผมคิดว่าทุกคนที่เรียน และรวมถึงผู้ตั้งกระทู้นั้นมีประเด้นที่ตนเองสนใจอยู่แล้ว ปัญหาน่าจะอยู่ที่ว่าจะนำออกมาเป็นรูปธรรมอย่างไร
หัวข้อแนะนำ "จรรยสบรรณของสื่อกับการชี้นำมวลชน"


จากคุณ : เคยเป็นเหมือนกัน - [ 9 ม.ค. 46 23:08:19 A:202.28.62.68 X:unknown, unknown ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 26

อยู่ดีไม่ชอบดี หาเรื่องถูกด่า พี่จบโท เรียนเอกที่นี่แหละ เอกยังไม่จบตอนนี้ได้ทุนมาอยู่อังกฤษ สถาบันเดียวกัน ก็ต้องช่วยกันหน่อยนิ

“มีใครสนใจจะแนะนำหัวข้อวิทยานิพนธ์เจ๋งๆ ไหม เดี๋ยวจะทำให้เป็นรูปธรรมให้เอง”

ดูจากสำนวนแล้ว เจ้าของกระทู้มันน่าจะเป็นคนขี้เล่น ออกทะลึ่งหน่อยๆ เขาคงจะมีไอเดียอยู่บ้าง ไม่ใช่สมองตันซะเลย ไม่งั้นเรียนธรรมศาสตร์ไม่ได้หรอก

เข้าเรื่องเลย ตอนนี้ทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ก็จะศึกษาว่า “ข่าวกับบทความของหนังสือพิมพ์มีความตรงกัน (directness) กับข้อความที่อภิปรายกันในสภาหรือไม่ โดยใช้ทฤษฎี coherence กับ relevance ของภาษาศาสตร์เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ โดยแบ่งหนังสือพิมพ์ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ เชิงคุณภาพ (มติชนกับสยามรัฐ) เชิงกึ่งคุณภาพ (แนวหน้ากับบ้านเมือง) เชิงปริมาณ (ไทยรัฐกับเดลินิวส์)

งานของพี่มันไม่มีเวลาที่จะไปอธิบายว่ามันเกิดจากอะไร ทำเรื่องทำนองนี้ก็ได้ เพราะตอนนี้สื่อเป็นของฝ่ายรัฐบาลซะเยอะ อาจจะวิเคราะห์ว่า นายกทะเลาะกับสภาทนายความ ข่าวกับบทความหนังสือพิมพ์แตกต่างกันไหม ระหว่างกลุ่มที่มีเจ้าของเป็นฝ่ายรัฐบาล กลับกลุ่มอื่น อาจจะเอาทีวีก็ได้ เรียนวารสารมันต้องรู้อยู่แล้วว่าหนังสือพิมพ์ไหนใครเป็นเจ้าของ

ไม่รู้เจ้าของกระทู้มันจะมาอ่านถึงนี่หรือเปล่า แต่ขอติงคุณกระทู้ที่ห้าหน่อย การที่คุณสรุปอย่างนั้น เรียกกันทางตรรกวิทยาว่า เป็นการด่วนสรุป (rash generalization) ซึ่งเป็นการสรุปที่ไม่สมเหตุสมผล แหม เจอเด็กซ่าๆ ถามแบบคะนองหนเดียว หรือมันจะเมาก็ไม่รู้ คุณจะหมดหวังกับประเทศไทยมันก็เกินไป

take it easy


จากคุณ : มอมแมม - [ 10 ม.ค. 46 03:15:02 A:129.11.159.105 X:129.11.131.25 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 27

อันนี้สนใจอ่ะ ไม่รู้เป็นหัวข้อได้ป่าว
"อิทธิพลของสื่อหนังสือพิมพ์ ที่มีต่อผู้อ่าน และต่อผู้ถูกกล่าวถึง"


จากคุณ : ก๊วยไต้โล่ว - [ 10 ม.ค. 46 10:13:50 A:203.170.177.9 X:203.170.177.3 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 28

เสรีภาพของสื่อ กับ สิทธิในการรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

จากคุณ : N@TJUNG - [ 11 ม.ค. 46 03:28:30 A:202.133.160.42 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 29

หัวข้อ:สื่อกับการพัฒนาประเทศ
ให้ลองนำสื่อไทยกับสื่อฝรั่งมาเปรียบเทียบกัน ว่าเหตุใดทำไมฝรั่งถึงพัฒนาประเทศได้เร็วกว่าเรา ไม่ว่าจะประเด็น เสรีภาพของสื่อ ความสร้างสรรค์ของสื่อ ความเคารพสิทธิส่วนบุคคลของสื่อ ความหลากหลายของข่าวที่นำเสนอ ลักษณะรูปแบบการนำเสนอ และที่อยากจะแนะนำอีกอันก็คือ สื่อกับเยาวชน อันนี้ไทยกับฝรั่งจะเห็นได้ชัดมาก ที่เมืองนอกมี อันดับหนังสือขายดีของแต่ละสถานี ของแต่ละสำนักหนังสือพิมพ์ด้วย แสดงให้เห็นว่าเขาให้ความสนใจกับเยาวชน กับการอ่าน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาประเทศ ซึ่งคุณอาจจะเอาไปโยงกับประเด็นทางสังคม การศึกษา และเศรษฐกิจได้อีกต่างหาก


จากคุณ : young anakin - [ 12 ม.ค. 46 02:33:46 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 30

กระทู้นี้ช่างน่าสนใจจริงๆ นึกว่าล้อเล่น เพราะไม่เคยเห็นว่าผู้ที่เป็นว่าที่มหาบัณฑิตจะมาหาหัวข้อด้วยวิธีนี้ ไม่ได้ดูถูกนะ แต่แปลกใจแค่นั้นแหละ ขอแนะนำเจ้าของกระทู้หน่อยนะคะในฐานะที่จบแล้วและสอนด้านวิจัยอยู่ เท่าที่ดูมาหัวข้อที่แนะนำมาส่วนใหญ่มาจากผู้ที่ไม่ได้เรียนด้านสื่อโดยตรงหรือยังไม่เรียนป.โท ฉะนั้น บางหัวข้อที่กรุณาแนะนำกันมาจะพบว่า เป็นงานวิจัยที่มีการทำมาแล้ว เช่น พฤติกรรมการบริโภคสื่อ สื่อกับความน่าเชื่อถือ ฯลฯ (หาดูได้ที่จุฬาฯ) หรือบางหัวข้อไม่น่าค้นคว้าเพราะมันเป็นหัวข้อที่ตื้นเขินจนเกินไป คุณอ่านเองก็น่าจะรู้ดี
อย่างที่ทราบว่า การหาหัวข้อต้องมาจากสิ่งที่สนใจ ลองมองจากสิ่งรอบๆ ตัวดู เช่น งานการที่ทำทุกวันนี้ คุณทำงานเกี่ยวกับสื่อยู่หรือปล่าว ลองเองงานขององค์กรที่ทำมาศึกษาดูดีมั้ย
อีกกรณีหนึ่งที่จะแนะนำคือ ให้ดูว่าคุณอยากศึกษาด้านใดของสื่อ เช่น องค์กรผ้ผลิตสื่อ เนื้อหาของสื่อ ตัวสื่อ หรือผู้รับสาร ซึ่งแต่ละส่วนจะใช้วิธีการเก็บข้อมูลต่างกัน อาทิ หากเป็นการศึกษาเนื้อหาของสื่อ คุณก็ต้องใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา ซึ่งคุณต้องดูความถนัดของตัวเองด้วย ว่ามีความสามารถในการวิเคราะห์หรือออกแบบเครื่องมือในการเก็บข้อมูลชนิดใดได้ดี
นึกออกแค่นี้ โชคดีค่ะ


จากคุณ : อ้อย - [ 12 ม.ค. 46 13:55:45 A:203.113.51.7 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 31

หลอกเก็บข้อมูลรึป่าวครับ คุณเจ้าของกระทู้ !!

จากคุณ : :O (Jamba_juice) - [ 13 ม.ค. 46 08:50:47 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

ความคิดเห็น :
ชื่อ / e-mail : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : ( gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf )
 
PANTIP Toys