◀ Previous Next ▶ Up ▲


    ลัทธิปราบดา(หยุ่น)นิยม




    ผลการวิจัยจากผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญในวงการหนังสือรวมถึงนายทุน
    (หัวก้าวหน้า อาจจะผ่าน iso 9200 ตามสมัยนิยมดมก้นฝรั่ง) ผู้ออกเงินเพื่อผลิตหนังสือกล่าวกันว่าหนังสือหนึ่งเล่มปกมีส่วนในการขายไม่ต่ำกว่า 40%
    อย่างน้อยๆ ปกสวยๆ ก็เสมือนแม่เหล็กดึงดูดความสนใจ จากหนอนหนังสือผู้รักการอ่านมากกว่ารักความอิ่มท้อง ในยามที่ต้องเลือก ระหว่างข้าวราดแกงสองอย่าง 25 บาท กับการประหยัด ควรราดแกงหนึ่งอย่าง
    แต่ขอเมตตาจากแม่ค้าเพิ่มข้าวสักนิด แล้วเหลือราคาแค่จานละ 20 บาท เก็บห้าบาทนั้นไว้เป็นค่าหนังสือ


    ถ้าปกสวยลูกค้าก็หยิบ ถึงตอนนั้นปกก็ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แล้ว
    ส่วนการตัดสินใจว่าจะซื้อหรือจะวางไว้ที่เดิมแล้วกลับมาซื้อวันหลัง หรือวางแล้ววางเลยนั้น ต้องอาศัยองค์ประกอบอีกหลายอย่าง เช่น เนื้อหาดี บารมีคนเขียนแก่กล้าแฟนนานุแฟนหนุนหลังเพียบ ต่อให้เขียนอะไรออกมาก็ซื้อ
    “กรี๊ด!ๆๆ...พี่ ปอดอ.(อักษรย่อ) ออกหนังสือใหม่อีกแล้ว”

    บางคนถึงแทบคลั่งเมื่อเห็นหนังสือของนักเขียนคนโปรด
    “แง๊! คุณแม่ขาหนูจาอาว...วแฮรี่พอตเต้อร์เล่มที่ 1500 เพื่อนบอกว่าถ้าไม่ได้อ่านเชยแหลก”

    ลูกบังเกิดเกล้าของบางครอบครัวทันสมัยกระทืบตาปลาแม่ก่อนลงไปดิ้นน้ำตากระจาย และรวมถึงกำลังความจำเป็นว่าต้องอ่านตอนนั้นหรือไม่ถ้าไม่อ่านต้องตายภายใน 5 วินาที ก็ควรซื้อหรือและหรืออีกหลากหลายในการตัดสินใจปกหนังสือ





    "คำสารภาพของสาวนักช้อปฯ"
    เขียน : โซฟี คินเซลลา
    แปล : พลอย จริยะเวช
    โดย : สำนักพิมพ์อิมเมท
    (ตามด้วยตัวย่อทรมานรูตาว่า วรรณกรรมแปลร่วมสมัย)

    นายทุนใหญ่ของวงการอัดเสียงใส่ทำนอง นินทาผ่านเว็บบอร์ดว่า
    บางทีก็ฟังเป็นเพลงแต่บางคราวก็ไม่ใช่เพลง

    ไม่รู้อะไรเหมือนกันที่ราดรดสังกะสีผุๆ แล้วเกิดเสียง แต่ยอดขายโดยไม่หักค่าใช้จ่ายและการกุศลใดใดแล้ว ไม่ต่ำกว่าล้านตลับทุกทีไป เป็นผู้ส่งหนังสือเล่มนี้ลงตลาด และลงทุนกับปกหนังสือทุกปกในเครือทั้งสปอร์ตยูวี(การเคลือบเงาเฉพาะจุด) ปั๊มตัวนูน ใส่สีสะท้อนแสง อนาคตไม่แน่อาจจะมีการปิดทองลงรักให้ขึ้นเงา ถ้าจำเป็นว่าหนังสือตัวเองเท่าที่มีไม่เด่นพอ เพราะหน้าตักทุนรอนไม่อั้นใส่ได้ไม่มียั้ง ถ้าว่ากันเรื่องความเด่นเตะตา

    หนังสือสาวนักช้อปฯ นี่ตอบโจทน์ของนักการตลาดผู้มุ่งมั่นจะขายอย่างเดียวได้เต็มที่เลย
    คะแนนมี 100 คะแนน ต้องให้สัก 1000 คะแนนกันละ

    เพราะมาในสีชมพูแสบใส่สะท้อนแสงจับตาตัดกับริ้วฟ้าขาวในวงกลม มีแดงของรูปคล้ายๆ หญิงสาวยกมือ มีส้มในวงกลม(อีกแล้ว) ด้านบนของหนังสือ และฟุ้งส้มเรื่อๆ แผ่รัศมีเข้าไปอีก

    โอ๊ย! ๆ ตายๆ อย่างนี้เอาไปวางตรงไหนหลืบไหน รูไหน ซอกไหนแคบเท่าไหร่ สาบานเลยว่ามันก็เด่นและโคตรเด่น ต่อให้ร้านหนังสือจะวางปกอื่นทับ แต่ด้วยบารมีแก่กล้าของสีที่ใช้ ใครจะบังได้มิดหือ แต่สีขนาดนี้ ถ้าคนออกแบบไม่บอกว่าตัวเองมี Concept (แนวคิดรวบยอด) ดีจริงๆ จนเจ้าของเงินหรือบรรณาธิการเคลิ้มหลงว่า สีชมพูที่ใช้มันไหลจากกระดูกสันหลังข้อต่อที่สองมา รวมกับไก่เคเอฟซีที่กินจิ้มซ้อสสตรอเบอร์รี่กลั่นรวมกันเข้าท้องน้อยและส่งลงไปตามลำใส้ขดต่างๆ รวบรวมกำลังภายในทะลักพรวดขึ้นสมอง(ก่อนจะออกทางก้นผายลมทิ้งเปล่าๆ) บรรลุเป็นไอเดียสีชมพูหวานโคตร ก็ต้องเป็นคนที่มีบารมีแก่กล้าและแจ๋วจริง จนบรรณาธิการไม่กล้าแก้ ประหนึ่งว่า

    “เฮ้ย! ๆ กว่าจะขอร้องให้เขาออกแบบได้แทบจะแย่แล้ว”
    ”น่า เอาๆ เถอะ อื้ม เอานะรับรองขายแหงๆ “

    บางทีต้องล็อบบี้กันขนาดนี้ ตัวหนังสือ ทั้งชื่อหนังสือ และโปรย อันนี้สอบตกครับ
    ถ้ามีคะแนน 100 ให้สัก 30 ถือว่ามากไปแล้ว

    เพราะสีตัวหนังสือกลืนจมหายไปกับสีของหน้าปก หายไปเลย หายแบบต้องหากันเลย คำโปรยก็โค้งๆ อ่านยากเอียงซ้ายอ่านทีนึง แล้วเอียงขวาอ่านทีนึง เผลอๆ ลืมต้องตีลังกาอ่านอีกทีนึงงง ทำไปทำมาเจอไอ้วงๆ สีงงเข้าไปอีก

    ”แต่ถ้ามีคนเดินมาหยิบหนังสือเล่มนี้ เขาก็อ่านออกเองละ เพราะหยิบแล้วต้องอ่านชื่อหนังสือ” นักออกแบบปกอาจจะบอกเหตุผลนี้จนบรรณาธิการคล้อยและเคลิ้มอีกรอบ การจัดวางองค์ประกอบของปก ไม่มีอะไรแปลกใหม่ เปรียบมวยก็เบสิคดี การ์ดเหนียวไม่มีตกส่วนนี้ไม่มีคะแนนให้เพราะเต้นวนๆ อย่างเดียวไม่ออกอาวุธ กรรมการให้คะแนนไม่ถูก

    สรุป
    ปกหนังสือ "คำสารภาพของสาวนักช้อปฯ"
    เป็นหนังสือเด่นสะดุดตาเล่มหนึ่งบนแผงหนังสือ ไม่มีทางพลาดสายตานักอ่านไปได้ แต่ยอดขายจะพิมพ์ซ้ำเร็วแค่ไหนก็อยู่ที่เนื้อหาของหนังสือแล้วละ

    หยิบครับเล่มนี้เห็นแล้วควรหยิบพลิกหาชื่อคนทำปกเล่มนี้ด้านใน
    ออกแบบปกโดย ปราบดา หยุ่น
    หนุ่มผู้ลืมตาเมื่อ พ.ศ. 2516 (แฟนสวยระดับสะเดาบ้านนาแห่งมนต์รักทรานซิสเตอร์)

    นักเขียนรุ่นใหม่มาแรงแซงทั้งซ้ายและขวา จนนำหน้าทั้งด้านฝีมือและยอดขาย ขณะนี้มีผลงานรวมเล่มหลายเล่ม และส่วนใหญ่ออกแบบเองเสียด้วย

    ปราบดา หยุ่น นอกจากนำมาซึ่งฝีมือในการเขียนแล้วยังนำเอาการออกแบบปกแนวใหม่มาด้วย
    อินเทรนครับอินเทรน ปกของปราบดา แต่ละปก แปลกทุกปก ไม่จัดวางแปลกก็สีแปลก (เหมือนเล่มนี้) หรือไม่ก็รูปประกอบแปลก

    ที่ว่าแปลกคือแปลกกว่าที่เคยเห็นปกหนังสือในบ้านเราทั่วๆ ไป และกำลังลามไปจนถึงการออกแบบนิตยสารอย่างรวดเร็ว ธรรมดาปกบ้านเราก่อนจะมาเปลี่ยนกันจนคล้ายปกที่ปราบดา ออกแบบให้เกือบทุกแห่งเป็นปราบดาน้อยปราบดาใหญ่กันไปหมด

    ทุกสำนักพิพ์จะบ้าเทคนิคคอมพิวเตอร์กันมาก เน้นๆ ไปเลยที่โปรแกรมโฟโต้ชอป
    ยุคนั้นถ้าปกหนังสือใครไม่ทำเทคนิคโฟโตชอป โหๆ เชยๆ ไปตายที่ไหนมา ทำไมมันเชยแบบนี้
    ทำไมไม่ทำเงาฟุ้ง ตัวหนังสือนูนๆ นะทำสิๆ

    ”เธอๆ ทำปกกี่เลเยอร์“

    นักออกแบบปกบางคนถามเพื่อนนักออกแบบปกและส่งสายตาเย้ยหยันเมื่อเลขเลเยอร์ของหล่อนทะลุหลักร้อย

    ”โหยเครื่องเราแฮงค์ไปหลายรอบแล้ว ของเธอละมีแฮงค์บ้างป่าว”

    อีกนักออกแบบเย้ยหยันอวดอาการของเครื่องเมื่อทำงานหนักเกินไป เพราะไฟล์ปกแค่หนึ่งปกจะเกือบเกินกำลังเครื่องคอมพิวเตอร์จะรับไหว แต่ในแวดวงหนังสือคอมพิวเตอร์อิทธิพลปราบดายังเข้าไม่ถึง ไม่แน่อย่านอนใจไป
    ถ้าสำนักพิมพ์อิมเมทจับตลาดหนังสือคอมพิวเตอร์บ้างละก็

    อาจจะมีหนังสือคอมพิวเตอร์แนวใหม่ ออกแบบโดยปราบดา
    และทุกเล่มควรมีวงกลม หรือไม่ก็วงรี ใส่สีดิบๆ ไว้ด้วย โอ้โหสวยและอินเทรน
    ถึงเวลานั้นนักออกแบบปกผู้รอบจัดเรื่องเทคนิคโฟโตชอป ตกงานนะครับตกงานระวังตัว

    ------------------------------
    เก็บมาฝากจาก
    http://www12.brinkster.com/hearttalkzine/

    จากคุณ : เก็บมาฝาก - [ 22 ต.ค. 45 08:46:52 A:203.144.154.68 X:unknown ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม