◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ไปดูเวียดนามสร้างชาติ คิดว่าไง

    เอามาจาก fw mail คิดว่าเป็นเรื่องน่าสนใจ มีความเห็นว่าไงกันบ้าง

    ไปดูเวียดนามสร้างชาติ
    >>
    >>เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมามีข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์รายงานว่า
    >>ผลการจัดอันดับความรู้ภาษาอังกฤษของนักศึกษา
    >>ในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปรากฏว่า
    >>ฟิลิปปินส์และสิงคโปร์ได้อันดับสูงสุด รองลงมาคือ
    >>กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย และพม่า
    >>ส่วนนักเรียนไทยและลาวอยู่ในอันดับต่ำสุดของประเทศแถบนี้
    >>รัฐมนตรีคนหนึ่งพยายามให้คำอธิบายว่า
    >>สาเหตุที่ภาษาอังกฤษของเราล้าหลังกว่าประเทศอื่น เป็น
    >>เพราะประเทศไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติมาก่อน
    >>คนไทยจึงไม่เก่งภาษาอังกฤษ คำอธิบายนี้
    >>เป็นเหตุผลที่ล้าสมัยจริงๆ
    >>เมื่อไม่นานมานี้ผมเดินทางไปประเทศเวียดนามจากเหนือจรดใต้
    >>เวียดนามเคยเป็นประเทศที่คนไทยหลายคนมีภาพในใจว่า
    >>เป็นประเทศสังคมนิยมที่ล้าหลัง ติดอันดับประเทศยากจน
    >>หากมองว่าบ้านเรามีตึกระ
    >>ฟ้าสูงใหญ่ มีห้างสรรพสินค้าหรูหรามากมาย มีทางด่วน มีรถไฟฟ้า
    >>มีรถใหม่ป้ายแดงออกใหม่ปีละหลาย
    >>แสนคัน และมีกลุ่มที่รวยล้นฟ้าอยู่กลุ่มหนึ่ง เป็นตัวชี้วัดความเจริญ
    >>แน่นอนว่าประเทศไทยย่อมเจริญก้าวห
    >>น้ากว่า แต่ที่เวียดนาม โชเฟอร์ถีบรถสามล้อพูดภาษาอังกฤษได้ดี
    >>ไม่ต่างจากเด็กขายของที่ระลึกตามท้
    >>องถนน ขณะที่เด็กจบปริญญาตรีของเขาพูดภาษาอังกฤษสำเนียงฝรั่ง
    >>เวียดนามเองไม่เคยเป็นเมืองขึ้น
    >>ของอังกฤษ แต่เป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส
    >>มรดกทางภาษาที่ตกทอดคือภาษาฝรั่งเศส
    >>แต่วันนี้คนเวียดนาม
    >>ที่เพิ่งเรียนภาษา อังกฤษได้ไม่กี่สิบปี
    >>กลับพูดภาษาอังกฤษเก่งกว่าคนไทยที่เรียนภาษาอังกฤษมานานนับร้
    >>อยปีแล้ว เหตุผลที่คนเวียดนามพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่าคนไทย
    >>ไม่ใช่เรื่องของวิธีการเรียนการสอนที่แ
    >>ตกต่างกัน แต่มีเหตุผลเดียวคือ คนเวียดนามเป็นชาติที่มีวินัยสูงมาก
    >>และมีความมุ่งมั่นในสิ่งที่จะทำให้ไ
    >>ด้อย่างจริงจัง ในอดีตเมื่อหลายร้อยปีก่อน จักรพรรดิจีนกุบไลข่าน
    >>ยกทัพออกไปโจมตีประเทศต่างๆ
    >>จนแตกพ่ายไปเกือบหมด แต่เวียดนามเป็นชาติเดียวในเอเชียที่ยืนหยัด
    >>ตีกองทัพเรือของกุบไลข่านจน
    >>แตกพ่ายตกทะเลไป ผมไปเยือนถ้ำแห่งหนึ่งในอ่าวฮาลอง
    >>ไกด์ที่ไปด้วยเล่าให้ฟังว่าในอดีตถ้ำแห่งนี้เป็น
    >>ที่ซ่องสุมทหารเวียดนาม ไว้คอยจมกองทัพเรือจีนที่ยกทัพมา มีการขุดพบ
    >>ขวากทำจากไม้ทั้งต้นที่คนเ
    >>วียดนามปักไว้ในทะเลคอยดัก
    >>ทิ่มท้องเรือของข้าศึก(หลายร้อยปีต่อมาทหารเวียดกงก็ใช้ยุทธวิธีขุดหลุมขว
    >>ากดักทหารอเมริกัน ยกทัพมารุกราน จนต้องแตกพ่ายกลับไปเช่นกัน)
    >>ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
    >>กองทัพผู้รักชาติของเวียดนามทำ สงครามประกาศอิสรภาพกับฝรั่งเศส
    >>และทหารเวียดนามภายใต้การ
    >>นำของนายพลวอ เหงียนเกี๊ยบ และนายพลเจิน ฮอง ดาว
    >>มุ่งมั่นเอาเป็นเอาตายจนรบชนะทหารฝรั่งเ
    >>ศสในสมรภูมิเดียน เบียน ฟู เป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก และนายพล
    >>สองคนนี้ติดอยู่ในทำเนียบของ 20
    >>นายพลของโลกที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
    >>เมื่อทหารสหรัฐ 5
    >>แสนคนถูกส่งมารบกับทหาร
    >>เวียดนาม
    >>ไม่มีใครคิดว่าทหารสหรัฐจำนวนมหาศาลพร้อมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์อันทันสมัย
    >>ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง จะพ่ายแพ้กับทหารผิวเหลืองตัวเล็กๆ
    >>ที่สวมรองเท้า
    >>ยาง
    >>ผมไปเยี่ยมอุโมงค์กู๋จี ที่ห่างจากกรุงโฮจิมินห์ซิตี้ หรือไซง่อน
    >>ระยะทางประมาณกรุงเทพฯ-อยุธยา กู๋จี
    >>เป็นอุโมงค์ขนาดสามชั้นที่พวกเวียดกงขุดไว้ยาวเหยียด 200 กิโลเมตร
    >>อุโมงค์นี้เป็นที่หลบภัยเป็นกองบัญชาการใหญ่ของพวกเวียดกงที่ทหารอเมริกัน
    >>ไม่สามารถเอาชนะได้
    >>วันดีคืนดีทหารเวียดกงหลายพันคนก็
    >>ใช้เส้นทางในอุโมงค์ไปโผล่กลางกรุงไซง่อน
    >>ไล่ยิงทหารอเมริกันและหายลงหลุม
    >>ไปอย่างไร้ร่องรอย ที่เล่าประวัติศาสตร์ของเวียดนามให้ฟังนั้น
    >>เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าคนเวียดนามที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของคนไทยนั้น
    >>แท้ที่จริงเป็นชาติที่สามารถเอาชนะจีน ฝรั่งเศส
    >>และสหรัฐอเมริกาได้อย่างเด็ดขาด หาก
    >>ปราศจากวินัยเหล็กเพชรและการทำงานหนักของคนในชาติแล้ว
    >>เวียดนามก็ยากที่จะเอาชนะมหาอำนาจเหล่านี้ได้
    >>ปัจจุบันมีคนพูดว่าเวียดนามกำลังจะสร้างชาติเหมือนอย่างญี่ปุ่นหลังสงคราม
    >>โลกครั้งที่สอง
    >>เวียดนามให้ความสำคัญกับการศึกษามากที่สุด
    >>การศึกษาภาคบังคับของนักเรียนในชนบทคือระดับชั้นมัธยมต้น
    >>และนักเรียนในเมืองคือ ระดับชั้นมัธยมปลาย
    >>จนปัจจุบันและทั่วประเทศมีวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย
    >>ประมาณ 200 แห่ง นอกจากการเรียนแล้ว
    >>รัฐบาลเวียดนามยังสอดแทรกให้เด็กนักเรียนมีจิตใจเสียสละ
    >>ให้แก่สังคม โดยการจัดให้นักเรียน
    >>ออกไปทำงานใช้ชีวิตกับชาวนาในชนบทช่วงปิดภาคเรียนเป็นประจำ
    >>เมื่อปี 2000 รัฐบาลเวียดนามได้ประกาศความสำเร็จว่า คนเวียดนาม 99%
    >>สามารถอ่านออกเขียนได้
    >>ขณะที่เมืองไทยมีการพบว่านักเรียนที่จบ ป.6
    >>ในชนบทหลายคนยังอ่านหนังสือไม่
    >>ได้
    >>การแข่งขันคณิตศาสตร์และฟิสิกส์โอลิมปิกหลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมา
    >>เด็กเวียดนามคว้ารางวัลเหรียญทองมาคล้องคอมากมาย
    >>ชนะเด็กไทยแทบไม่เห็นฝุ่น
    >>วิชาคณิตศาสตร์ถือเป็นวิชาทางวิทยาศาสตร์ที่ยาก
    >>ที่สุด
    >>แต่คนเวียดนามมีนักคณิตศาสตร์เก่งๆ อยู่มาก
    >>และล่าสุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รัง
    >>สิต ได้เชิญอาจารย์คณิตศาสตร์จากเวียดนามมาสอนที่เมืองไทย
    >>เมื่อหลายปีก่อนเวียดนามประสบปัญหาผลิตข้าวไม่พอบริโภคภายในประเทศ
    >>ต้องซื้อจากไทยแต่ปัจจุบันเวียดนามกลับเป็นประเทศที่ส่งข้าวออกเป็นอันดับ
    >>สองของโลก
    >>รองจากไทย ผมเห็นมากับตาว่า บนพื้นที่เพาะปลูกทุกตารางนิ้ว
    >>นอกจากจะแน่นไปด้วยนาข้าวแล้ว ชาวนา
    >>เวียดนามจะปลูกพืชผักแซมไว้ไม่ให้เป็นที่ดินรกร้าง
    >>คนเวียดนามมักไม่ค่อยปล่อยเวลาให้ผ่านไปเรื่อยๆ
    >>เฉื่อยๆ พวกเขาจะหาอะไร ทำตลอดเวลา ชีวิตที่ยากลำบาก
    >>จนขนาดกินมันต่างข้าวในสมัยสงคราม
    >>ทำให้คนเหล่านี้ถูกหล่อหลอมให้อดทนและทำงานหนัก
    >>วันนี้เวียดนามอาจยังยากจน
    >>แต่อีกสิบปีข้างหน้าเวียดนามจะเป็นญี่ปุ่นแห่งอุษาคเนย์
    >>กลายเป็นคู่แข่งทางเศรษฐกิจทิ้งไทยไม่เห็นฝุ่น สามารถส่งสินค้า
    >>เทคโนโลยีสูงๆ ไปตีตลาดโลก
    >>และเราอาจเห็นนักคณิตศาสตร์เวียดนามขึ้นรับรางวัลโนเบลไพรซ์
    >>เพราะประเทศหนึ่งมีคนในชาติที่มีพื้นฐานการศึกษาแน่น
    >>ผู้คนมีวินัยและทำงานหนักขณะที่อีกประเทศหนึ่ง
    >>นอกจากจะขุดเอาทรัพยากรธรรมชาติมาขายจนเกือบหมดแล้ว
    >>คนในชาติยังไร้วินัย ไม่ใฝ่รู้ รักงานสบาย ที่ไม่ต้องใช้สมอง
    >>แต่มีรายได้เยอะๆ
    >>จึงไม่แปลกใจ หากประเทศที่เคยเอาชนะมหาอำนาจมาได้อย่างเวียดนาม
    >>กำลังมองข้ามประเทศไทย ขึ้นไปแข่งกับสิงคโปร์ และจีนในอนาคต

    จากคุณ : Arweny - [ 14 ม.ค. 46 07:16:19 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม