◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ว่าด้วย Birthday Buffet (ก่อนวัน) + ลอยกระทง (ก่อนเวลา) ณ โรงแรม เพนนินซูล่า เจริญนคร (19 พย)

    กระแสน้ำ กาลเวลา กับ อายุคน
    ครั้นผันผ่านไป ไม่อาจเรียกกลับคืน
    อยากให้บุฟเฟต์มื้อนี้ ยืดยาวไปตราบนาน
    เนื่องว่า เป็นบุฟเฟต์มื้อสุดท้าย ของอายุ เลขนี้
    บุฟเฟต์มื้อหน้า คน… แม้เป็นคนเดิม อายุ กลับเพิ่มทวี คิดแล้วมีแต่เศร้าใจ


    ไยจิตใจคน คล้ายดั่งเครื่องจักร ผลิตโจทย์ปัญหา ไม่รู้จบสิ้น

    อย่างเราวันนี้
    โจทย์ข้อแรก จะกินบุฟเฟต์วันเกิดอย่างไร เนื่องจาก วันคล้ายวันเกิดนั้น ปกติ จะไม่ปล่อยให้กิเลส เข้าชำแรกแทรกซึม จึงจะไม่มีการกินบุฟเฟต์ ในวันเกิด ซึ่งตามแผน ปีนี้ก็เช่นทุกปี มีการทำบุญเกือบทั้งวัน เริ่มตั้งแต่ใส่บาตรยามเช้า เลี้ยงพระเพลยามเที่ยง ฯลฯ ซึ่งได้เตรียมลาหยุดไว้แล้วหนึ่งวันเพื่อการนั้น คงตอบโจทย์ข้อนี้ว่า ต้องกินบุฟเฟต์ล่วงหน้า โดยถือเอาฤกษ์ดีวันลอยกระทง ซึ่งก็ก่อนวันเกิดไม่นาน คงเหมาะที่สุด


    โจทย์ข้อสอง กินที่ไหน นึกที่ประจำที่ชอบตรงบรรยากาศ ไว้สองที่ ร่มไทร (บันยันทรี) กับ Cilantro ( เพนนินซูล่า) สองแห่ง ราคาก็ใกล้เคียงกัน ปกติชอบกลิ่นอายแบบสปาที่บันยันมากกว่า แต่ ด้วยเหตุว่า วันนี้ลอยกระทง จึงเลือกที่ติดแม่น้ำ ประกอบกับ วันเกิดทั้งที กินโรงแรมที่ตั้งอยู่ถิ่นฐานบ้านเกิดเรา เจริญนคร คงประจวบเหมาะที่สุด

    โจทย์ข้อสาม จะลอยกระทงด้วย ทำอย่างไร
    สำรวจตรวจดู บุฟเฟต์ลอยกระทง โรงแรมริมน้ำเจ้าพระยา เข่น แชงฯ รอยัลออคิดฯ โอเรียนเต็ลฯ เพนนินฯ ล้วนราคาเฉลี่ย สี่พันทั้งสิ้น คงไม่สามารถรับต้นทุนเช่นนั้นได้
    จะไปเช่าเรือหางยาว ออกไปลอยคนเดียว อย่างปีนู้น แต่ปีนี้ อยากลอยท่าน้ำโรงแรมให้ได้บรรยากาศดีหน่อย ในเมื่อตัดสินใจกินที่เพนนินฯ ก็จะลอยที่เพนนินฯ ลอยตอนค่ำ เสียค่า กาล่าบุฟเฟต์ สี่พัน งั้น ลอยมันกลางวันจะเป็นไร


    โจทย์ข้อสี่ ไปลอยกระทง และกินบุฟเฟต์กับใคร
    คุณพ่อคุณแม่สูงวัยมากแล้ว จะให้ท่านกินบุฟเฟต์ราคา 700 ท่านก็ว่าไม่คุ้มค่าเงิน แถมเสียสุขภาพ

    ดังนั้น ข้อสรุปออกมาคือ ไปกินบุฟเฟต์มื้อกลางวัน ราคาปกติ ( 707 บาทถ้วน ที่นี่ดีอย่าง ไม่ร่วมกับบัตรเครดิตใดๆ ในการให้ส่วนลดเลย ดังนั้น คนไม่มีบัตรเครดิตอย่างเรา จ่ายเท่ากันกับท่านที่มีบัตร ) ณ เพนนินซูล่า คนเดียว ฉลองวันเกิด ร่ำบุฟเฟต์ในสถานที่บรรยากาศ
    ที่ชอบ ที่ชอบ เหมือนเช่นที่เคยทำมา เนิ่นนาน
    ละเลียดกับบุฟเฟต์มื้อสุดท้ายปลายอายุนี้ ให้นานที่สุด วันนี้ก็เข้าไปถึง 11.30 เริ่มนั่งไปถึง 15.30 ปล่อยอารมณ์คิดอะไรเรื่อยเปื่อย



    พร่ำเพ้อนานไปหน่อย เข้าเรื่องอาหาร
    ห้อง Cilantro ตั้งอยู่ชั้นล่าง ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เราเลือกมุมประจำ โต๊ะนั่งได้สองคน แต่นั่งคนเดียว เลือกโต๊ะที่หันข้างซ้ายเจอสวน ข้างหน้า แม่น้ำเจ้าพระยา เห็นโอเรียนเต็ลพอดี ข้างขวาเป็นโต๊ะอื่นๆ เราเริ่มตักบุฟเฟต์ตอน 11.30 ด้วยความเอื้อเฟื้อของพนักงานที่ให้เราตักก่อนเวลาเริ่มปกติ คือ 12.00 (ที่นี่เริ่มสายกว่าที่อื่น)


    ซุ้มมีหลักๆ 5 ซุ้ม ( ป้ายอาหารเขียนเป็นภาษาอังกฤษหมดอีกแล้ว อันไหนจำไม่ได้ก็ว่าเป็นไทยแล้วกันนะ ) ซุ้มออเดิฟร้อน ประกอบด้วย spicy chicken salad ไก่ชุบแป้งทอดทำคล้ายๆยำ spicy scallop salad หอยเชลล์ชุบแป้งทอดแป้งเหนียวแล้ว ไม่อร่อยเลย spicy pork salad หมูแห้งๆชุบแป้งทอดเอาไปยำ spicy shrimp salad กุ้งแชบ้วยแต่คัดเอาตัวเล็ก (คงไซส์ที่เหลือจากจานอื่นๆที่จะเล่าต่อไป) แถมหั่นตัวละเป็นชิ้นเล็กๆอีก ทอดมันกุ้ง ทอดจนเหนียวเหมือนค้างเก่า ไม่กรอบแล้ว แถมข้างในมีแต่แป้งกุ้งไม่ค่อยมี เกี๊ยวหมูทอดกรอบ เหนียวเช่นกัน ข้างบนชั้นสองของซุ้มนี้วางไว้ด้วยยำผักต่างๆแบบไทยๆ
    มีอันหนึ่งเป็นของชอบของเรา ไม่ค่อยเจอในบุฟเฟต์ใด คือเห็ดหอม ไม่ใช่เห็ดหอมแห้งแหงแก๋ แบบที่เห็นทั่วไป แต่เห็ดหอมสด อาาา เขาเอามาลวกไว้จืดๆ เราก็ตักมา เอาไปผสมกับสลัดในซุ้มออเดิฟเย็น ดังจะเล่าต่อไป สรุปซุ้มนี้สอบตกทั้งซุ้มยกเว้น เห็ดหอมสดลวก


    ซุ้มที่สอง ออเดิฟเย็น ข้างหน้าจัดวางไว้สวยด้วย กุ้งแชบ๊วยขนาดคัดใหญ่ ลวก แต่ไม่ได้ตักกินเลยเพราะเขาลวกมาทั้งเปลือก ขี้เกียจแกะ
    หอยแมลงภู่ ไม่ต้องบอกคงเดาได้ว่าจากนิวซีแลนด์ดูจากขนาดที่ใหญ่มาก เขาจัดวางไว้สวย โดยเอาหอยจับตั้ง ปักกับน้ำแข็งทุกตัวตั้งขึ้นหมด เหมือนอนุสาวรีย์แห่งหอยแมลงภู่ ปูอัดเกรดดี วางไว้สวยงามเป็นแถวเป็นแนวดี มีพวกทาทาร์ซอส ซีฟูดซอส ให้กินกับของเย็นพวกนี้ มะนาวห่อผ้าผูกโบว์งดงามดี

    smoked salmon ชิ้นใหญ่ คลุกมาด้วยอโวคาโดสวยงาม (ที่นี่ ต้องยอมรับว่า การจัดแต่งจาน ได้มาตรฐานโรงแรม ทุกจานใส่ใจในรายละเอียดการประดับประดาดูมืออาชีพดี ) เทอรีนซีฟูดมีกุ้งและปลาบด จืดชืด เป็ด BBQ เอามาคลุกกับพาสต้าทำแบบสลัด รสชาติพอใช้ เทอรีนปลา พอใช้
    แซลมอนมาอีกอัน ทีนี้รองพื้นจานด้วยซอส mango chutney เข้มข้นดี อีกด้านเป็นสลัด ผักมีแค่ห้าชนิด แต่คัดมาเฉพาะผักไฮโดรฯ ปลูกในน้ำ ทั้งนั้น เราตักมาครบห้าอย่างเอามาผสมกับเห็ดหอมสดที่ตักจากซุ้มโน้น เข้ากันได้ดีถูกใจ

    ไฮไลท์ ที่เราชอบที่สุดของซุ้มนี้ คือ สลัดกุ้ง ในซอส lime dressing คัดกุ้งแชบ้วยขนาดใหญ่มาเต็มๆตัว คลุกแบบยำ กับซอสใส ได้รสมะนาว+แคนตาลูปชิ้นๆ เพราะหั่นแคนตาลูปคลุกมา น้ำรสมะนาวกับแคนตาลูปซึมเข้าเนื้อกุ้ง จานนี้ให้ไป 5 ดาวด้วยความชอบส่วนตัว กับอีกจานสลัดกุ้งแชบ้วยขนาดคัดใหญ่ เอามาคลุกกับน้ำสลัดเขียนว่า sour and sweet vegetable relish เป็นซอสข้นสีเขียวผักต่างๆ แต่รสชาติไม่เข้มข้นและซึมเข้าเนื้อเหมือนสลัดแคนตาลูปกุ้งจานแรก อันนี้ให้แค่ 4 ดาว
    นอกจากนี้ก็มีสลัดเนื้อ สลัดไก่ คลุกมาจัดสวยงามในจาน สลัดไก่ หั่นไก่เป็นชิ้นๆ จับมาวางตั้งๆขึ้น คั่นแต่ละอันด้วยผักต่างๆชูช่อขึ้นมางดงามตา


    ซุ้มกลางเดินเข้าไปก็เจอ อาหารหลัก
    วันนี้วัตถุดิบที่เราชอบส่วนตัว ออกมาครบ คือ
    กุ้งแชบ๊วยขนาดใหญ่ ตัวที่งอๆนั้นเศ้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4-5 ซม เอามาทำสามจาน สามอย่าง สองอย่างก็คือสลัดดังที่ว่ามาแล้ว อีกจานอยู่ซุ้มอาหารหลักนี้ คือ ซีฟูดครีมซอส มีปลาหมึก หอยเชลล์ตัวใหญ่ ปลาชิ้น และกุ้งดังว่านี้

    เราวันนี้ไม่สนหอยเชลล์เลยกินไปสองตัวเท่านั้น ก็ของโปรดมาให้เห็นอย่างนี้ ทุ่มความสนใจไปที่แชบ๊วยขนาดใหญ่ลายเสือสวยงามทั้งสามจานเป็นหลัก ซีฟูดครีมซอสนี้ เขียนว่า play pen sauce มันออกสีส้มข้น รสชาติมีเปรี้ยวหวาน ต่างจากครีมซอสซีฟูดเจ้าอื่น ที่มักจะจืดมันเลี่ยนๆ อันนี้รสชาติดีกว่า กุ้งในจานนี้ขนาดดูจะใหญ่กว่าในสลัดสองจานด้วยซ้ำไป มีทั้งจานประมาณ 20 ตัว ( แต่ หมดแล้วไม่เติม เช่นเคย …..) จานนี้ให้ 5 ดาวด้วยความชอบส่วนตัว

    นอกนั้นก็อีกจาน ผัดหมี่ปู ดูแล้วเกือบข้าม แต่ตักมาแล้ว ต้องตักซ้ำ เบียดเนื้อที่กุ้งในกระเพาะไปอักโข เอาเส้นแบบผัดไทย มาผัดเนื้อปู เนื้อปูแกะเต็มๆ ใส่ไม่อั้น ผัดรสชาติเผ็ดนิดหน่อยพอไม่เลี่ยน เค็มหวานพอดี หอมกลิ่นปู ให้ไป 5 ดาวอีกอัน
    สรุปวันนี้ ให้ห้าดาว ไป 3 จาน นี้เท่านั้น เนื้อที่ในกระเพาะ ก็อุทิศให้สามอย่างนี้ไปมากหลายแล้ว

    lambloin with thyme sauce เนื้อแกะกับซอสจืดชืด ไม่อร่อย แต่เนื้อแกะไม่ดิบ ไม่สุกมาก กินได้นุ่มดี
    เนื้อสเต็กในซอสพริกไทยดำ ซอสรสชาติดีแต่เนื้อเหนียวไปแถมไหม้มากไปด้วย ไม่ผ่าน
    ปลาหิมะ (ของโปรดอีกแล้ว ) ชิ้นใหญ่ อบซอสมะเขือเทศ ปลาสดดี ปลาหิมะที่ดี นอกจากขาวนวลเหมือนหิมะ ยังต้องกัดแล้วนิ่มสวบลงไปกลางๆเหมือนละลายในปากอีกด้วย เสียตรงที่ซอสรสชาติไม่ค่อยเข้ากับปลา จานนี้เลยเหลือแค่ 4 ดาวไป
    ผัดปลาหมึกผงกระหรี่ ผัดหมูกับถั่วฝักยาว หมูเอามาทำอะไรกับน้ำแดงๆ ใส่พริก เครื่องเทศแบบไทย ๆ เขียนว่า northern style พวกนี้ธรรมดา มันบดใส่มาเต็มถาด แต่โรยหน้าด้วยแซลมอนหั่นชิ้นเล็กๆ อีกถาดเป็นแครอท มันชิ้นๆนึ่งมาไว้




    ซุ้ม meat carving วันนี้เป็นเนื้อวัวชิ้นใหญ่มาก เราไม่สนแล้ว ข้ามไป
    ซุ้มญี่ปุ่น จัดใส่ถาดกลมใหญ่ตบแต่งสวยงามเรียงสลับไว้ด้วยข้าวห่อสาหร่าย มากิ และซูชิต่างๆ ซูชิมีหน้าปลาแซลมอนดิบ ข้าวห่อสาหร่ายไส้ปลาไหลย่าง หยิบมาก่อนเลย แต่เอาตรงหนังๆปลาไหล แถมหมดไม่เติม อันที่แปลกหน่อยก็แฮมห่อข้าวญีปุ่นโรยหน้าด้วยไข่ปลาแซลมอนสีใสสวย แคลิฟอเนียร์มากิ ธรรมดา ข้าวห่อสาหร่ายไส้ปลาดิบ ไม่ได้กิน
    อีกจานจัดใส่เรือลำสวย มีแซลมอนดิบชิ้นใหญ่ ปลาดิบเนื้อแดงๆ ชิ้นใหญ่ ซาบะดิบ ปูอัด เหล่านี้ข้ามไป อีกจานเป็นหมี่เย็น มีไข่นกกระทาวางไว้บนหมี่กรอบจัดวางสวยเหมือนรังนกกระทา ไม่ได้กินอีก


    อีกซุ้ม จัดไว้เหมือนแท่นบูชา ได้ดุลยภาพดี ตั้งโต๊ะชิดฝา วางตรงกลางด้วยหม้อซุปทรงสูงสองข้าง หม้อระดับเดียวกัน ข้างซ้ายซุปข้นเห็ด ธรรมดา ข้างขวา ปลากระพงต้มกะทิใส่พริก ไม่รู้เจตนาให้เป็นแกงอะไร แต่รสชาติแย่จัง กะทิยังข้นเป็นเกล็ดๆ เหมือนเพิ่งเทออกมาจากกล่องกะทิสำเร็จรูป ไม่ผ่าน ข้างขวากะข้างซ้ายยังตั้งหม้ออาหารทรงกลมไว้อีกข้างละหม้อ ดูได้ดุลดี ข้างซ้ายเป็น เบคอนห่อหมูในซอสองุ่น ฟังดูดี ตักมาอันหนึ่ง เนื้อแข็งไป ซอสองุ่นรสอ่อนมากแถมไม่เข้าเนื้อเลย ข้างขวา ไก่ Adobo อะไรไม่ทราบได้ เป็นอกไก่ กับขาไก่ อบซอสสีน้ำตาลข้น รสเค็มๆเปรี้ยวๆ ไม่อร่อย


    ของหวาน และเรื่องลอยกระทง ตอนจบ โปรดติดตามใน ความเห็นที่ 1

    จากคุณ : อู๋ปังจู้ - [ วันลอยกระทง 22:53:50 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม