◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    เรื่องเล่าจากในวัง....แล้วคุณจะรัก ในหลวง

    เรื่องเล่าจากในวัง....แล้วคุณจะรัก ในหลวง
    เรื่องเล่าจากในวัง....แล้วคุณจะรัก



    "ในหลวง"
             
             ==================================             ผมมีเรื่องที่จะเล่าให้ฟังอยู่เหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นเรื่องจริง  เหตุการณ์เกิดที่จังหวัดตาก            เมื่อพระเทพทรงเสด็จไปเยี่ยมราษฏรตามที่ต่างๆ            และได้ทรงเสด็จไปเยี่ยมประชาชนในตลาดสด            และถามความเป็นอยู่กับบรรดาแม่ค้าในตลาด            แต่ก็มาถึงแม่ค้าปลา



        ซึ่งพระองค์ทรงตรัสถามว่า
                         "ปลาพวกนี้ขายอย่างไงจ๊ะ"            แม่ค้าตอบว่า "ที่สวรรคตแล้ว กิโลละ 40 บาท            และที่เสด็จไปเสด็จมากิโลละ 80 บาทจ๊ะ"            เหตุการณ์นี้ ทำให้ข้าราชบริพาลที่ตามเสด็จหัวเราะกันทุกคน




              ----------------------------------------------------------

              อีกครั้งหนึ่งที่ภาคอีสานเมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่ง           ที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการกราบบังคมทูลที่คล่องแคล่วและ  ใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน            เมื่อในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้



    จึงมีคำกราบทูลว่า"ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่า
                         บัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวนพระพุทธเจ้าข้า.."            มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ที่ชานเรือน            ก็ทรงตรัสถามว่า เป็นนกอะไรและมีกี่ตัว..            พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า            "มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป            ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว            ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก



    ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย
                         และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว"            เรื่องนี้ ดร.สุเมธ             เล่าว่าเป็นที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้ในหลวง  ---------------------------------------

             เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา            มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น




              เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาตนำพระบรมฉายาลักษณ์  ของท่านมาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ            ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า            "ไปบอกเค้านะเราไม่ใช่มิกกี้เมาส์"            ---------------------------------------

             เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับในหลวง            ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้งแผ่นดิน            และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้เข้าเฝ้า&



    amp; lt; BR>>>>           ทูลละอองธุลีพระบาทถวายรายงาน
                          ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนมีข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่งกราบบังคมทูลรายงาน  ว่า"ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม             ข้าพระพุทธเจ้าพลตรีภูมิพลอดุลยเดชขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต  กราบบังคมทูลรายงาน ฯลฯ"            เมื่อสิ้นคำกราบบังคมทูลชื่อในหลวงทรงแย้มพระสรวล            อย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ถือสาว่า  "เออ ดี




              เราชื่อเดียวกัน..."           ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้าต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัย            เพราะผู้รายงานตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้            ---------------------------------------

              มีอยู่ครั้งหนึ่งทรงเสด็จไปพระราชทานปริญญาบัตรให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง  ในระหว่างที่ทรงเปลี่ยนในครุย



    ทรงโปรดสูบมวนพระโอสถ
                         แต่ว่าทรงหาที่จุดไม่ได้  ทางอธิการบดีซึ่งเฝ้าอยู่ก็จุดไฟให้พร้อมทูลว่า            "ถวายพระเพลิงพระเจ้าข้า"            ในหลวงทรงชะงัก ก่อนจะแย้มสรวลน้อยๆ



    กับอธิการบดีว่า
                         "เรายังไม่ตายถวายพระเพลิงไม่ได้หรอก"            ---------------------------------------

             เคยมีเรื่องเล่าให้ฟังว่า            ในหลวงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารเเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎร             มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมดแล้ว  แต่ราษฎรผู้หนึ่งกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า            "ขอเดชะ



    ขอพระหนึ่งองค์"
                         ในหลวงทรงตรัสว่า "ขอเดชะ พระหมดแล้ว"            ---------------------------------------






              วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตามปกติที่ต่างจังหวัด            ก็มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวงมากมาย            พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท            ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราแก่คนหนึ่งได้ก้มลงกราบแทบพระบาท            แล้วก็เอามือของแกมาจับ พระหัตถ์ของในหลวง            แล้วก็พูดว่ายายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง            แล้วก็พูดว่ายายอย่างโน้น



    ยายอย่างนี้
                         อีกตั้งมากมายแต่ในหลวงก็ทรงเฉยๆ มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร  แต่พวกข้าราชบริภารก็มองหน้ากันใหญ่            กลัวว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤหัย หรือไม่            แต่พอพวกเราได้ยินพระองค์รับสั่งตอบว่ากับหญิงชราคนนั้น           ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหวเพราะพระองค์ทรงตรัสว่า  "เรียกว่ายายได้อย่างไร



    อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ
              ต้องเรียกน้าซิถึงจะถูก"            --------------------------------------------------

             ครั้งหนึ่งหลายๆ ปีมาแล้ว             พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรนิดหน่อยเกี่ยวกับพระฉวีมีพระอาการคัน  มีหมอโรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายการรักษา             คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนังแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางราชาศัพท์  ก็กราบบังคมทูลว่า "เอ้อ -



    ทรง...
              อ้า-ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะค่ะ"            พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระสรวล ตรัสว่า            "ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนี่จะท้องได้ยังไง"             แล้วคงจะทรงพระกรุณาว่าหมอคงจะไม่รู้ราชาศัพท์ทางด้านอวัยวะร่างกายจริงๆ  ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า เอ้าพูดภาษาอังกฤษกันเถอะ            เป็นอันว่าก็กราบบังคมทูลซักพระอาการกันเป็นภาษาอังกฤษไป



    ---------------------------------------
             
             เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้า            นางสนองพระโอษฐ์ ของฟ้าหญิงองค์เล็ก  ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชาย  ขอพูดสายกับฟ้าหญิงทางนางสนองพระโอษฐ์ก็สอบถามว่าใครจะพูดสายด้วย  ก้อมีเสียงตอบกลับมาว่า คนที่แบงค์ นางสนองพระโอฐก้อ งง .งง           ว่าคนที่แบงค์ทำไมโทรมาแต่เช้า แบงค์ก้อยังไม่เปิดนี่หว่า            แต่ พอฟ้าหญิงรับโทรศัพท์แล้วถึงได้รู้ว่า คนที่แบงค์น่ะ           ก็ที่แบงค์จริงๆนะ ไม่เชื่อเปิด



    กระเป๋าตังค์
                         แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ ... ขนลุกเลย            ---------------------------------------

             เรื่องนี้รุ่นพี่ที่จุฬาฯเล่าให้ฟังว่า            มีอยู่ปีนึงที่ในหลวงทรงเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร             อธิการบดีอ่านรายชื่อบัณฑิตแล้วบังเอิญว่ามีเหตุขัดข้องบางประการ  ทำให้อ่านขาดตอน



    ก็ต้องรีบหาว่าอ่านรายชื่อไปถึงไหนแล้ว
                         ปรากฏว่าในหลวงท่านทรงจำได้            ท่านเลยตรัสกับอธิการไปว่า "เมื่อกี้นี้ (ชื่อ....)  เค้ารับไปแล้ว"



    และมีอีกปีนึงขณะที่พระราชทานปริญญาบัตรอยู่ดีๆ
              ไฟดับไปชั่วขณะ  ทำให้บัณฑิตคนหนึ่งพลาดโอกาสครั้งสำคัญในการถ่ายรูป            พอในหลวงทรงพระราชทานปริญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว            ก่อนที่จะให้พระบรมราโชวาท             ท่านทรงให้อธิการบดีเรียกบัณฑิตคนนั้นมารับพระราชทานอีกครั้ง



    เพื่อจะได้มีรูปไว้เป็นที่ระลึก
              ตื้นตันกันถ้วนทั่วทั้งหอประชุม

    จากคุณ : สีไม้น้ำ - [ 10 ต.ค. 48 22:14:34 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม