◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ......"ประเด็นที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด".......

    .....หน้า 38-40 ของหนังสือชื่อ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติกับอนาคตของพระพุทธศาสนา ที่ พระธรรมกิตติวงศ์ เขียนไว้ในหัวข้อ "ประเด็นที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด" มีข้อความว่า

    .....นับแต่นี้ มีเรื่องที่เราท่านทั้งหลายจะได้ติดตามอย่างใกล้ชิดแบบไม่กระพริบตา และต้องทำเป็น การ บ้านอยู่เสมอหากไม่ติดตามอาจพลาดท่าเสียทีเหมือนที่เคยพลาดมาแล้วในหลายๆ เรื่อง เพราะไม่ติดตาม สถานการณ์และถูกกลลวง หากสถานการณ์พลิกผันจะมาร้องโวยวายก็คงไม่มีประ โยชน์อะไร

    .....เรื่องที่ควรติดตามคือ

    .....(1) ติดตามร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาฯ ที่ สปศ.นำเสนอ ครม.ให้ พิจารณาไปแล้ว เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในระหว่างทางคือในคณะกรรมาธิการสภา ผู้แทน และในวุฒิสภาได้ ประเด็นที่ควรติดตามคือ ให้รักษาข้อความในวรรค ท้ายของมาตรา 4 และมาตรา 17 ที่บัญญัติไว้ว่า พระราชบัญญัตินี้จะไม่กระทบกระเทือนถึง พระราชบัญญัติคณะสงฆ์และศาสนสมบัติ ดังความละเอียด ข้างต้น ถ้าข้อความวรรคท้ายทั้ง สองมาตรานี้ถูกตัดไปนั่นแหละคือความ หายนะของคณะสงฆ์และศาสนสมบัติอย่างแท้จริง นอกเสียจากว่าได้ตัดสินใจนำเรื่องการบริหาร งานคณะสงฆ์และศาสนสมบัติออกไปเป็นองค์กร อิสระแล้ว สองมาตรานี้ก็ไม่ต้องห่วงอะไรอีก

    ....(2)ติดตามกฏหมายลูกคือกฏกระทรวงซึ่งจะตามมาในอนาคตที่จะระบุจำนวนกรรมการต่างๆ ไม่ว่าจะ เป็นคณะกรรมการในกระทรวง หรือในเขตพื้นที่การศึกษาซึ่ง สปศ.ได้ชี้แจงไว้เป็นลาย ลักษณ์อักษรแล้วว่า จะให้มีพระภิกษุร่วมเป็นกรรมการด้วยต้องติดตามมิให้มือดีตัดข้อความนี้ ออกไป ก็เท่ากับคณะสงฆ์ถูกปิดตาและถูกตัดแขนขาไป

    .....(3) ควรหาทางให้พระภิกษุเข้าไปมีบทบาทในคณะกรรมการอื่นนอกจากที่ สปศ.ชี้แจงมาแล้ว เพื่อมีส่วนกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการศึกษาวิชาพระพุทธศาสนาในสถานศึกษาทุกระดับ

    .....(4) ติดตามความเคลื่อนไหวในการบรรจุวิชาพระพุทธศาสนาไว้ในหลักสูตรการศึกษาทุกระดับ ข้อสำคัญ คือดูรายละเอียดวิชาว่าพระพุทธธรรมถูกปลอมปนหรือไม่ หรือถูกมือดีนำไปประ ยุกต์ในคำสอนอื่นอันอาจให้ เกิดความเข้าใจผิดแก่ผู้ศึกษาหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เคยมีมาแล้ว ทั้งนี้เพราะไม่มีผู้ติดตามดูรายละเอียด โดยคิดเพียงว่าเป็นหนังสือเด็กเรียนก็ปล่อยให้เด็กๆ เขาทำกันทำไปแล้วก็ไม่ได้อ่านหนังสือตรวจสอบอย่างไร เป็นเหตุให้พระพุทธธรรมถูกดึงไปประดับคำสอนอื่น ทำให้คำสอนอื่นมีค่าขึ้นมามาก

    .....(5) ติดตามการสนับสนุนการศาสนศึกษาของคณะสงฆ์ว่าได้มีการสนับสนุนส่งเสริมจริงจัง หรือไม่

    .....(6) ติดตามความเป็นไปได้ รวมถึงผลดีผลเสียอันอาจจะเกิดขึ้นทั้งระยะสั้นและระยะยาวแก่ พระพุทธ ศาสนาโดยรวม อันเนื่องมาจากการหาจุดยืนให้แก่คณะสงฆ์ คือจะให้คณะสงฆ์สังกัด อยู่ที่ไหน อยู่ในองค์กร ไดหรือเป็นองค์กรอิสระอย่างไร

    .....ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ล้วนต้องติดตามทั้งสิ้น ถือว่าระยะนี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของ พระพุทธ ศาสนาก็ได้ ผิดพลาดไปแม้เพียงก้าวเดียวก็อาจถึงวิบัติได้ในอนาคตจึงต้อง อาศัยหลายคนช่วย กันคิดช่วยกันพิจารณาอย่างภาษิตไทยกล่าวไว้ว่าหลายหัวดีกว่า หัวเดียว การนำพระพุทธศาสนา ไปแขวนไว้กับการตัดสินใจของบุคคลกลุ่มใดกลุ่ม หนึ่งนั้นเป็นเรื่องที่เสี่ยงอยู่ไม่น้อย ช่วนกัน ตัดสินใจและช่วยกันรับผิดชอบย่อมประ เสริฐกว่า

    .....นี่คือข้อเท็จจริงที่ชี้ชัดได้ว่า พระธรรมกิตติวงศ์ เขียนหนังสือเล่มนี้ก่อนที่ มส.จะมีมติให้ แยกองค์กรบริ หารพระพุทธศาสนาออกจากกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งไม่เป็นจริงดังที่คณะบุคคล นามว่า "ชมรมชาวพุทธทั่ว ประเทศ" ฟ้องต่อมหาเถรสมาคมว่า พระธรรมกิตติวงศ์ เขียน หนังสือ ขัดต่อมติมหาเถรสมาคม ซึ่งมีมติ เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2544

    .....มีผลให้พระธรรมกิตติวงศ์ต้องพ้นจากตำแหน่งเจ้าคณะปกครองทุกตำแหน่ง!

    .....พอจะเข้าใจหรือยังว่า สังคมไทยเสื่อมทรามลงทุกวันๆ เพราะเหตุใด??



    ณ.หนูแก้ว

    จากคุณ : ประชาสัมพันธ์ - [ 20 พ.ย. 45 10:31:14 A:211.74.7.144 X: ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม