◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    Sister Princess Version 5 คม ตอนที่ 2 ( เฮล คานิวั่ล) ช่วยกันอ่าน แล้วก็ลงชื่อไว้หน่อยสิ นะ~นะ

    . ... .... .... ...นับตั้งแต่เกิดเรื่องที่เรือสำราญ เวลาได้ผ่านมาแล้ว2อาทิตย์แล้ว แต่ว่าขณะนี้ ปริศนาต่างๆ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลงไปได้ จากเหตุการ์ณในครั้งนั้น วาตารุแทบกระเป๋าฉีก เพราะต้องออกเงินค่ากระสุนหัวระเบิด ดีพลีทยูเรเนียม ไปทัง้หมด เกือบ20นัด คิดเป็นเงินเยนก็เกือบ3ล้านเยน เขาพยายามเบิกจากกรมตำรวจ แต่ว่าพวกเขาก็ไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่วาตารุเล่า แม้ว่าจะมีหลักฐาณคือ เศษกะโหลกของตนร้ายที่อาเรียเก็บมาให้ก้ตาม
    " ไม่มีทางเป็นอย่างที่คุณเล่าหรอก เศษกะโหลกที่เก็บมาได้ อาจจะเป็นแค่ เศษ ไททาเนียมที่ทำเป็นชิ้นส่วนกะโหลกเทียมที่ใช้ในการศัลยกรรมของคนร้ายก็ได้ " ตำรวจระดับสูงคนหนึ่งออกความเห็น พร้อมกับปฎิเสธ ที่จะชดเชยค่ากระสุน
    " ผมไม่สั่งพักงานคุร ในข้อหาปฎิบัติหน้าที่เกินกว่าเหตุ ก็นับว่าบุญโขแล้วนะ ปฎิบัติการครั้งนี้ มีคนตาย722 คน นับเป็นประวัติติการณ์เชียวนะ" เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งเสริม
    วาตารุไม่ค่อยอยากจะพูดโต้เถียงอะไรนัก เพราะความจริงเขาก็ ใช้
    พวกตัวประกันเป็นโล่มนุษย์( ภาษาอังกฤษ เรียกว่า LIFE SHIELD ) ไม่เพียงแต่เขา มาโมรุยังเอาตาแก่คนหนึ่งรับกระสุนแทนตัวเอง ด้วยซ้ำไป วาตารุ ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เขาคิดว่าเสียเงินแค่ 3ล้าน นึกว่าฟาดเคราะห์
    " เสียแค่นี้ ขนหน้าแข้ง ไม่ร่วงหรอกว่ะ " เขาบ่นพึมพำกับตนเอง
    " ขนหน้าแข้งไม่ร่วง ก็เราไม่ได้เอาเงินผูกไว้ที่ขนหน้าแข้งนี่นา " วาตารุคิดซ้ำ เดืดนนี้ เงินของเขา เกือบติดลบ แต่ว่าสิ่งที่วาตารุคิดไม่ใช่แค่เรื่องเงิน เขาคิดถึงเรื่องผุ้ก่อการร้ายทั้งหมดบนเรือ เขาไม่เข้าใจว่า มันทำไปเพื่ออะไร ผู้ก่อการร้าย20คน ที่เขาเจอครั้งสุดท้ายบนเรือ ต่างกับพวกยาม ที่ ฮินาโกะ และอาเรีย ฆ่าไป อย่างเห็นได้ชัด ฝ่ามือพิชิตมังกรของมาโมรุ ที่มีแรงกระแทก ถึง3ตัน ยังไม่สามารถฆ่ามันได้ในทันที .44 แม้กนั่มของเขา ยิงก็ทำให้มันแค่เซไปเท่านั้น ความสามารถของมันขนาดนั้น ไม่น่าจะมาทำเรื่องแค่ปล้นเรือ เพราะถ้ามันรวมกลุ่มกัน อาจจะเป็นพวกทหารรับจ้างที่เก่งที่สุดก้ได้ แล้วหลังจากที่มันทำงานพลาด ทำไมมันจึงไม่หนี มันเหมือนดับถูกส่งมาเพื่อ ตาย โดยเฉพาะ ทวาตารุ ไม่เข้าใจในจุดนี้เลย นับเวลาตั้งแต่ที่จิคาเงะ สอนวิชาให้เขา และพวกน้องๆ เวลาก้ผ่านมา3ปีแล้ว ครั้งนี้เป็นงานที่ตึงมือที่สุด เขาเคยไปถามจิคาเงะ แต่ว่าคำตอบที่ได้ก็คือ
    " ชะตาเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้............ ทุกอย่างเกิดขึ้น และดับตามโชคชะตา...........แต่ไม่ว่าอย่างไร........ถึงเกิดอะไรขึ้น.......... ฉันก็จะอยู่ข้างพี่ชายตลอดไป " คำตอบของจิคาเงะ แทบไม่ได้บอกอะไรเลย
    " เฮ้อ ... อย่าคิดมากน่ะ.. กลับบ้านดีกว่า " เขาคิด ก่อนจะเวะซื้อเครื่องดื่มที่ร้านข้างทางแล้วขึ้นรถไฟกลับบ้าน

    "กลับมาแล้ว " วาตารุตะโกนพูดเมื่อเขากลับถึงบ้านตามธรรมเนียม ที่ลานบ้าน มาโมรุกำลังฝึกซ้อมอยู่กับกระสอบทราย .. ไม่สิ เรียกกระสอบทรายก็ไม่ถูก เพราะมันคือ ถังแก็สเปล่าที่มาโมรุเอามาใส่ทรายแล้วนำมาชกแทนกระสอบทราย
    " โอ้ พี่ชายกลับมาแล้ว " มาโมรุทัก เธอวิ่งเข้ามาหาอย่างดีใจ
    " นี่ๆ ดูสิๆ วันนี้ฉันทำลายสถิติได้อีกแล้วนะ มาโมรุ โชว์ แผ่นแหล้ก ที่มีรอยนิ้วมือของเธอ แทงทะลุให้วาตารุดู
    " คราวนี้เจาะเหล็กหนาได้ตั้ง6 มิลแน่ะ " ทำลายสถิติเดิมตั้ง1มิล " มาโมรุอวด วาตารุลูบหัวเธออย่างเอ็นดู
    "จ้าๆ เก่งจัง มาโมรุ ขยันอย่างนี้เสมอเลยนะ "
    " อื้อ จะได้ช่วยพี่ชายได้ไง " มาโมรุพูดยิ้มๆ
    " แต่ว่า พี่ก็เหมือนกันแหละ ตอน "เล่น" กันที่ห้อง ฉันเอาชนะพี่ไม่ได้สักที .. แต่คราวนี้แหละ ต้องทำลายสถิติได้แน่ " มาโมรุพูดเขินๆ
    " งั้นคืนนี้ลองใหม่ไหม" วาตารุพูดยิ้มๆ
    " ไม่ได้หรอกพี่ วันนี้ มัน"นั่น"น่ะ" มาโมรุอายจนหน้าแดง
    " งั้นเหรอ แต่ว่าพี่ก็คงไม่ไหวเหมือนกัน เมื่อคืนก็ "เล่น" กับซาคุยะ ตอนนี้ยังเมื่อยอยู่เลย " วาตารุพูดก่อนที่จะเดินเข้าไปในบ้าน
    ข้างในบ้าน รินรินกำลังวิจัยเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐืใหม่ของเธออยู่
    วาตารุเดินเข้าไปหาอย่างเงียบๆ เพราะไม่อยาดรบกวนสมาธิ

    " อ้า ลูกพี่ มาพอดีเลย นี่แน่ะ รินรินกำลังวิจัยกระสุนใหม่ คราวนี้ถ้าทำสำเร็จ จะลดต้นทุนไปได้30 % เชียวนะ " รินหันหน้ามาทักวาตารุ พลางจูงมือ ไปดู แบบแปลนลูกกระสุนที่รินรินทำ
    " นี่นะ คราวนี่จะดัดแปลงให้มันเป็นกระสุนพลาสม่า โดยใช้หลักการเดียวกับ หัวระเบิด ที่ใช้เจาะเกราะรถถัง เพียงแต่ว่าตอนนี้ ขนาดมันยังใหญ่เกินไปที่จะเป็นปืนพก เพราะต้องใช้ดินระเบิด จำนวนมาก ในการเปลี่ยนหัวกระสุน ให้มันระเหยเป็นไอ และกลายเป็นพลาสม่า ตอนนี้มันยังสามารถเจาะเกราะได้หนาแค่1.2นิ้วเอง ประสิทธิภาพ ยังไม่ดีเท่า.50 คัสต้อมของพี่ แต่ว่ารินรินจะพยายามดัดแปลงให้มันดีขึ้นนะ " รินรินพูดอธิบายให้วาตารุฟัง
    " แล้ว เมก้ารินริน เป็นไงบ้างล่ะ " วาตารุถาม
    " ก็แย่นะ มันถูกตัดหัวขาดกระเด็น แถมยังจมอยู่ใต้น้ำตั้งนาน กว่าจะเอาขึ้นมาได้ ระบบก็พังไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังดี ที่เมก้ารินริน สามารถเบิกค่าซ่อมได้ " รินรินพูดด้วยสีหน้าเซ็งๆ
    " ว่าแต่คนอื่นๆ หายไปใหนกันหมดล่ะ รินริน อยู่กับมาโมรุกันสองคนเหรอ " วาตารุถาม ตั้งแต่เข้าบ้านมา เขาก็ไม่เจอใครเลย นอกจากรินรินกับมาโมรุ
    " เอ.. คนอื่นรู้สึกจะออกไปข้างนอกนะ แต่ไปไหนบ้างก็ไม่รู้ รู้แต่ว่า จิคาเงะเขาออกไปข้างนอกแล้วบอกว่าเดี๋ยวจะกลับมา เออ.... แล้วก้ ซาคุยะยังนอนอยู่ข้างบนเลย " รินรินตอบ
    " เหรอ..... ขอบใจที่บอก รินรินก็เหมือนกัน อย่าหักโหมมากนะ พักผ่อนซะบ้าง " วาตารุพูดกับรินรินก่อนที่จะเดินขึ้นห้องของตนเอง

    .... ในห้อง ซาคุยะยังหลับอยู่บนเตียงของวาตารุ แอร์ในห้องเปิดแผ่วๆ วาตารุ ถอดเสื้อขั้นนอกออก แล้วคว้าผ้าขนหนู เตรียมตัวจะอาบน้ำ เขาพยายามไม่รบกวนซาคุยะ แต่ว่าเธอก็ตื่นขึ้นมาเสียก่อน
    " อ้าว.. ท่านพี่ กลับมาแล้วเหรอคะ เหนื่อยไหม " ซาคุยะทักทาย
    " อื้อ.. ก็นิดหน่อยน่ะ อาบน้ำแล้วนอนสักพักก็หาย ซาคุยะ นอนต่อไปเถอะ " วาตารุตอบพร้อมกับเดินเข้าห้องอาบน้ำไป

    ในห้องน้ำ มาโมรุยังไม่สามารถเลิกคิดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ถ้ามันมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก เขาจะทำเช่นไร ถึงมันเป็นหน้าที่ แต่ว่าจะให้เขาออกค่ากระสุนเองทีละ3ล้าน มันก็ไม่ใช่เรื่อง แถมไอ้พวก ตาแก่กรมตำรวจนั่น ก็พูดแบบปัดความรับผิดชอบ ทำเหมือนกับเขา ใช้กระสุนผิดประเภทให้มันสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
    " ถ้าเราไม่ต้องใช้กระสุน แต่ใช้วรยุทธ แบบพวกน้องๆ ได้ ก็คงจะดีหรอก " วาตารุคิด พลางนึกย้อน ไปถึงเรื่องเมื่อ3ปีก่อน ที่จิคาเงะ บอกให้เขา และพวกน้องๆ ฝึก " วิชา " ตามที่เธอบอก สำหรับเขา จิคาเงะสอน " ลมปราณ ภูติอุดร " " ท่าเท้าท่องคลื่น " และ " ดรรชณี กระบี่เทพ6ชีพจร " ให้ แต่ว่าเขาสามารถฝึกให้ใช้ได้คล่องแคล่ว เพียงแค่ " ลมปราณภูติอุดร " และ "ท่าเท้าท่องคลื่น" เท่านั้น " ลมปราณภูติอุดร" ใช้ดูดซับ แรงกระแทกของปืนที่เขายิง ทำให้ยิงได้แม่นยำขึ้น ส่วน " ท่าเท้าท่องคลื่น " เขาใช้ในการหลบหนี แต่ว่า " ดรรชณีกระบี่เทพ6ชีพจร " นั้น เขาฝึกได้เพียงแค่ถึงขั้นที่สามารถยิงกระสุนปราณ ได้รุนแรงพอๆกับ .357 แม็กนั่ม เท่านั้น มิหนำซ้ำ ยังไม่สามารถยิงติดต่อกันได้ หลังจากยิงครบ6นัดแล้ว ต้องรอรวบรวมปราณใหม่ถึง2ชม. เขาจึงใช้ ปืนเป็นอาวุธหลักในการต่อสู้มากกว่า แต่ขณะที่เขากำลังคิดอะไรเพลินๆ ข้างนอกก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
    " ท่านพี่คะ ฉันขอเข้าไปด้วยนะ " เสียงซาคุยะดังมาจากข้างนอก ก่อนที่เขาจะตอบอะไรออกไป ซาคุยะก้เปิดประตุเข้ามาเสียก่อน
    " มีเรื่องอะไรกลุ้มใจหรือคะ ท่านพี่ หรือว่าเสียดายค่ากระสุน " ซาคุยะพูดพลางถอดเสื้อคลุม และลงแช่น้ำในอ่างร่วมกับเขา
    " เออ...มันก็ ไม่เชิงหรอกนะ " วาตารุไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดี
    " อย่าเครียดสิคะ.. ซาคยะจะขัดหลังให้ก็แล้วกัน ทำใจให้สบาย แค่3ล้านเอง เงินในบัญชีของฉันมีตั้งเป็น10ล้าน ถ้าท่านพี่เงินไม่พอ เอาของฉันไปก่อนก็ได้ " ซาคุยะพูดพลางหยิบฟองน้ำขึ้นมา
    " ก็ไม่เชิงเรื่องนั้นหรอก พี่วิตกไปเอง... ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ขอบใจนะที่ห่วง แต่ซาคุยะไม่ต้องเป็นห่วงแล้วล่ะ พี่ไม่เป็นอะไรจริงๆ " วาตารุตอบ พร้อมยิ้มให้ซาคุยะ
    " แต่พี่ดูเหมือนเครียดนะคะ แต่ไม่เป็นไร " ซาคุยะ โน้มตัวมากระซิบข้างหูเขา แล้วขบติ่งหูเบาๆ
    " ฉันจะทำให้พี่หายเครียดเอง ไม่ต้องไปใหนหรอกค่ะ ในห้องน้ำนี่แหละ เรามา "เล่น"ต่อจากเมื่อคืนกันเถอะ..... แต่ว่า..." ซาคุยะโน้มตัวเข้ามาโอบกอดรอบคอของเขา
    " คราวนี้ให้ฉันทำให้พี่นะ " .......................


    ...................................................................................................................................................................................................................................

    . ที่ตลาด จิคาเงะกำลังไปซื้อของ เพื่อที่จะเตรียมการณ์ "อะไรบางอย่าง" ที่เธอชอบทำเป็นประจำ เธอซื้อของเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังเดินทางกลับบ้าน เนื่องด้วย เธอไม่ชอบคลุกคลี กับผู้คนมากนัก เธอจึงเลือกที่จะเดินกลับมากว่า และมันก็เป็นการออกกำลังกายไปในตัวด้วย
    อีกแค่ไม่กี่ร้อยเมตร ก็จะถึงบ้าน ถนนช่วงราวๆบ่าย4 ที่ไม่ค่อยจะมีผู้คนนัก แต่วันนี้ กลับมีเธอเพียงคนเดียวที่เดินบนถนนสายนี้ แต่ไม่สิ มีรถกะบะอีกคัน ขับตามมาข้างหลัง
    รถกะบะคันนี้ ค่อยๆขับเอื่อยๆตามถนน แม้ถนนจะว่างก็ตาม มันเหมือนจะมีจุดหมายอะไรบางอย่าง เมื่อถึงระยะห่าง40เมตร คนหนึ่งที่นั่งอยู่บนกะบะก็ชักเอาวัตถถุอย่างหนึ่งขึ้นมา เล็งไปที่จิคาเงะ ที่เดินอยู่เบื้องหน้า ดูเหมือนเธอจะไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกสกดรอย
    คนลึกลับยก "วัตถุ" ขึ้นมาเล็ง เมื่อเห็นถนัดตา มันคือ เครื่องยิงระเบิด M 79 นั่นเอง พอจิคาเงะอยู่ในระยะศูนย์ยิง มันก็เหนี่ยวไก
    โพล็ง !! เสียงกระสุนวิ่งออกจากปากกระบอก วินาทีต่อมาก๊มีเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว ไม่ใช่ที่จิคาเงะอยู่ แต่ดังมาจากรถกะบะที่ผู้ยิงนั่งมาต่างหาก

    จิคาเงะล่ะ เกิด อะไรขึ้นกับเธอ เปล่าเลย เธอไม่ได้รับอันตรายแม้แต่ปลายเล็บ จิคาเงะยิ้มน้อยๆ พลางมองดูรถที่ลุกเป็นไฟ อย่างพอใจในผลงาน
    " เด็ดบุพผาต่อหยก ขั้น8 " เธอพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะยกเลิกการโคจรปราณ ที่มือขวา รั้งพลังหยกอำไพเข้าสู้ชีพจรหลัก และเดินช้าๆ เข้าไปสำรวจซากรถที่ลุกเป็นไฟ

    ยังมีต่อ คนที่อ่านแล้ว ช่วยลงชื่อไว้หน่อยนะ ขอร้องล่ะ น่านะ เสียเวลาแป็บเดียว



    จากคุณ : psychicforce - [ 20 พ.ย. 45 01:43:44 A:203.170.133.200 X: ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม