◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    ผมอยากให้นายได้อ่าน ตอนที่ 60 : ต้องชดใช้โดยไม่มีเงื่อนไข

    ใจตรงกับคนตั้งกระทู้ข้างล่างพอดีเลยครับ ว่าจะเขียนเรื่องช้างอยู่พอดี เพราะรู้สึกเศร้า และเซ็งทุกครั้ง เมื่อได้เห็นช้างที่คนเอามาหากินตามท้องถนน กรรมใดที่ใครก่อ ก็ขอให้ตามสนองแต่โดยเร็ว

    ผมอยากให้นายได้อ่าน
    ตอนที่ 60 ต้องชดใช้โดยไม่มีเงื่อนไข


    ตลาดตอนกลางคืน ผู้คนค่อนข้างพลุกพล่าน ร้านอาหารและรถเข็นโดยส่วนใหญ่ก็จะขายอาหารให้กับผู้ที่นิยมทานอาหารนอกบ้านในตอนกลางคืน ข้าวหมูแดงคุณชายสาม บะหมี่คุณชายสี่ ก๋วยเตี๋ยวจักรพรรดิ์ หรือแม้แต่ผัดไทฮองเฮา (เอาแค่นี้ก่อน เดี๋ยวจะลงไปถึงระดับแปะก๊วยเสี่ยวเอ้อ ^_^) ก็มีให้เห็นกันอย่างหนาแน่น นายลงไปซื้อก๋วยเตี๋ยวกลับไปกินที่บ้าน โดยมีผมกับเจ้าริบบิ้นเบียดแทรกสายตาออกมาจากในรถ ผ่านแสงสี และผู้คนที่ล้นหลาม นับว่าเป็นวงจรชีวิตของผู้คนที่น่าตื่นตาตื่นใจทีเดียว

    "โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง นี่ริบบิ้น เราลงไปเดินชมตลาดกันไหม" ผมนึกครึ้มอก ครึ้มใจขึ้นมา

    "โฮ่ง หงิง หงิง ลงยังไงหล่ะเก็บตังค์ เปิดประตูรถเป็นเหรอ" เจ้าริบบิ้นถาม แต่สายตายังคงจ้องมองภาพที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างนอก

    "โฮ่ง โฮ่ง แหม! เปิดประตูรถไม่เห็นจะยากเลย…..ก็……." ยังไม่ทันส่วนสมองอันอัจฉริยะของผมจะได้ทำงาน เจ้าริบบิ้นก็เห่าขึ้นมาซะก่อน

    "โฮ่งงงงงงงงงง โฮ่ง โฮ่ง เก็บตังค์ นั่นตัวอะไรหน่ะ" เจ้าริบบิ้นตะโกนถามน้ำเสียงตื่นเต้น นังนี่ชอบตีโพย ตีพายจริง ๆ ผมนึกในใจ ก่อนจะหันไปดูที่เจ้าริบบิ้นบอก………………….อึ๋ยยยยยยยย ย……..ผมหลับตา กวาดน้ำเลี้ยงในตาเพื่อสร้างความคมชัดในการมองเห็นอีกครั้ง โอววววววว ว สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่สุดตั้งแต่ผมเคยเห็นมา ผิวเนื้อที่หยาบ หูอันใหญ่โต ท่าเดินที่เชื่องช้า และรูปร่างขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมจะจินตนาการได้

    "โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง ช้าง……" ผมหลุดปากชื่อนี้ออกไป ต้องใช่มันแน่ ๆ ผมเคยนอนฟังนายสอนหนังสือให้น้องฟืนมีรูปแบบมันนี่แหล่ะ ต้องใช่แน่ ๆ ถ้าผมมีฉิ่งตอนนี้ ตีฉิ่งไปเมื่อไหร่ เจ้าช้างมันต้องวิ่งหนีแน่นอน ^_^

    "โฮ่ง โฮ่ง หงิง หงิง เก็บตังค์รู้จักเหรอ เคยเห็นมาจากไหนเหรอ เจ้าช้างเนี่ยะ" เจ้าริบบิ้นถามด้วยความตื่นเต้น

    "โฮ่ง โฮ่ง โอ้ย ช้างเนี่ยะเห็นบ่อย ก็ในช่อง 44 ไง ดูบ่อย เห็นจนเบื่อแล้ว" ผมโอ่พร้อมกับรีบหันไปมองช้างต่อ เพราะเดี๋ยวเจ้าริบบิ้นจะถามอะไรอีก คงตอบมันได้แต่ ซ โซ่ อย่างเดียว……

    คนขี่อยู่บนหลังเจ้าช้างหนึ่งคน อีกคนอยู่ข้างล่างถือถุงใส่อะไรก็ไม่รู้หลายถุง ผมมารู้ทีหลังจากนาย ว่าเป็นอาหารที่ให้ช้างกิน แต่เราต้องเสียเงินซื้อเพื่อให้ช้างได้กิน หากินกับช้างว่างั้นเหอะ

    "โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง ริบบิ้น เรามาคุยกับเจ้าช้างกันหน่อยไหม" ผมถาม เจ้าริบบิ้นทำหน้าเบ้ สีหน้าอยากคุยเต็มแก่ แต่ก็รู้ ๆ ว่าเราติดแหงกอยู่ในรถ

    "โฮ่ง ๆ ๆ เก็บตังค์กระโดดไปที่นั่งคนขับซิ ไปหาที่เปิดกระจกหน่ะ" เจ้าริบบิ้นเสนอ แต่ อืมมมมมม ม มันก็เสี่ยงกับวิชาฝ่าเท้าพิฆาตมารของนายเหลือเกิน

    "โฮ่ง โฮ่ง…จะดีเหรอ…..เดี๋ยวนายกลับมา……" ผมออก Step ลังเลเล็กน้อย ขณะที่เจ้าช้างกำลังเดินเข้ามาใกล้ ๆ แล้ว

    "โฮ่ง โฮ่ง หงิงๆๆๆๆๆ เร็วซิเก็บตังค์ เจ้าช้างเดินมาแล้ว" เจ้าริบบิ้นเร่งผม เอา ก็ เอาวะ ผมรีบกระโดดไปที่นั่งตอนหน้า ไหนฟะกระจก "แป้นนนนนนน แป้นนนนนนน" ไอ้นี่แตรนี่หว่า "ฉึบฉับ ๆ ๆ ๆ" เอ้า!!! ที่ปัดน้ำฝนปัดใหญ่เลย ผมรีบรัวเท้า กระโดดย่ำไป ย่ำมา บนแผงคอนโซลรถนายเป็นการใหญ่

    "โฮ่ง ๆ ๆ ๆ เร็วววววว ว เก็บตังค์ เดี๋ยวเจ้าช้างจะเดินไปซะก่อน" เจ้าริบบิ้นเร่งผมใหญ่ ผมรีบกระโดดกดปุ่มโน่น ย่ำปุ่มนี้ "….ไม่อยากจะคิดสงสาร….ไม่อยากจะคิดสงสาร #&%(^)*&&%^%$%W" ไม่รู้ไปย่ำโดนซีดีเพลงแผ่นไหนเข้า อืมม ม นายเราก็รสนิยมในการฟังเพลงไม่เบาวุ้ยยยย ย

    "โฮ่งงงงงงง เก็บตังค์เร็ววววววววววว" นังริบบิ้นมันเร่งจริง ๆ โว้ยยยย ย "ปึงงงงง ง" กระจกไหม!!! ผมหันรอบทิศไม่ใช่นี่หว่า

    "โฮ่ง ๆ ๆ เก็บตังค์………..ฟืดดดดดดดดดดด ด" เสียงกระจกบานหลัง เปิดออกเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับผมกับเจ้าริบบิ้นที่รีบมุดออกไปเซย์ฮัลโหลเจ้าช้างทันที………..


    …….พั ก ส า ย ต า ห้ า วิ น า ที ค รั บ………
    1
    2
    3
    4
    5


    "โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง นี่ริบบิ้น ถ้าเราสองตัว รวมพลังกันสู้กับช้าง เราจะชนะไหม" ผมกลืนน้ำลายที่ฝืดคอลงไป ก่อนจะมองงวงอันยาว ใหญ่ของมันที่กำลังเดินมาถึงที่รถของนาย

    "หงิง หงิง คงตายตั้งแต่กระบวนท่าแรก" เจ้าริบบิ้นบอก ผมพยักหน้า หงึก ๆ เห็นด้วยอย่างไม่มีข้อสงสัย

    "โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง สวัสดีครับ พี่ช้าง ผมชื่อ "เก็บตังค์" นี่สมุนผมชื่อ "ริบบิ้น" เราตามนายออกมาซื้อก๋วยเตี๋ยวที่ตลาด พี่ช้างไปไหนมาเหรอครับ" ผมทักทายเจ้าช้างเสียงสดใส เมื่อมันมาหยุดที่รถ

    "มอ มอออออออ อ…..ควาย!!!! ไม่ใช่ช้างงงง ง อิ อิ ^_^ อูวววววว ว (อันนี้พอใกล้เคียงไหมครับ) เดินมาจากไหนก็ไม่รู้ แต่หลายกิโลมาก" เจ้าช้างตอบผมสีหน้ายิ้มแย้ม…………….ผม…………ผมเห็นความเศร้า ความเจ็บปวดในดวงตามันครับ

    "โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง เดินทุกวันอย่างนี้ก็สนุกนะซิครับ ได้ไปที่โน่นที่นี่ ผมซะอีกต้องอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้ไปไหน" ผมถามเจ้าช้าง

    "บรู๋วววววว ว แป้น แป้น ไม่สนุกหรอก ร้อนมาก เหม็นกลิ่นท่อไอเสียรถมาก และก็…." เจ้าช้างหยุดไปนิดนึง ก่อนที่คนที่ขี่ที่คอมัน เอาตะขออันใหญ่กดลงไปที่ต้นคอ "ฉึก" ผมได้ยินเสียงชัดเจน มันรีบหันไปตามคำสั่ง กล้วยสี่ห้าลูกถูกคีบจากงวงเข้าสู่ปาก ผมกับเจ้าริบบิ้นยืนมองกิจกรรมด้วยความตื่นเต้น

    "โฮ่ง โฮ่ง อิ่มตายหล่ะ แค่นั้นหน่ะ" เจ้าริบบิ้นพึมพำ ขนาดผมกับเจ้าริบบิ้นกินต่อครั้งปริมาณแคลอรี่ก็น่าจะไปเป็นหลักพัน อย่างเจ้าช้างเนี่ยะหมื่นอัพแน่นอน กล้วยสี่ห้าลูก ตดไม่ทันหายเหม็นก็หิวอีกแล้ว

    "หงิง หงิง โหดร้ายจัง เจ็บไหมเจ้าช้าง" เจ้าริบบิ้นถาม เจ้าช้างหันมายิ้ม ก่อนส่ายหน้าเล็กน้อย

    "มันเป็นหน้าที่ ที่ลุงต้องทำหน่ะหลาน" เจ้าช้างที่อายุคราวลุงผมกับเจ้าริบบิ้นบอก สีหน้าถึงจะดูขมขื่น แต่ผมก็เห็นความใจดีในนั้น

    "โฮ่ง โฮ่ง ลุงช้าง…..หนีไปอยู่ที่บ้านนายกับผมไหม" ผมนึกไปถึงอาหารผมที่อาจจะได้น้อยลง เพราะลุงช้างคงกินจุ

    "ขอบใจมากหลาน ไม่เป็นไรหรอก ลุงต้อง…." การสนทนาจบลงแค่นั้น เมื่อไอ้คนบนคอลุงช้าง กระตุกให้เดินต่อไป

    "โฮ่ง โฮ่ง ๆ ๆ เก็บตังค์ดูนั่นซิ" เจ้าริบบิ้นบอก ผมรีบชะเง้อลงไปมอง…….…………ท้องถนนในตอนกลางวัน รวมกับปริมาณคาร์บอนมอนออกไซด์ที่ปกคลุมบนพื้นผิว อาจจะทำให้อุณหภูมิพื้นถนน สูงถึง 40 องศาเซลเซียส พื้นถนนที่ราดด้วยแอสฟัลท์ สีเทาดำ ก็น่าจะเก็บความร้อนได้เป็นอย่างดี ถ้ามีใครเดินเท้าเปล่า ท่ามกลางแดดที่ร้อนจัดเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ทุกวัน ทุก ๆ วัน เป็นเดือน หรืออาจจะเป็นปี

    "หงิง หงิง ลุงช้างตีนพองหมดเลย เก็บตังค์" เสียงเจ้าริบบิ้นที่เอ่ยอย่างแผ่วเบา มันยิ่งทำให้น้ำตาของผมไหลได้ดียิ่งนัก……………………….

    ผมไม่รู้ว่าเจ้าของลุงช้าง เค้าจะรักลุงช้างแค่ไหน แต่ที่อยู่ในป่ากับบนท้องถนนอย่างนี้ ก็คงสามารถวัดความรักของเค้า ที่มีต่อตัวลุงช้างได้ในระดับหนึ่ง อย่างนี้ถือว่าเป็นการทรมานสัตว์ไหม ผมอยากให้เค้าลองมาเป็นอย่างลุงช้างบ้าง เค้าจะได้รู้สึกสำนึก……ว่าความเจ็บปวดเป็นยังไง ต้องห่างป่า ห่างบ้าน ห่างธรรมชาติที่เคยเป็นอยู่ มันเป็นยังไง………ผมอยากให้เค้าได้รับโทษบ้างจริง ๆ แต่ถ้ามาช่วยปิดฝาน้ำมันรถนายที่เปิดอ้าอยู่ ปิดที่ปัดน้ำฝน กดฝากระโปรงหน้ารถให้กลับเข้าที่เดิม และปิดเสียงเพลงที่กำลังดังอยู่ตอนนี้ด้วย ก่อนนายกลับมาที่รถ……………..…

    ……………....ผมจะลดโทษให้ครึ่งนึง นี่ถือว่าปราณีที่สุดแล้วนะ โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง………………


    …..จบตอน…….

    จากคุณ : schacq - [ 22 ต.ค. 45 10:13:58 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม