" Amway " จริงหรือหลอก (เพิ่งได้ mail มา)

Subject: amway
>
>
> > พี่สาวแอนเคยสมัครเป็นสมาชิกแอมเวย์เมื่อสองปีที่แล้ว
> > เพราะหลงไหลไปกับคำชักชวนของเพื่อนหมอฟันรุ่นเดียวกัน
> > ที่นำสินค้ามาขาย ถ้าอยากได้ส่วนลด30%ต้องสมัครเป็นสมาชิก
> > ยอมรับว่าสินค้าเค้าคุณภาพดี
> > ยกเว้นเรื่องราคาที่แพงจนโอเวอร์
> >
>
และเครื่องสำอางค์บางชนิดก็ทำให้แพ้เมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าแบรน์อื่นในระดับบ
> > น ที่ดีกว่า
> > และถูกกว่าถึงสามเท่าตัว การเลือกซื้อก็ง่ายกว่าและเร็วกว่า
> > เหมาะกับนิสัยเราที่ได้เห็น,จับต้องสินค้าก่อน และที่สำคัญชอบเดินShopping
> > จึงค่อนข้างเห็นด้วยกับบทความนี้ ซึ่งแอนได้รับforwardมาจากเพื่อนอีกคน
> > และไม่คิดว่าคนเขียนมีเหตุผลอันใดจึงต้องกุเรื่องมาเพื่อโจมตี
> > รู้สึกว่าเค้าเขียนได้โดนใจหลายคน
> > และอยากให้คนที่หน้ามืดตามัวโดนวิญญานแอมเวย์เข้าสิง
> > ได้อ่านบทความนี้เพื่อเป็นเครื่องสกิดใจซักนิดว่าคุ้มหรือไม่
> ช่วยforwardต่อที
> > และถ้ามีความคิดเห็นอะไรเพิ่มเติม ก็ช่วยกันเขียนต่อท้าย และตอบกลับมา
> > จะได้แชร์ความคิดกันเยอะๆ
> >
> > Ann@One
> >
> >
> > > >>>Amway ใครว่าของดี
> > > >>>
> > > >>> 1 . แอมเวย์มีสมาชิก...ที่ยังคงอยู่ ประมาณ 7-8 แสนคน
> > > >>>(แต่ไม่ต่อสมาชิกแล้วประมาณ 1 เท่าตัว
> > > >>>)ซึ่งดูจากหมายเลขสมาชิกปัจจุบัน น่าจะประมาณ 2 ล้านกว่า
> > > >>>ๆโดยแอมเวย์ เก็บเงินค่าสมาชิกปีละ 900 บาท
> > > >>>เมื่อคูณด้วยจำนวนสมาชิกราว ๆ 7 แสนคน ก็หมายความว่า
> > > >>>แอมเวย์ได้เงิน "ค่าสมาชิก"ไปแล้วประมาณ 600 ล้านบาท
> > > >>>การที่แอมเวย์ซื้อพันธบัตรรัฐบาลแค่ 1 ล้าน กับ
> > > >>> จ่ายเงินให้กองทุนต่าง ๆ เพื่อเอารูปมาลงเป็นการโฆษณา
> > > >>>"ความดีงาม" ของตนเองสัก 80 ล้าน(จริง ๆ แล้วไม่ถึง 50
> > > >>>ล้าน) จึงถือว่าจิ๊บจ๊อยมากเมื่อเทียบกับ "เงินกินเปล่า"
> > > >>>ที่เก็บไป
> > > >>>
> > > >>> 2. แอมเวย์ใช้วัสดุรีไซเคิลมาทำเป็นหีบห่อ เช่น ขวดต่าง
> > > >>>ๆ หรือหลอดยาสีฟันก็ไม่ได้หมายความว่า
> > > >>>แอมเวย์ช่วยกำจัดขยะหรือลดขยะ เนื่องจากพัสดุหีบห่อนั้น
> > > >>>ๆ "มาจากอเมริกา" หรือหมายความว่า แอมเวย์ช่วยกำจัดขยะ
> > > >>>"จากอเมริกา" ไปไว้ที่ต่าง ๆ ในโลก
> > > >>>แอมเวย์ไม่มีโรงงานทำบรรจุภัณฑ์
> > > >>>หรือสั่งซื้อหีบห่อในประเทศอื่นครับ
> > > >>>
> > > >>> 3. แอมเวย์มักบอกว่าตัวเอง
> > > >>>"ไม่มีโฆษณา"เพื่อลดต้นทุนส่วนที่ไม่จำเป็นให้ผู้ซื้อ
> > > >>>แล้ว ไอ้รูปสาวหน้าหมวย ๆ
> > > >>>บีบยาสีฟันครึ่งหน้าของหนังสือพิมพ์หลายฉบับหลายวัน...แปลว่าอะไร
> > > >>>โฆษณาใน TV...แปลว่าอะไรล่ะครับ
> > > >>>
> > > >>> 4. การโฆษณาของแอมเวย์เป็นซอฟท์เซลล์
> > >
> >
>
>>>สร้างความรู้สึกว่าคนใช้แอมเวย์เป็นคนประหยัด...เช่นซื้อรองเท้าเผื่อให้ลูก
> > > >>>1 เบอร์ เลือกเสื้อผ้าตัวใหญ่ ๆ ฯลฯ
> > > >>>...อยากถามว่าพฤติกรรมเหล่านี้เป็น"เฉพาะ"ผู้ใช้แอมเวย์หรือครับ
> > >
> >>>อันที่จริงคนไทยเราก็ทำอย่างนี้มานานตั้งแต่ก่อนแอมเวย์เข้ามาเมืองไทยเสีย
> > > >>>อีก เช่น เราใช้ยาสีฟันจนหยดสุดท้าย
> > > >>>(แม้แต่แปรงสีฟันยี่ห้อนึงยังออกแบบมาให้ใช้ "รีด"
> > > >>>
> > >
> >
>
>>ยาสีฟันได้เสียด้วยซ้ำ...ซึ่งแปรงสีฟันยี่ห้อนั้นก็ไม่ใช่ของแอมเวย์)...อันนี
> > ้อ
> > > >>ยากถามว่าแอมเวย์
> > > >>>"ฉกฉวย"
> > > >>>
> > >
> >
>
>>วัฒนธรรมที่มีอยู่ก่อนเก่าไปเป็นของตัวเองรึเปล่า...ไม่มีปัญญาสร้างสรรความคิ
> > ดใ
> > > >>หม่
> > > >>>ๆ จาก"แอมเวย์" เองบ้างรึไง ?
> > > >>>
> > > >>> 5. จำนวน "ผู้ประสบความสำเร็จ" คือตั้งแต่ระดับ DD
> > > >>>ขึ้นไปในเมืองไทยมีกี่คน เอ้า...ผมให้ว่ามี 5 หมื่น
> > > >>>(ซึ่งจริงแล้วผมรู้ว่ามีไม่ถึงหรอก) 5 หมื่นคน ใน 2
> > > >>>ล้านคน เป็นกี่เปอร์เซนต์ครับ
> > > >>>คุณลองเทียบร้อยละหรือปัญญัติไตรยางศ์ดูได้เลยว่า
> > > >>>ธุรกิจที่มีคนประสบความสำเร็จแค่ 2-3
> > > >>>เปอร์เซนต์น่ะ...ช่างน่าช่วยกันพัฒนาให้ "สวยงาม"
> > > >>>ในประเทศชาตินักนี่ครับ
> > > >>>
> > > >>> 6. การจะเป็น DD ได้คุณต้องขายของได้เป้า 150000 PV ใน
> > > >>>6 เดือน เป็นการขายให้ได้เป้าติดกัน 3 เดือน
> > > >>>(performanced)
> > > >>>ซึ่งหมายถึงว่าคุณต้องขายของให้แอมเวย์ประมาณ 2แสนบาท
> > > >>>(รวมทั้งให้สายงานของคุณขายด้วยนั่นล่ะ) ต่อเดือน
> > > >>>แปลว่าคุณต้องขายของได้อย่างต่ำ 1 ล้าน 2 แสนบาท ใน 1 ปี
> > > >>>(ซึ่งปกติแล้ว...มากกว่านั้น)
> > > >>>...ถ้าคุณมีเซลล์ขายของให้ได้ 1
> > > >>>ล้านกว่าบาทแบบไม่เอาเงินเดือน 1 ปี..
> > > >>>เขาควรจะได้คอมมิสชั่นกว่าแสนบาท โดยในปีต่อ
> > > >>>ๆไปเขาก็ขายให้ได้บ้าง...ไม่ได้บ้างเนื่องจากเขามี
> > > >>>"ลูกค้าเก่า ๆ" สำหรับกิจการของคุณ
> > > >>>ทำไมคุณไม่ควรตอบแทนอะไรให้เขาบ้างล่ะ ซึ่ง
> > > >>>แอมเวย์ก็ให้...ผมรู้ เขาให้เงินเดือน เดือนละประมาณ
> > > >>>18000 บาทกับคุณ
> > > >>>โดยที่คุณต้องเอาเงินนั้นจ่ายค่าน้ำมันรถของคุณเอง
> > > >>>จ่ายค่าอบรมสัมมนาเอง (และยังต้องจ่าย "พิเศษ"
> > > >>>มากกว่าคนที่ยังไม่เป็น DD ) ด้วยเพื่อเลี้ยง "สายงาน"
> > > >>>ฯลฯ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้...คุณยอมจ่ายง่ายจังเลยนะ
> > > >>>ถ้าคนที่มีปัญญาขายของได้มากกว่าปีละ 1 ล้านบาท
> > > >>>เอาเงินโบนัสหรือคอมมิสชั่นที่ได้เก็บไว้ทำเป็นทุน
> > > >>>(ไม่ใช่หนี้) แล้วทำกิจการเอง...เขาอาจจะมี "ตัวตน"
> > > >>>มากกว่าต้องไปหลบอยู่หลังเงาทมึนของแอมเวย์...ทั้งตระกูล...ก็ได้
> > > >>>
> > > >>>

จากคุณ : a - [ 27 พ.ย. 46 10:49:02 A:203.113.33.6 X: ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

> > > >>> 7. เจลอาบน้ำ ซึ่งมักเอามาเปรียบเทียบกับ "ครีมอาบน้ำ"
> > > >>>ของ LUX แล้วพบความแตกต่างว่า...ครีมอาบน้ำของ LUX
> > > >>>เกิดชั้นไขมัน หรือแตกตัวให้กลิ่นแอมโมเนีย
> > > >>>เมื่อผสมกับสบู่ ความเป็นจริงแล้วก็คือ...เจลอาบน้ำ
> > > >>>ไม่ใช้สบู่อาบน้ำหรือ ครีมอาบน้ำ
> > > >>>
> > > >>>สารตั้งต้นที่ใช้ผลิตต่างกันและวัตถุประสงค์ก็ต่างกันถ้าเอา
> > > >>>"เจลอาบน้ำ"
> > > >>>ยี่ห้ออื่นมาทดลอง...ก็เหมือนกับแอมเวย์นั่นล่ะ
> > > >>> (แต่ราคาถูกกว่า) ในขณะเดียวกันถ้าเอา "สบู่"
> > > >>>ของแอมเวย์มาละลายน้ำผสมกับ
> > > >>>
> > >
> >
>
>>"เกลือ"(แอมเวย์ใช้แทนเหงื่อ...แต่ใช้ในอัตราเข้มข้นกว่าความเค็มของเหงื่อจริ
> > ง
> > > >>>ๆ หลายเท่า) ครับ แล้วทดลอง...ก็ให้ผลแบบเดียวกับ LUX
> > > >>>...เรื่องนี้มีข้อขัดแย้งในตัวด้วยครับ
> > >
>>>เพราะเหงื่อที่คนเราขับออกมาจากร่างกายไม่ได้มีแต่เพียงเหงื่ออย่างเดียว
> > > >>>โดยเฉพาะ คุณผู้หญิงด้วยแล้ว เหงื่อที่ขับออกมามี
> > > >>>"ไขมัน"มากกว่าซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นตัว "เปรี้ยวๆ"
> > > >>>
> > >
> >
>
>>อันเกิดจากการทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นกับอากาศและการย่อยของแบคทีเรียบริเวณผิว
> > หน
> > > >>ัง
> > > >>>กับ "กรดไขมัน" ที่ร่างกายขับออกมาพร้อมเหงื่อ
> > > >>>คนไทยมีเหงื่อมากครับ...ซึ่งก็เป็นปกติ
> > > >>>ส่วนการใช้เจลอาบน้ำ
> > > >>> เหมาะกับคนที่อยู่ในพื้นที่ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำเช่น
> > > >>>ในเขตภูมิอากาศอบอุ่นหรืออากาศหนาว
> > > >>>(และอยู่ในห้องแอร์ทั้งวัน)
> > > >>>
> > >
>>>เพราะเค้าต้องรักษาความชื้นที่ผิวหนังและปกติเค้าก็ไม่ค่อยมีเหงื่อครับ
> > > >>>
> > > >>>
> > > >>> 8. ยาสีฟันกลิสเตอร์ "ข้นกว่า" และไม่มีสารขัดฟันหยาบ ๆ
> > > >>>เมื่อเทียบกับ "พาโรดอนแท็กส์" เพราะ ว่ายาสีฟัน
> > > >>>กลิสเตอร์เป็น "ครีมทำความสะอาด" ไม่ใช่ยา
> > > >>>"สี(ขัดสี)ฟัน"ความข้นในตัวมันเองเกิดจากมวลสารที่มีขนาดเล็ก
> > > >>>ๆ ซึ่งไม่แยกตัวง่าย ๆ
> > > >>> เมื่อมีการให้พลังงานเข้าไปเฉกเช่นยาสีฟันที่ใช้
> > > >>>"สารขัดฟัน"เป็นหลักแล้วใช้โมเลกุลอื่น ๆ
> > > >>>
> > >
> >
>
>>ที่เล็กกว่าเป็นตัวยึดเหนี่ยวหรือผสมผสานยาสีฟันกลิสเตอร์มักพูดถึงความเข้มข้
> > น
> > > >>>(ซึ่งความจริงแล้วคือ "การไม่แยกตัว") โดยทำเป็นลืม ๆ
> > > >>>เรื่องคุณภาพการ "ขัดฟัน"
> > > >>> โดยโยนให้เป็นเรื่องของแปรงกับวิธีการสีฟันของผู้ใช้แทน
> > > >>>
> > > >>>
> > > >>> 9. น้ำยาล้างจาน LOC ยาสระผม ...ฯลฯ
> > > >>>ของแอมเวย์ใช้สารตั้งต้นในหมู่อนุพันธ์" Loreth sulfate
> > > >>>"(คนไทยเรียก "หัวแชมพู") ซึ่งเป็นสารเคมีราคาถูก ๆ
> > > >>>และกำลังอยู่ในขั้นวิจัยว่าเป็นส่วนก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนัง
> > > >>>ซึ่งแชมพูสระผมในเมืองไทยหลายยี่ห้อเลิกใช้ไปแล้ว
> > > >>>
> > > >>> 10. เครื่องกรองน้ำของแอมเวย์
> > > >>>แพงกว่าเครื่องกรองน้ำที่มีขายในเมืองไทย 2
> > > >>>เท่าโดยค่าอะหลั่ยก็แพงกว่า 3-4 เท่า
> > > >>>แอมเวย์มักเอาเครื่องกรองน้ำของตนเปรียบเทียบกับสินค้าคุณภาพต่ำกว่า
> > > >>>หรือ "ไม่ตรงจุดประสงค์" ของผู้ออกแบบ
> > > >>>เช่นเอาสารกรองซึ่งก็คือ
> > > >>> activated carbon ไปเปรียบเทียบกับ resin ทั้ง ๆ ที่
> > > >>>resin มีไว้เพื่อกำจัดความกระด้างของน้ำ
> > > >>>แต่เมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าที่คุณภาพสูงกว่า
> > > >>>(และราคาถูกกว่า) เช่น เครื่องกรองน้ำระบบ RO
> > > >>>ก็อ้างว่าน้ำจากระบบ RO" กรองทุกอย่างออกไปหมด" แม้แต่
> > > >>>"สารที่มีประโยชน์" โดยแอมเวย์ไม่ได้บอกว่าไอ้
> > > >>>"สารที่มีประโยชน์" ที่เครื่องกรองน้ำแอมเวย์
> > > >>>กรองไว้ไม่ได้มีอะไรบ้าง
> > > >>>ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว...เครื่องกรองน้ำ
> > > >>>แอมเวย์มีเพียงการกรอง 3 ขั้น
> > > >>>ขั้นแรกเป็นการกรองแบบเลวมาก ๆ ด้วยชั้นกรอง PP บางจ๋อย
> > > >>>จนเทียบกับไส้กรอง PP หรือไส้กรองเซรามิก
> > > >>>ในท้องตลาดไม่ได้
> > > >>>
> > >
> >
>
>>ขั้นที่สองเป็นความภูมิใจของแอมเวย์และมักพูดกับผู้ซื้อราวกับแอมเวย์เท่านั้น
> > ที
> > > >>่
> > > >>>ทำสิ่งนี้
> > > >>>
> > >
> >
>
>>(ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วมีการคิดค้น-ใช้งานก่อนแอมเวย์ทำเครื่องกรองน้ำเองหล
> > าย
> > > >>ปี)
> > > >>>คือ Activated carbon แต่เมื่อเทียบกับไส้กรอง AC
> > > >>>ในท้องตลาดแบบมาตรฐาน...ซึ่งใช้กันทั่วไปแม้ในอเมริกา
> > > >>>(ของไอ้กันนั่นล่ะ) จะพบว่าราคาของแอมเวย์แพงกว่า 3
> > > >>>เท่าตัวจนท่านสามารถซึ้อของยี่ห้ออื่นมาต่อ แบบอนุกรมได้
> > > >>>2 เท่า...ซึ่งให้คุณภาพการกรองดีกว่า...ในราคาที่ต่ำกว่า
> > > >>>ขั้นที่ 3 การกำจัดเชื้อ หรือระบบ Ultra violet
> > > >>>สินค้าของแอมเวย์เป็นหลอดรังสีที่ให้ค่า Lux
> > > >>>ต่ำกว่าของที่ขายยี่ห้ออื่น ๆ
> > > >>>...แต่อ้างว่าออกแบบให้มีการหมุนวนภายในระบบเพื่อเพิ่มระยะเวลา
> > > >>>retaintion time )
> > > >>>ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วค่าเวลาดังกล่าว
> > > >>>วัดจาก"อัตราการไหล" ที่ Input -Output
> > > >>>เนื่องจากทางวิศวกรรมถือว่าเป็น " ระบบปิด"
> > > >>>แล้วจึงวัดที่ขนาดของระบบ
> > > >>> V= Q / A แม้ว่าภายในระบบจะจัดให้น้ำหมุนวนเป็น "กระแส"
> > > >>>อย่างไรก็ตามถ้าลำของกระแสนั้นเล็กมาก ( A ต่ำ ) V
> > > >>>หรือความเร็วในการไหล ก็จะสูงขึ้น เพราะ Q หรืออัตรา
> > > >>>น้ำก็เท่า ๆ กัน
> > > >>>ดังนั้นทำไมไม่เลือกตัวจ่ายรังสีที่เฉียบขาดกว่าในการฆ่าเชื้อล่ะ
> > > >>>?
> > > >>>...ถ้าแอมเวย์จะอ้างว่ารังสีมากก็อันตรายมาก...ก็พาไปหา
> > > >>>"สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค"ได้เลย
> > > >>>เพราะขนาดของรังสีที่ใช้ในสินค้ายี่ห้ออื่นก็ผ่านมาตรฐานทั้งนั้น
> > > >>>(มักเป็นสินค้าไอ้กัน...เช่นเดียวกัน)
> > > >>>
> > >
> >
>
>>นอกจากนั้นแล้ว...เครื่องกรองน้ำของแอมเวย์ก็ใช้กรองน้ำบาดาลหรือน้ำกร่อยไม่ไ
> > ด้
> > > >>ครับ...ใช้ได้แต่การกรองน้ำประปาที่ปกติก็ดื่มได้อยู่แล้ว...เท่านั้น
> > > >>>
> > > >>>
> > > >>> 11. เครื่องฟอกอากาศของแอมเวย์ "แพงมาก ๆ"
> > > >>>ราคาเท่ารถมอเตอร์ไซค์ 1 คันหรือแพงกว่า เครื่องปรับ
> > > >>>อากาศขนาด 1 ตัน 2 เท่า ทั้งที่ระบบการกรองเป็นแบบ 3
> > > >>>ขั้นตอนที่ไม่มีเทคโนโลยี่อะไรมากมาย
> > > >>>คือกรองหยาบด้วยตะแกรง กำจัดกลิ่นด้วย Activated carbon
> > > >>>และดัก mist ด้วยไส้กรอง เฮพปา
> > > >>>ตัวนี้ในเมืองไทยยังผลิตเองไม่ได้ แต่นำเข้ามาตัด พับได้
> > > >>>เช่น ของ 3M) ในท้องตลาดมีสินค้าที่ มีระบบ
> > > >>>เช่นเดียวกันนี้ 2-3 ยี่ห้อ โดยราคาถูกกว่า 8-10 เท่า
> > > >>>แม้ว่ามีอัตราการไหลผ่าน (ขนาด) เล็กกว่า
> > > >>>ก็เล็กกว่าไม่ถึง 3 เท่า ดังนั้น...ซื้อไอ้ตัวเล็ก ๆ สัก
> > > >>>3
> > > >>>ตัวก็ยังถูกตังค์กว่าเยอะปกติแล้วระบบฟอกอากาศที่ใช้กันทั่วไป
> > > >>>มักเป็นระบบที่ใช้ไฟฟ้าสถิตย์
> > > >>>
> > > >>>(ความเป็นจริงคือการใช้สนามไฟฟ้าในการดีดแล้วจับฝุ่นละออง)
> > > >>>ซึ่งเราสามารถ "ถอดล้างทำความสะอาด" ได้
> > > >>>ไม่ต้องซื้อใหม่กันตะบี้ตะบัน คุณภาพการกำจัดฝุ่นของระบบ
> > > >>>"EP" อยู่ที่ประมาณ 90 % ( ส่วนแฮพปา อยู่ที่ 95 % )
> > > >>>โดยวัดที่
> > > >>>"ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำกว่าความชื้นสัมพัทธ์ในเมืองไทย"
> > > >>>และระบบแฮพปานั้นจะมีปัญหาทันทีถ้าความชื้นสัมพัทธ์สูงๆ
> > > >>>...ซึ่งก็หมายความ
> > > >>> ว่าเครื่องฟอกอากาศของ แอมเวย์ใช้ได้เฉพาะในห้องแอร์
> > > >>>(เพื่อคงไว้ซึ่งคุณภาพตามคำบรรยาย) ...เท่านั้นครับ
> > > >>>
> > > >>> 12. เรื่องผงซักฟอก SA8 ของแอมเวย์ที่อ้างถึง
> > > >>>"การรักษาสภาพแวดล้อม" เนื่องจากย่อยสลายได้...
> > > >>>ผงซักฟอกทุกชนิด -
> > > >>>
> > >
> >
>
>>ทุกยี่ห้อที่ขายในเมืองไทยต้องไม่ผสมสารที่ก่อให้เกิดฟอสเฟตในอัตราที่เป็นอัน
> > ตร
> > > >>ายครับ
> > > >>>เนื่องจากผงซักฟอกเป็น "มาตรฐานบังคับ"
> > > >>> ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ( สมอ.)
> > > >>>การกล่าวอ้างว่าผงซักฟอกอื่น "ทำลาย"
> > > >>>สิ่งแวดล้อมจึงเป็นการสบประมาทเจ้าหน้าที่ (
> > > >>>หรือกฎหมายของบ้านเมือง
> > > >>>)ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ( มาตรฐาน
> > > >>>"บังคับ"เป็นมาตรฐานที่ "ต้อง" ทำให้ได้
> > > >>>ถ้าจะขายสินค้านั้น ๆ
> > >
> >
>
>>>)...ถ้าพบใครพูดเช่นนั้นหรือทำนองนั้น...ก็บอกเค้าด้วยว่า...อาจเข้าข่ายหมิ่
> > น
> > > >>ประมาทครับ
> > > >>>( จำคุก 1- 3 ปี...ถ้าผมจำไม่ผิด )
> > > >>>******ไม่ได้โจมตีครับ แต่อยากบอกความจริงให้รู้.......
> > > >>>
> > > >>> ที่มา : อีเมล์ส่งต่อ
> > > >>>
> > > >>> ก็ไม่ทราบว่าข้อความด้านบน เป็นจริงเท็จประการใด
> > > >>> ก็ใช้วิจารณญาณอ่านกันเองนะคะ


จากคุณ : a - [ 27 พ.ย. 46 10:49:44 A:203.113.33.6 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

ผมเป็น คนนึงที่ สมัครเป็น ผู้จำหน่าย แอมเวย์ ครับ
เรื่องที่ ว่า แอมเวย์ หลอกลวง หรือเปล่า นั้น ผมก็เคยคิดมาแล้ว ก่อน ที่ จะสมัคร
ผมคิดทบทวน อยู่ ประมาณ 1 อาทิตย์ ซึ่ง ผมเชื่อว่า แอมเวย์ดีจริง จึงได้ ตัดสินใจทำ
ข้อมูล ที่คุณ บอกมา ยอมรับว่ามีหลายอย่างที่ผมไม่รู้มาก่อน แต่ก็นั่นแหละคับ ตอนที่ผมพบกับผู้จำหน่ายแอมเวย์
ก็มีหลายอย่างเกี่ยวกับ แอมเวย์ที่ผมไม่รู้มาก่อนเช่นกัน ถ้าจะให้บอก ว่า แอมเวย์ หลอกหรือเปล่า ผมว่า ผมบอกไปก็เปล่าประโยชน์ ครับ เพราะผมก็อาจจะหลอกคุณก็ได้ จริงไหมครับ e-mail ของคุณ ก็อาจจะเป็น เพียงการโจมตี แอมเวย์ ด้วยข้อมูลแต่เพียงด้านลบ ก็ได้(ย้ำว่าด้านลบ ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นกลางทั้งหมด) เรื่องนี้ ผมตัดสินใจว่า ผมไม่ได้โง่และไม่กลัวถ้าจะโดนหลอกถ้ามันจะทำให้ผมฉลาดขึ้น ผมมีสติปัญญาพอที่จะไม่หลงงมงาย ถ้าแอมเวย์ไม่ดีจริงผมก็เลิกได้ ผมจึงตัดสินใจ เข้ามาศึกษาและทดลองใช้สินค้าดูด้วยตัวเอง ผมพบว่า สินค้าหลายตัว น่าประทับใจ และเชื่อว่า แอมเวย์ พยายามทำสินค้าให้ดีที่สุดจริง
ส่วนเรื่อง โครงการต่างๆ ที่เป็นการทำเพื่อสังคม ผม อยากให้คุณ ไปดูด้วยตาตัวเอง ที่ สำนักงาน บริเวณ แยกลำสาลี
ครับ ที่นั่นจะมีเหรียญมีโล่ต่างๆ ซึ่งน่าจะเป็นหลักฐานได้พอสมควร ส่วนที่ว่า แอมเวย์ ดีไม่ดีอย่างไร ใครมาบอกก็ไม่ต้องเชื่อหรอก คับ ถ้าอยากรู้ คุณต้องดูด้วยตาตัวเอง เพราะ แอมเวย์ที่ผมรู้จัก ไม่เคยสนับสนุน ให้โฆษณาชวนเชื่อ หรือว่ากล่าวโจมตีใคร จะมีการโฆณาชวนเชื่อบ้าง ก็เฉพาะผู้จำหน่ายบางคน(ไม่ใช่ส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ) และก็อาจจะมีบางคนที่โฆษณาเกินความจริงไปบ้าง(เราห้ามเค้าไม่ได้)เพราะคนทำแอมเวย์มีมากมาย แต่ที่รู้ๆ ค่าต่ออายุ แค่ 450 ไม่ใช่ 900 แล้ว ข้อมูล อื่นๆ ใน e-mail จริงเท็จแค่ไหน คุณต้องพิจารณา จุดนี้ด้วย

สวัสดีครับ


จากคุณ : Humandroyตัวจริงแต่ล็อกไม่ติด - [ 27 พ.ย. 46 11:22:03 A:203.150.207.250 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

แอมเวย์ ใช้ดีนะ แต่แพงไปหน่อย
เราก้อเลือกใช้เฉพาะที่สำคัญๆอ่ะค่ะ


จากคุณ : ชากีร่า - [ 27 พ.ย. 46 12:21:46 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

ข้อมูลของคุณนำเสนอได้ดีครับ
ถึงแม้จะเป็นข้อมูลในด้านลบ แต่มันก็มีประโยชน์
กับหลายๆคนที่ตัดสินใจโดยไม่ดูปัจจัยพื้นฐาน
สินค้าแพงจริงครับ ผมก็ลองใช้แล้ว
ตอนนี้ก็ยังใช้อยู่หลายตัว
เมื่อเที่ยบคุณภาพกับปริมาณแล้ว
ราคาจะสูงกว่าตลาดประมาณ 20-30%
แต่บางตัวก็แพงมากๆ

ขึ้นอยู่กับคุณตัดสินใจแล้วละครับ
ว่าคุณเลือกราคาหรือเลือกชีวิต
มีบ่อยครั้งไปที่คุณกินผักปลอดสารพิษราคาแพงลิบ
ทั้งๆที่คุณสามารถกินผักที่ฉีดยาแต่ล้างอย่างดีจนคุณมั่นใจ
ได้ว่าปลอดภัย
ขึ้นอยู่กับคุณแล้วครับว่า
คุณจะจ่ายเงินเพื่อซื้อ"บางสิ่ง"ได้มากแค่ไหน
บางครั้งไม่ใช่เรื่องฉลาดหรือโง่
แต่มันก็เป็นเรื่องความพอใจมากกว่า
ไม่งั้นจะมีคนหิ้วกระเป๋าแบรนเนมแพงๆเหรอ

ถึงอย่างไรก็ดี คิดให้ดีก่อนใช้
อย่าใช้จ่ายจนเกินตัวนะครับ


จากคุณ : Gome - [ 28 พ.ย. 46 01:45:11 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

555 เรื่องแพงนี่จริงเลยครับ
คุณภาพก็ดีจริงครับ บางอย่าง
ผมไม่ได้ว่าอะไรนะครับ เพราะผมคิดว่าการขายสินค้ามันก็จะต้องเอากำไรเป็นของธรรมดา ก็แล้วแต่ จะคิดครับ
ผมไม่อยากให้มองเรื่องรายได้ของพนักงานขายนะครับ
มีเรื่องเล่า...
แม่ผม ทำสมาชิกแบบผู้จำหน่าย(เรียกไม่ถูกขออภัย)
เพราะว่าเกรงใจคนที่มาชวน ชวนหลายครั้งมากครับ
พอทำไปก็ซื้อสินค้ามาใช้ บ้างบางอย่าง เช่นยาสีฟัน และ อื่นๆ ผมก็คิดว่าไม่เสียหายครับ เพราะว่ามันก็ไม่ได้เป็นเงินมากมายเท่าไหร่ แม่ผมไม่ได้ไปเข้ากลุ่มอะไรหรอกครับ(เรียกผิดขออภัย) เพราะว่า ทำงานกลับมาบ้านก็เหนื่อย มากๆๆๆๆๆๆ แล้ว ที่ทำงานอยู่ไกลน่ะครับ ไม่ได้ขายใครด้วยครับ มีอยู่วันนึง มีคนเขามาซื้อของกับแม่ผม แม่ผมไม่มีหรอกครับของ แต่ว่ามีแคทตาล็อก เขาต้องการ นี่ นี่ นี่ แล้วก็นี่
แม่ผมก็เลยให้คนซื้อไปบอกคนที่พาแม่ผมสมัครให้เอาของมาให้โดยแม่ผมจะลดราคาให้ครับ 5% ไรเนี่ย แบบว่าไม่เอากำไร เพราะว่าไม่ได้จะขายเอากำไร เป็นคนสนิทกัน วันรุ่งขึ้น เขาก็เอาของมาส่งให้ แล้วก็คิดราคาเต็มเลยกับคนที่มาซื้อ ทั้งๆที่ เขาก็บอกก่อนแล้วนะว่าซื้อกับแม่ผม แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แม่ผมมารู้ก็งงเลยครับ ทำไมเป็นอย่างนั้น ก็ซื้อกับแม่นี่นา คือผมเข้าใจว่าอย่างนี้นะครับ การซื้อของเนี่ย ซื้อราคาขายแต่ สิ้นเดือน เขาจะคืนเงินให้เรา 3% 5% ใช่ไหมครับ
ทั้งๆที่แสดงเจตนารมณ์แล้วว่าซื้อกับแม่ผม แล้วแม่ผมก็ไม่มีเวลา แล้วก็ไม่ได้อยากได้ กำไร(ไม่ได้แสดงว่าใจดีอะไรนะครับ แต่ว่า เป็นเหมือนเพื่อนเหมือนญาติน่ะครับ เอากำไรไม่ลง) คนที่เขาพาแม่ผมไปสมัคร เขาก็ซื้อในบัญชีของเขา เราเข้าใจ แต่ก็น่าที่จะลดราคาให้ตามเจตนารมณ์ ของแม่ผมสิครับ เพราะถึงแม้ว่าเขาต้องจ่ายเต็ม แต่สิ้นเดือนเขาก็ได้เงินคืนอยู่ดี จะเสียอย่างเดียวก็คือ เหมือนออก ส่วนเกินไปก่อน แถมตัวเองยังได้ยอดสะสมอีกครับ BV อะไรเนี่ย
ผมจะบอกว่าเมื่อก่อนจะสมัครก็สาธยาย เรื่อง ต้องการช่วยเหลือ คนอื่น แบบว่าอยากให้คนอื่นมีสิ่งดีๆในชีวิตได้ใช้กัน อยากให้คนอื่นมีคุณภาพชีวิตที่ดี อยากให้คนอื่นได้ดีโง้น ได้ดีงี้ มีเงินเพิ่ม มีโอกาสไปเที่ยว ตปท
555
แค่เรื่องเงินเล็กน้อยนี่ ยังเป็นอย่างนี้เลยครับ แบบว่างกเงินอยากได้มาก เงินน่ะ
นี่นั่งพิมพ์ไปเริ่มโมโหหน่อยๆแล้ว 55

เงินน่ะ ใครๆก็อยากได้ครับ แต่ควรที่จะมีมารยาท และก็สมเหตุสมผล ไม่ใช่หน้าด้าน จะเอา จะเอา
ผมอยากจะบอกว่าเรื่องที่กล่าวมานี่ อาจจะเป็นเพียงคนๆเดียวใน สมาชิก MLM นี้ครับ ผมไม่ได้กล่าวว่า บริษัทนี้ สร้างคนที่เห็นแก่เงิน นะครับ ก็อยากจะขอยำว่าเป็นคนบางคน ทุกอาชีพก็คงจะต้องมีคนอย่างนี้บ้างเป็นสีสรร ดำๆมืดๆ ให้สังคม

คุณพี่สมาชิกทั้งหลายครับ ที่บอกๆก่อนจะสมัครว่า อยากให้ได้ดีอย่างโน้นอย่างนี้ ผมอยากจะบอกว่า ช่วยทำตามที่พูดเถอะครับ อย่าได้เห็นแก่ เงินนักเลยครับ
ถูกครับ คนเราก็ต้องทำงานเพื่อเงิน เอามาเลี้ยงดูครอบครัว ใช้จ่าย
แต่ไอ้อารมณ์หน้ามืด จะเอาเงินๆนี่ เบาๆลงหน่อยนะครับ ช่วยคนให้เขาดีขึ้น ก็ต้องช่วยให้ทั่วถึงครับ
ชอบที่จะบอกว่า ต้องเปิดใจอย่างโน้น อย่างนี้
คุณพี่ สมาชิก MLM ครับ คุณเองก็ควรจะเปิดใจบ้างนะ ควรคิดถึงความเป็นจริงครับ อย่างไอ้เครื่องกรองอากาศเนี่ย มันมีคุณภาพน่ะผมไม่เถียง แต่ผมก็อยากจะบอกว่า ราคามันสูงเกินไปหน่อยนะครับ
ไม่ผิดครับที่ พี่ๆจะเอามาขาย พี่ๆก็เหมือนพนักงานขายที่ต้องการจะขายของในร้านให้ได้เยอะที่สุด แต่ผมติดใจอยู่เรื่องเดียว
....คุณภาพน่ะมันสูง แต่มันสูงถึงอย่างที่พูดไหมครับ คุ้มกับราคาไหมครับ....

บางคนอ่านมาเริ่มงงแล้ว เอ๊ะ สรุปไอ้นี่มันจะเข้าข้าง หรือว่าเป็นฝ่ายค้านกันแน่
อยากจะบอกครับว่า แอม์เวย์เป็น MLM ที่ดีบริษัทหนึ่ง
ก็มีบัญชีเสียภาษีถูกต้อง ตามกฏหมาย ไม่ถูกตำรวจจับ ก็แสดงว่าดีระดับหนึ่ง
แต่คนในแอม์เวย์สิครับ น่าจะเลือกได้ ว่าจะเป็นคนที่มุ่งหวังให้ตัวเอง!และคนอื่นได้สิ่งดีๆ
หรือว่า มุ่งหวังให้แต่ตัวเอง! เพียงอย่างเดียว
คิดเอาครับ คิดเอา
ลืมครับลืม
เคยมาบอกให้ผมสมัครด้วย แต่พอดีแม่ผมสมัครอยู่แล้วผมจะสมัครทำไมครับ แล้วก็สอนผมอีกว่า เราไปให้(สิ่งดีๆกับเขา) เราไม่ได้ไปขาย เพราะฉะนั้น เขาไม่ซื้อ เราก็ไม่มีแรงกดดัน เพราะว่า เราไปให้ คิดซะว่าเราไปให้ ผมว่าอันนี้ดีนะ! คิดงี้ เป็นเรื่องดีครับ ของดี เอาไปให้ลองซื้อใช้ดู เพื่อที่ ชีวิตจะดีขึ้น ผมก็ว่าคิดดีครับ แต่!!! ผมว่าก่อนที่จะเอามาขายนี่คุณพี่ๆต้องคิดหน่อยนะครับว่า มันดีและเหมาะสมแล้วจริงๆ ถ้ามันดีและเหมาะสมแล้วจริงๆ สมควรครับ เพราะคุณรู้สึกเช่นนั้น มันเป็นความรู้สึกเชิงบวก
แต่ถ้าคุณ ยังไม่แน่ใจในของที่คุณเอามาขาย (เหมือนหลอกเขาซื้อ) อย่าเลยครับ ถึงคุณขายได้ แต่มันก็จะเป็น บาปนะผมว่า
สมาชิกแอมเวย์ที่เข้ามาอ่านแล้ว อาจจะมีความรู้สึกไม่ดีกับคำพูดบางคำของผม ขออภัยครับ ถ้าคุณอ่านแล้วคุณคิดตาม คุณจะเห็นว่า ผมไม่ได้กล่าวว่า อะไรเลยครับ เพียงแต่ขอร้องคนบางคนที่ยังยึดมั่นในคำว่าเงินโดยไม่สนใจ คนอื่นและความรู้สึกจริงๆของตัวเองเพียงเท่านั้น

มีความเห็นยังไงโพสต์ได้ครับ


จากคุณ : toeyone - [ 28 พ.ย. 46 02:11:26 A:169.210.1.238 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

แปะๆๆๆ
คุณ toeyone พิจารณาได้เยี่ยมมากเลย ครับ

แอมเวย์ เป็นแค่ บริษัทๆ หนึ่ง
และที่ แต่ละคนเห็นก็มักจะเป็นแค่ ผู้จำหน่ายคนหนึ่ง
เพี่ยงแต่ว่า คนส่วนมาก เอาผู้จำหน่าย ที่ตัวเองรู้จัก มาตัดสิน แอมเวย์(ที่หมายถึง ผู้จำหน่ายทั้งหมด + บริษัท)
ผมเองในฐานะ ผู้จำหน่ายคนหนึง ก็รู้สึกน้อยใจเล็กๆ
แต่อย่างว่าแหละคับ แค่ปลาเน่าตัวเดียว ยังเหม็นทั้งข้อง
เพราะงั้น แค่ผู้จำหน่ายเน่าๆไม่กี่คน ก็เพียงพอที่จะทำให้
แอมเวย์ ดูเน่าไปด้วย
ผมเคยได้รับ ข้อมูลโจมตี แอมเวย์มาไม่น้อยครับ ส่วนมากจะมาจาก คนที่เคยทำแอมเวย์แล้ว ล้มเลิก ครับ
และ ข้อมูลก็มัก จริงมั่งไม่จริงมั่งปนๆ (เขาอาจจะรู้ไม่หมด) ตอนหลังๆนี่ ก็ขี้เกียจจะอ่านแย่แล้ว เพราะบางครั้ง ก็ เป็นข้อมูลที่ ผิด มากกว่า ถูก บางครั้งก็เป็นความจริงที่เขียนแต่เฉพาะในด้านลบ

สรุปเลยนะครับ
แอมเวย์เป็น บ. ที่ค้า ของใช้ในชีวิตประจำวัน ครับ ไม่ได้ ดี หรือเลว อะไรเป็นพิเศษ
คนที่ทำแอมเวย์ ก็ไม่ใช่ทำแล้วจะรวยครับ
เพียงแต่ ถ้าคุณเป็นคนที่พร้อมที่จะรวย คุณสามารถทำแอมเวย์จน มีฐานะดีพอสมควรได้ ทั้งนี้ เป็น เพราะ มันเป็นการค้าครับ เพราะการค้าทำให้คุณรวยได้ ขณะที่ลูกจ้าง ให้ความมั่นคงกับชีวิตคุณ ตราบเท่าที่คุณยังทำงานไหว
ผมเองเป็นลูกจ้างอยู่ แต่อยากมีการค้าของตัวเอง
ผมไม่กล้าลาออก ไปทำการค้าเอง และไม่มีทุนด้วย
แอมเวย์ จึงเป็นทางออกที่ดี สำหรับผม
แต่การสมัครแอมเวย์ ไม่ใช่ สมัครแล้ว อีก 5 ปี 10 ปี จะรวยแน่นอน ไม่ใช่ซื้อ พันธบัตรที่มีมูลค่าสูงขึ้นแน่นอน
แต่การสมัครแอมเวย์ เป็นการได้รับสิทธฺที่คุณจะซื้อสินค้า
มาทำธุรกิจได้(ในปริมาณที่น้อยกว่าการตั้งร้าน) มีคนทำบัญชีให้(แค่บางส่วนนะ) แล้วก็ให้คุณหาหุ้นส่วนขยายกิจการได้(ตามวิถีทางของแอมเวย์) มันก็แค่นั้น
ส่วนสินค้า ผมเชื่อว่าเค้าพยายามคิดค้นและผลิตออกมาให้ดีที่สุดจริง แต่มันไม่ใช่ของวิเศษอะไรคับ คุณจะใช้ไม่ใช้ อยู่ที่ความเชื่อถือและความพอใจ เหมือนกับการ กินวิตามินซี ตอนเป็นหวัด น่ะแหละ คุณจะกินไม่กินก็ได้ ไม่มีอะไรมาวัดว่า กินแล้วหายเร็วกว่าไม่ได้กินกี่วัน คุณต้องเลือกด้วยความพอใจของคุณเองครับ

หวังว่า ผมคงไม่ได้ยิ่งทำให้คุณๆงง กันนะครับ

สวัสดี


จากคุณ : Humandroyตัวจริงแต่ล็อกไม่ติด - [ 28 พ.ย. 46 08:37:53 A:203.150.207.250 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

รู้สึกเฉยๆกับสินค้า Amway เคยใช้เป็นบางอย่าง ก็ดีนะคะถึงจะแพงไปหน่อย อันนี้ไม่ว่ากันเพราะของยี่ห้ออื่นๆที่แพงจนไม่สมราคาก็มีมาก แต่ที่ไม่ชอบใจก็คงเป็นพวกสมาชิกจำนวนหนึ่ง ขอเน้นว่าจำนวนหนึ่ง เพราะเพิ่งเจอไม่กี่คน คงเหมารวมทั้งหมดไม่ได้ แต่บังเอิญว่าทั้งหมดที่เจอมามีพฤติกรรมเหมือนกันอย่างกับ copy กันมาเลย ทั้งที่พวกเขาก็ไม่ได้รู้จักกัน (ยกเว้น 4 คนที่เป็นครอบครัวเดียวกัน) อยากจะฝากถึงสมาชิก Amway ที่ดีๆแล้วกันค่ะ ว่าให้เตือนๆเพื่อนสมาชิกของคุณหน่อยนึง

คือว่าพวกที่เราเจอมาแล้วไม่ชอบใจคือพวกที่ทำตัวเหมือนบ้าเงินจนหน้ามืดตามัว และก็ทำท่าศรัทธา Amway จนเหมือนบ้า สมมุตินะคะว่าถ้าคุณใช้สินค้ายี่ห้ออะไรสักอย่างที่ไม่ใช่ Amway แล้วรู้สึกดี คุณจะมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง ก็คงพูดให้เพื่อนฟังว่า นี่เธอลองใช้แชมพูยี่ห้อนี้สิ ดีนะ ผมไม่ฟูเลย ฯลฯ คุณจะชื่นชม แต่คุณไม่ได้คลั่ง แล้วคนที่ฟังคุณก็คงรู้สึกไม่แปลกใจและไม่ถูกกดดันเหมือนว่าคุณจะบังคับให้เขาซื้อมาใช้ ถึงคุณจะขายเองก็เถอะ เราเคยเจอพวกเซลล์อะไรๆมามากตั้งแต่ขายประกัน ขายนาฬิกา ขายลิปสติก ขายหนังสือ ฯลฯ เคยทำงานในบริษัทที่มีพนักงานขายตรงมาหลายปีด้วยซ้ำ แต่ไม่เคยเจอเซลล์ที่ไหนจะกดดันคนอื่นได้มากเท่า Amway เลย หรือคุณลองเข้าไปร้านค้าไหนก็ได้ที่เขาผลิตของขายเอง เจ้าของร้านก็ไม่ได้พูดจาศรัทธาผลงานตัวเองเวอร์เท่า Amway เลย คือกดดันเกินไปน่ะค่ะ ก็ไม่ได้บังคับนะ แต่วิธีพูดที่ดูว่าศรัทธา Amway จนเว่อร์มันทำให้ไม่อยากคุยกับสมาชิก Amway หน้าไหนเลย

เคยเจอสมาชิกบางคนที่เป็นหมอเป็นครู เป็นอะไรๆดีๆแบบที่เป็นประโยชน์แก่สังคม (และได้เงินพอสมควร ไม่ใช่อดอยากปากแห้ง) แต่พอมาเริ่มขาย Amway ก็เปลี่ยนไปมาก แทบจะลาออกจากงานเดิมมาขาย Amway เพื่อเงินอย่างเดียว แถมยังพูดอย่างภูมิใจว่าขาย Amway ดีกว่า ได้เงินเยอะ ตั้งเท่านั้นเท่านี้ต่อเดือน ก็รู้ว่าเงินมันสำคัญ แต่ยืนยันได้ว่า โลกนี้มันไม่ได้มีแต่เงิน โลกนี้ยังต้องการหมอต้องการครู งงเลยว่าคนที่เคยดูเหมือนเป็นหมอเป็นครูที่ดีที่ทุ่มเทกับงานโดยไม่เห็นแก่เงินพอมาเป็นสมาชิก Amway จะเปลี่ยนไปขนาดนี้ ก็ไม่ได้ห้ามขาย แต่ก็น่าจะขายเวลาว่างๆ ไม่น่าจะทำให้เสียการงานเดิมที่มีประโยชน์ต่อสังคมเลย

สรุปว่าเราคงโชคร้าย เจอชาว Amway กี่คนก็น่ารำคาญ งกเงิน หน้ามืดตามัวทุกคน เลยฝากชาว Amway ดีๆที่บังเอิญเราไม่เคยเจอให้บอกเพื่อนๆคุณด้วยนะคะว่าอย่าเว่อร์มาก มันน่ารำคาญ และทำให้คนเขามอง Amway ไม่ดี


จากคุณ : ก็เคยเห็นมา - [ 30 พ.ย. 46 09:36:21 A:203.144.143.250 X:203.118.109.190 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

ใช่แล้วๆ
ผลิตภัณฑ์ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกมันเกิดมาเพราะคน
ทั้งนั้น อะไรดี หรือ ไม่ดีที่สุด ใครตัดสิน
ก็ คนด้วยกันเองอีก มันเถียงกันไม่จบไม่สิ้นหรอก
ว่าใครดีกว่าใคร เพราะทุกคนคือคนเหมือนๆ กัน

คุณคิดว่าคุณใช้สิ่งไหนแล้วพอใจใช้ไป
คุณคิดว่าคุณใช้สิ่งไหนแล้วไม่พอใจ เลิกใช้
ก็แค่นั้น


จากคุณ : จีจี้(จีจี้) - [ 1 ธ.ค. 46 13:22:56 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

http://www.kmitl.ac.th/~acivil/hehaboard/data/00420.html

มันกว่าครับ

ส่วนตัวผมเพิ่งเคยรู้จักแอมเวย์มาเมื่อ 2-3 วันก่อนนี้เอง
กำลังศึกษาข้อมูลอยู่เหมือนกัน

วันนี้ไปคุยกับอาจารย์ที่นับถือมาก ๆ ท่านบอกว่า
"หลานของท่านก็ทำ แต่ท่านไล่ให้เลิกทำเสีย เพราะมันทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี อะไร อะไร ก็แอมเวย์ อะไร อะไรก็ยอดขาย เหตุผลที่ท่านให้หลานของท่านเลิกทำก็คือ เค้ามาขายของให้ญาติสนิทกัน ตรงนี้แหละที่ทำให้เกิดภาพที่ผิดไปของสังคมไทย ของแค่นี้เมื่อก่อนเราให้กันและกันฟรี ๆ ญาติมิตร มิตรภาพตอนนี้มันหายไปเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ตัวเดียว"

ผมก็กลับมามองว่า หากเราสมัครทำแอมเวย์ คนแรก ๆ ที่เราจะไปขายก็ญาติเราทั้งนั้น เออหวะ ถ้าเราไม่ได้ไปคุยกับอาจารย์ เราก็อาจหลุดไปเป็นอย่างนั้นอีกคนก็ได้

**ที่หาข้อมูลมายังมีอีกหลายประเด็นเหมือนกันว่าง ๆ จะเข้ามาคุยอีก

เฮ้อ สร้างเนื้อ สร้างตัวนี่ยากจัง...


จากคุณ : มงกุฎิ(ตรี)ฑูต - [ 1 ธ.ค. 46 23:41:56 A:202.5.88.142 X: ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ / e-mail : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : ( gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf )
Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี
 
PANTIP Toys