◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    นิพพานคืออะไรคุณ รู้หรือป่าว


    ทุกข์ทั้งหลายมีจิตเป็นที่เกิด
    ถือกำเนิดจากจิตมีมากหลาย
    เมื่อจิตดับทุกข์ยอมสิ้นชีวาวาย
    ถ้าคิดได้ เกือบรู้จบ เกือบพบจริง

    อยากเข้าใจ
    จงฟังให้มาก และปฏิเสธสิ่งที่ยังสงสัย
    จงดูให้มาก และจงละทิ้งสิ่งที่ยังเป็นคำถาม
    จำเป็น ที่จะต้องถาม ถึงความสิ่งที่ยังกำกวม
    จนกระทั้งความกำกวมจะละลายหายไป


    ทุข์ = ความไม่สบายใจ
    สุข = ความสบายใจ
    บุญ = ผลของการทำให้สิ่งมีชีวิตที่สามารถรับความรู้สึก นึก และ คิด ได้สบายใจ
    บาป = ผมของการทำให้สิ่งมีชีวิตที่สามารถรับความรู้สึก นึก และคิด ไม่สบายใจ
    จิต = สิ่งที่มีหน้าที รับความรู้สึก นึก และคิด
    สมาธิ = คือการตั้งจิตพิจารณา อย่างแนวแน่
    ฌาน = คือ การ เพ่ง
    เพ่ง = การจ้องดู
    กิเลส = เครื่องทำใจให้เศร้าหมอง
    นิพพาน = ความดับสนิทแห่งกิเลสและกองทุกข์


    ต้นเหตุของทุกและสุข

    เหตุของสุข
    จิต-->ความจำ(จำได้หมายรู้)-->อยาก--->แล้วได้มา--->สุข

    เหตุของทุกข์
    จิต-->ความจำ(จำได้หมายรู้)-->อยาก--->แล้วไมได้มา---->เกิดกิเลส--->ทุกข์

    สรุป จิต เป็นต้นเหตุ ที่ทำให้เกิด สุข และ ทุกข์

    ความ อยาก ถ้าได้มา ก็เกิดสุข
    ความ อยาก ถ้าไม่ได้มา ก็เกิดทุกข์

    พระอรหันต์ ไม่มี ทั้งสุขและทุกข์ ไม่มี ทั้งบุญและบาป

    เมื่อ มีจิต ยอม รับความรู้สึก นึกและคิด เป็นเรื่องธรรมชาติ
    เราสามารถ หยุด คิดได้หรือป่าว ถ้าหยุดได้
    แต่เราก็ไม่สามารถจะ หยุดรับความรู้สึกได้ ถึงจะเป็นความรู้สึกเฉยๆ รู้สึกว่างๆ
    นั้นก็เรียกว่ารับความรู้สึก

    ถ้าคนเราไม่รับความรู้สึกนึกและคิดนั้น คงจะมีทางเดียว คือเวลาเราโดนยาสลบ


    ความคิดคือต้นเหตของความสุขและทุกข์
    ต้นเห็นของความคิดคือ ความจำ(จำได้หมายรู้)


    ความจำ(นึก) ความคิด(การปรุงแต่งเรื่องราว) รับรู้ ทั้ง 3 ตัวนี้ เป็นจิต ตามธรรมชาติ

    แต่พวก ที่มีอารมณ์ใด อารมณ์หนึ่ง อย่างแรงกล้า ก็สามารถ หยุดคิดได้ ชั่วคราว
    การเกิดอารมณ์ อย่างแรงกล้านั้น เกิดได้หลายแบบ เช่น

    โกรธจัด แค้นจัด ตกใจจัด รักจัด ศรัทธาจัด เมตตาจัด หลงจัด สงสัยจัด เบื่อจัด ฯลฯ
    อารมณ์ต่างๆพวกนี้ ถ้าเราสามารถเรียกมาเมื่อไรก็ได้ แสดงว่าเรามี ฌาน
    แต่ ถ้ามา แบบที่เรา บังคับ ควบคุมไม่ได้ แสดงว่าเรา ไม่ได้ ฌาน มาเป็นของเรา

    ตัวอย่าง ฌานที่ไม่ใช้ของเรา แต่เกิดกับเรา

    เช่น เวลาที่เราเหม่อ ตาเรามองไปจุดใด้จะหนึ่ง แต่กลับ ไม่รู้สึกเห็น จุดนั้น กลับเห็นอีกที่

    ตัวอย่าง ฌานที่ใช้ของเรา


    เช่น อาบน้ำอยู่ ก็สามารถ ทำให้รู้สึกเหมือน โดนเผาอยู่(หรืออารมณ์อื่น)
    กินข้าวอยู่ ก็สามารถ ทำให้รู้สึกเหมือน โดนเผาอยู่(หรืออารมณ์อื่น)
    ร้องไห้อยู่ ก็สามารถ ทำให้รู้สึกเหมือน โดนเผาอยู่(หรืออารมณ์อื่น)
    ดีใจอยู่ ก็สามารถ ทำให้รู้สึกเหมือน โดนเผาอยู่(หรืออารมณ์อื่น)

    (หรือ อารมณ์อื่น) = อาจจะเป็นความว่าง ความเฉย ความหอม ความแค้น ความศรัทธา
    เหมือน เราศรัทธาพระเจ้าจะเวลาไหน เมื่อเราคิดถึงพระเจ้าก็จะคิดเต็มร้อย
    เหมือนเรา อยาก จะพ้นทุก์ ก็จะคิดถึง ความ ว่าง ความไม่มีตัวตน ความเห็นจริง
    ความ ไม่จีรัง ทุกอย่างต้อง แตกดับ

    ฌาน นั้น ไม่มีการพิจารณาแล้วซึ่ง อารมณ์ แต่เอามาใช้ทันใด ด้วยใจจิง
    ไม่ว่าจะทำอะไร เวลาไหน ก็สามารถ ดึงอารมณ์นั้นมาได้ทันที ที่ต้องการ
    นี้เรียกว่า ฌาน ที่ได้มาเป็นของตัวเอง
    การจะทำลายจิตนั้น ต้องใช้อำนาจฌาน ทำลายตัวเอง
    ฌาน เกิดจากจิต เพราะ จิตจะต้องโดนทำลายด้วยตัวเอง
    แต่ ทำไม คนจำนวนมากไม่คิดแบบนี้
    กลับไปคิดว่า ต้องทำตามกฏ ต่างๆ ต้องทำลายความอยาก ทำลายกิเลส
    มีบางพวก คิดว่า ความคิด เป็นตัวการ ก็เลยนั้ง แล้วไม่คิดอะไรทั้งสิ้น หรือเพ่ง
    กสิน ถึงเราจะสามารถ ทำสิ่งเหล่านี้เพื่อหยุดคิดได้ แต่ก็ไม่สามรถ หยุดรับความรู้สึกได้
    เพราะมันคือจิต

    ถ้าเราจะนิพพานได้นั้น ต้องดึงอารมณ์ได้อารมณ์หนึ่งมาแล้วพาเราไปสู่จุดดับคือไม่มีความรู้สึก เมื่อไม่ความรู้สึก จึงไม่มีทุกอย่าง เพราะไม่มี ไม่มีบุญ ไม่มีบาป ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข

    อยู่ดี จะทำให้ตัวเองไม่มีความรู้สึกนั้น คงยากมากกกกกก
    เช่น ผมนั้งกินข้าว อยู่ ผมจะทำให้ตัวเองสลบ เหมือนโดนยาสลบนั้น คงเป็นไปไม่ได้
    เพราะผมไม่ใช้พระอรหันต์

    พระอรหันต์ สามารถ ทำลายจิตตัวเองได้ทุกเมื่อ ช่วงเวลานี้เรียกว่า นิโรธ สมาบัต
    ช่วงเวลานี้ ไม่มีอารมณ์ เพราะไม่มีความรู้สึก นึกและคิด นั้นก็คือไม่มีจิตนั้นเอง
    จะเห็นได้ว่า ตายก็เกิด เมื่อเกิดก็ตาย เพราะมีจิตนี้เอง ไม่มีใครทำลายจิตตัวเองได้
    นอกจะพระอรหันต์ จิต เป็นเชื้อ แห่งการเกิด จิตเป็น จุดเกิดของ ทุกข์และสุข
    ดีและชั่ว ว่างและไม่ว่าง บริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์ สะอาดและสกปรก

    บ้างคน อาจคิดว่าผม เป็นสาย เข้าฌาน หรือพวกสมาธิ
    ไม่ใช้พวกที่ใช้ปัญญา ถ้าคิดแบบนี้ขอให้ขึ้นไปอ่านตั้งแต่ต้นใหม่
    ว่าคนที่บอกว่าใช้ปัญญานั้น ก็เข้าสู่อำนาจฌานโดยไม่รู้ตัว
    อย่าหลงอยู่กับความคิด ไม่ว่าความคิดนั้นจะสุข ทุกข์ ว่าง หรือไม่มี
    ยังไงก็ต้องรับความรู้สึกอยู่ดี มันก็ยังมีจิตอยู่

    พระอรหันต์ มีหลายองค์จนนับไม่ได้ แต่ละองค์มี คำสอนต่างกัน
    แล้วแต่คนจะแปลและเข้าใจ
    การจะอธิบายให้คนเข้าใจ เรื่องนิพพานนั้นยากมากยากจริงๆ

    nippita




    จากคุณ : nippita - [ 16 ธ.ค. 45 02:27:18 A:210.203.184.142 X: ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม