บ้านติดแบงค์ เอามา 2แสนห้า จะเอาออกต้องจ่าย7แสนกว่า แก้ไขได้อย่างไร รบกวนผู้รู้ทีค่ะ

เอาไว้แบงค์5แสนแบ่งเป็น2ส่วนคือ ผ่อนประจำ 2 แสน5 และโอเ2แสน5 อันผ่อนประจำผ่อนไปหมดแล้วเหลือโอดี2แสนห้าไม่ได้เคลียร์แบงค์เลยพอจะเคลียร์แบงค์ติดต่อไปคือต้องจ่าย7แสนกว่า ทำเรื่องขอลดหย่อยแล้วก้อลดแค่นิดเดียว ยังคงต้องจ่าย7แสน4 และค่าดำเนินการต่างหาก มีทางแก้ทางไหนที่จะลดหย่อยได้ไหม มีเงินอค่5แสน อบากจะเคลียร์ให้จบไป รบกวนผู้รู้ตอบด้วยค่ะ

จากคุณ : b - [ 23 พ.ย. 48 17:09:31 A:61.90.71.198 X: ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

พลาดตั้งแต่แรก เพราะโอดี ดอกมันกลายเป็นต้น แล้วก็แพงกว่า

ก็คงต้องจ่ายล่ะครับ

งั้นก็ต้องแบบวิชามาร ปล่อยเป็นหนี้เสีย แล้วเจรจาอีกรอบ

อาจได้ลดอีกหน่อย หรือรอขึ้นศาลเลย ศาลอาจสั่งให้ชำระ

ตามที่กม. กำหนด เพราะตอนน้คงโดนสารพัดเบี้ยปรับอยู่

แต่ต้องแลกกับ เสียเครดิต กู้อะไรไม่ได้ไปอีกนาน


จากคุณ : เลขสาม - [ 24 พ.ย. 48 05:08:00 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

od สัญญาสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ คุณถอนเงินออกจากบัญชีครั้งสุดท้ายเมื่อใด  ให้ตรวจสอบบัญชีดูว่าทางธนาคารคิดดอกเบี้ยทบต้นถูกต้องหรือไม่ บางทีสัญญาสิ้นสุดลงแล้วทางธนาคารยังคิดดอกเบี้ยทบต้นอยู่เลย  ถ้าทรัพย์จำนองมีราคาท่วมหนี้  คงคุยกับธนาคารลำบากหน่อย

จากคุณ : พสธร - [ 24 พ.ย. 48 06:33:45 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

ปล่อยให้เป็นหนี้เสีย (NPL) คราวนี้แหละ แหม..
ธนาคารต้องรีบโกยแนบมาเจรจาหนี้กับเรา เพราะการเป็นหนี้ NPL ธนาคารต้องตั้งสำรองหนี้เผื่อสูญ ตามลำดับของการจัดชั้นหนี้ (มี 5 ระดับ คือ 1.หนี้ปกติ 2.หนี้กล่าวถึงเป็นพิเศษ 3.หนี้ NPL. 4.หนี้สงสัยจะสูญ 5.หนี้สูญ)
ก็ไปเจรจาขอปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ ถ้าจะชำระหนี้ทั้งหมด ก็ขอเจราลดหนี้ที่เป็น ดอกเบี้ยนอกการ์ดทั้งหมด ขอชำระแต่เพียงหนี้ที่เป็นต้นเงิน หรือ ถ้าเขาไม่รับ ก็ขอลดเป็นชำระเพียงครึ่งเดียว ทั้งนี้การเจรจาต่อรองต้องมีลูกล่อลูกชน ต้องทันเกมส์เจ้าหน้าที่ธนาคาร ถ้าเขาบอกไม่ได้ เราก็ขอต่อรองว่า คุณก็รับไปขอเจรจากับผู้ใหญ่ที่มีอำนาจก่อนสิ อะไรอย่างนั้น
หนี้โอดี สัญญาต่อกัน ปีต่อปี ครับ


จากคุณ : ดอกกระเจียว - [ 24 พ.ย. 48 12:28:52 A:203.148.162.137 X: TicketID:111921 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

ขอบคุณค่ะ คือว่าเรื่องนี้คือติดมานานแล้วตั้งแต่สมัยคุณแม่นำบ้านไปเข้าโอดีและไม่ได้ผ่อนชำระเลยแต่ผ่อนชำระที่เป็นประจำ ระยะเวลาล่วงเลยมานานพอสมควรน่าจะเกือบ8-9ปีได้แล้ว เจรจากับทางแบงค์เค้าไม่ยอมลดเลย ราคาประเมินที่บ้านสูงกว่าที่ติดโอดีไว้ค่ะ รบกวนใครมีช่องทางชี้แนะอีกได้ไหมคะ ขอบคุณค่ะ

จากคุณ : b - [ 24 พ.ย. 48 13:44:46 A:61.91.110.205 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

งั้นก็บอก แบงก์ฟ้องเลยครับ (วิชามารนะ มันไม่ดี)

แล้วให้ศาลสั่งชำระหนี้ ซึ่งศาลมักเมตตาให้ลดหย่อนดอกเบี้ย

ปกติที่ผมเห็น ก็ 7.5%  10 ปี ก็ ราวๆ 187500  รวมต้นดอก

ไม่เกิน 500000  อึดดิครับ ใครอึดกว่าชนะ

แต่แลกกับ เครดิตบูโรนะครับ ไม่ใช่คนเดียว อาจถึง ญาติพี่น้องด้วย

แต่แปลกแบงก์เค้าไม่ตามเลยเหรอ ป่านนี้มันไม่พิพากษาไปแล้วเหรอครับ

ลองตรวจดูก่อน ถ้าพิพากษาแล้วก็ขอดูก่อน  โชคดี...ผมไม่เกี่ยวนะ


จากคุณ : เลขสาม - [ 24 พ.ย. 48 14:40:45 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

งี้ก็หวาน สนง. ทนาย อย่างผมซิครับ
ฮิฮิ ปรกติเขาจะโยนหนี้เน่ามา เราก็ notice ไปที่ลูกหนี้ ไม่จ่ายก็ฟ้อง คดีอย่างนี้ไม่มีแพ้หรอก เสร็จยึดทรัพย์และก็ขายทอดตลาด เดี๋ยวนี้เขาไม่ประนีประนอมแล้ว ขายทอดเร็วและง่ายนิดเดียว เดี๋ยวก็มีคนไปรองซื้อถ้าไม่มีคนซื้อแบ๊งค์ก็ซื้อไว้เองเอาไว้ขายต่ออีกที แต่ละคดีทำแป๊บเดียวเดี๋ยวก็ได้เงิน


จากคุณ : 55555 - [ 24 พ.ย. 48 18:09:05 A:61.91.167.76 X: TicketID:067356 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

ธนาคารก็ไว้ใจไม่ได้ชอบคิดดอกเบี้ยแบบมั่ว ๆ
ปัญหาของคุณหรือของแม่คุณต้องดูว่าสัญญาเลิกเมื่อใด หากตามสัญญาโอดีไม่ได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ หรือมีแต่มีการเบิกถอนเงินออกจากบัญชีเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันโดยไม่ได้นำเงินไปชำระดอกเบี้ยและเงินต้น สัญญาถือว่ายังไม่เลิกกัน
หากไม่มีการเบิกเงินออกจากบัญชี แต่ธนาคารคิดดอกเบี้ยเอากับเราแต่เพียงฝ่ายเดียว ศาลเคยตีความว่าสัญญาเป็นการเลิกกันโดยปริยาย เพราะสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเป็นสัญญาต่างตอบแทนระหว่างธนาคารกับผู้กู้ ธนาคารได้รับประโยชน์ในเรื่องดอกเบี้ย ส่วนผู้กู้ได้รับประโยชน์โดยสามารถนำเงินของธนาคารมาใช้จ่ายได้ก่อน
หากสัญญาโอดีเลิกกันแล้วธนาคารไม่สามารถคิดดอกเบี้ยทบต้นเอากับลูกหนั้ได้ ต้นเงินคงไม่สูงถึงเจ็ดแสนตามที่เจ้าของกระทู้แจ้ง
อย่างไรก็ให้เจ้าของกระทู้นำความเห็นนี้ไปพิจารณาก็แล้วกัน


จากคุณ : . (dat2003) - [ 25 พ.ย. 48 07:44:14 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

อย่าลืมนะครับ การดำเนินคดีกับลูกหนี้เป็นด่านสุดท้ายหลังจากการเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ ซึ่งธนาคารเขาจะไม่เลือกทำครับ ถ้าการเจรจายังมีหนทางอยู่ (ล/น ต้องให้ความร่วมมือด้วย
การดำเนินคดีต้องเสียค่าใช้จ่าย เสียค่าทนาย (จำพวกค่าใช้จ่ายดำเนินคดี) ที่บอกว่าฟ้องศาลแล้ว ล/น ไม่ปฏิบัติตาม ธนาคารส่งเรื่องบังคับคดี บการขายทรัพย์ทอดตลาดไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ถ้าราคาไม่ได้ตามที่ธนาคารระบุ(ระวังผลประโยชน์ขายทอดตลาด) ก็ต้องขายใหม่ เรื่อย ๆ ไป คนเข้าไปซื้อทรัพย์ก็จะหงุดหงิด
กฎหมายฉบับก่อน ซื้อทรัพย์แล้วยังต้องฟ้องขับไล่ แต่เดี๋ยวนี้ เขาแก้ กฎหมายใหม่แล้วสามารถจบเรื่องทันที
ครับ ธนาคารไหน ๆ ก็ตามอยากจะเจรจากับ ล/น มากกว่า ไม่ใช่จู่ ๆ จะฟ้องทันที ต้องส่ง จม.ทวงถาม ฯลฯ
อย่าไปกลัวเรื่องถูกฟ้อง ถ้า ล/น มีความจริงใจต่อการเจรจาประนอมหนี้
เดี๋ยวนี้ ศาลท่านคุ้มครองผู้บริโภค (ล/น)
มีเรื่องจะเล่าให้ฟ้งเป็นเกล็ดเล็ก ๆ น้อย ครับ
มีธนาคารแห่งหนึ่งปล่อยเงินกู้ให้ลูกหนี้ (อินเดียโอนสัญชาติเป็นไทยแล้ว) อยู่แถว ๆ ราชประสงค์ ค้าขายจำพวกเครื่องหนัง เจ้าหน้าที่ธนาคารบริการดีมาก เอาสัญญามาให้เซ็นต์ที่ร้าน แต่ ล/น รายนี้เซ็นต์หนังสือไม่ได้
(เขาอ้างว่าไม่ได้เรียนหนังสือ) เผอิญเจ้าหน้าที่ธนาคารไม่ได้เอาแป้นหมึกมาด้วย ล/น บอกว่าขอไปพิมพ์ลายนิ้วมือที่หลังร้านค้า สักครู่ก็ออกมาเจ้าหน้าที่ธนาคารก็ไม่ได้สงสัยอะไรคิดว่าเรียบร้อย
ปรากฎว่า ล/น รายนี้เป็นหนี้เสีย (NPL) ไปทวงถามก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมเจรจาด้วย นานเข้าธนาคารก็ยื่นฟ้อง ล/น รายนี้ กระบวนการก็ดำเนินไปถึงศาล สถิตยุติธรรม ล/น อ้างต่อศาลว่า "ผมไม่ได้กู้ยืมเงินจากธนาคาร" เจ้าหน้าที่ธนาคารก็แปลกใจ เอกสารก็มีครบทุกอย่าง ท่านผู้อ่านทราบไหมครับ ล/น รายนี้ชนะคดี ศาลตัดสินยกฟ้อง เพราะอะไรรู้ไหม ใครทายถูกมีรางวัลให้ อย่าอ่านคำเฉลยก่อนนะครับ
******************************
******************************
******************************
คำเฉลย ล/น ตัวแสบ ใช้นิ้วเท้าหัวแม่โป้งข้างขวาพิมพ์ลงไป (ถามว่ารู้ได้อย่าง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานด้านลายนิ้วมือ รายงานมาให้ทราบและเป็นเอกสารในศาลด้วย)
ไม่รู้ธนาคารแห่งนั้นจะทำอย่างไร


จากคุณ : ดอกกระเจียว - [ 25 พ.ย. 48 07:52:54 A:203.148.162.137 X: TicketID:111921 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

ขอบคุณค่ะ แต่เรื่องมันยุ่งอิรุงตุงนังมาก แม่ค้ำประกันรถให้ลูกน้อง แล้วเค้าหนีไป ทางเจ้าของรถเค้ามายึดไว้ก่อน แบงค์เลยยึดไม่ได้ แต่ทางเรื่องรถเคลียร์ได้ แต่ทางแบงค์เคลียร์ไม่ได้ แถมแม่โดนยื่นฟ้องล้มละลายจึงอยากเอาบ้านออกจากแบงค์ก่อน เพราะธ.ที่ฟ้องเป็นธ.เดียวกันกับที่โอดีบ้านไว้ ระยะเวลามันเร่งรีบบังคับมาก กลุ้มใจมาก เกรงว่าจะไม่เหลือแม้แต่ที่อยู่อาศัย เลยอยากเอาบ้านออกมาละใส่เปนชื่อน้าไว้ รบกวนอีกสักทีค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

จากคุณ : b - [ 25 พ.ย. 48 16:53:38 A:61.90.71.212 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

ธ. ฟ้องซิครับ ธ. เอ... กับ ธ. กส.. ที่สนง. ผมรับทำอยู่ฟ้องทั้งนั้น เดือนๆเป็นร้อย แต่ได้คดีนึงไม่กี่ตังหรอก ธ. เสียค่าทนายไม่มาก แต่เราอาศัยเอาเยอะเข้าว่าก็คุ้ม คดีแบบนี้มันง่าย ติดหนี้ไม่จ่ายก็โดน ยิ่งบ้าน อาคารสำนักงาน ค้ำไว้หวานๆเลย พาเจ้าหน้าที่บังคับคดีไป แกล้งไม่อยู่บ้าน ไม่สนใจถ่ายรูปแล้วแปะหมายเลย เดี๊ยวนี้ถ้าขาย 4 ครั้งยังไม่ออก ธ. ซื้อไว้เองครับ ส่วนหลังได้ง่ายๆเลย

จากคุณ : 55555 - [ 25 พ.ย. 48 22:42:35 A:61.91.167.76 X: TicketID:067356 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

ตกลงพิพากษายังครับ

จะยึดนี่ต้อง พิพากษาแล้ว ก็ลองเอาคำพิพากษามาดู มันไม่น่าจะต้องจ่ายถึงเจ็ดแสนนะ


จากคุณ : เลขสาม - [ 26 พ.ย. 48 09:50:40 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี
  : ไม่อนุญาตให้แสดงผลผ่านระบบมือถือ
 
(ส่งไฟล์ประกอบ Preview ไม่ได้) PANTIP Toys
 
 

ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป