พ่อพาลูก ป.6 แจ้งจับครู "วางยาพิษ" หวังปิดปาก ฐานเห็นครูพลอดรัก ใน ร.ร. !! คุณคิดกับข่าวนี้เหมือนเดี๊ยนมั้ย

ข่าวจาก นสพ. คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 26 ก.ย. 2545


พ่อเด็กนักเรียน ป.6 นำลูกสาวขึ้นโรงพักศรีประจันต์ แจ้งความเอาผิดครู บังคับลูกศิษย์วางยาพิษ ในปิ่นโตอาหารกลางวันถึง 8 ครั้ง หวังปิดปาก เดชะบุญรอดตาย เพราะเพื่อนแอบกระซิบบอกทุกครั้ง เชื่อสาเหตุไปเห็นครูพลอดรัก กับผู้ชายในโรงเรียน เหยื่อแฉถูกแม่พิมพ์โหด จ้างชายฉกรรจ์ 3 คนข่มขู่และชกท้องจนสลบ ก่อนจะนำไปมัดกับต้นยางในป่าข้างบ้าน ด้านครูที่ถูกกล่าวหาปฏิเสธ ลั่น ถูกเพื่อนครูด้วยกันกลั่นแกล้ง ส่วนตำรวจเตรียมนำสารที่ถูกระบุ ว่าใส่ลงไปในอาหารไปพิสูจน์ คาดรู้ผลภายใน 1 สัปดาห์


คดีแม่พิมพ์ของชาติ ถูกลูกศิษย์แจ้งความวางยาพิษ เปิดเผยเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 25 ก.ย.นายสุพรรณ ดีสม อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83/1 หมู่ 2 ต.วังยาง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ได้พา ด.ญ.กุ้ง นามสมมติ อายุ 12 ปี บุตรสาว นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนวัดไก่เตี้ย ต.วังยาง และด.ญ.อุ๊ นามสมมติ อายุ 12 ปี ซึ่งเรียนอยู่ห้องเดียวกัน เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.สมจิตร เจริญสลุง ร้อยเวร สภ.อ.ศรีประจันต์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับครูผู้หญิงคนหนึ่งในโรงเรียนแห่งนี้โดยกล่าวหาว่าเป็นผู้บังคับ ด.ญ.อุ๊ ให้นำยาพิษไปใส่ในปิ่นโตอาหารกลางวันของ ด.ญ.กุ้ง

ด.ญ.กุ้ง ให้การกับตำรวจว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 11.00 น.ได้ออกจากบ้านเพื่อไปซื้อขนม ซึ่งต้องผ่านโรงเรียน ระหว่างที่เดินผ่านห้องสมุดเห็นประตูเปิดอยู่ จึงเดินเข้าไปดูทางหน้าต่างก็พบว่า ครูผู้หญิงรายนี้ อยู่ในห้องโดยมีผู้ชาย ที่ไม่เคยเห็นหน้าอยู่ในห้องด้วย จึงแอบดูอยู่ประมาณ 30 นาที ก็เห็นครูกอดจูบอยู่กับผู้ชาย ระหว่างนั้น ด.ญ.อุ๊ ผ่านมาพอดีจึงตะโกนเรียก ทำให้ครูได้ยินออกมาดู พวกเธอจึงวิ่งหนี

ด.ญ.กุ้งให้การต่อไปว่าจนกระทั่งวันที่ 9 ก.ย.โรงเรียนเปิดก็ไปเรียนตามปกติ ครูผู้นี้ ได้เรียก ด.ญ.อุ๊ ไปพบและบังคับให้นำยาผงสีฟ้าไปใส่ในปิ่นโตข้าวกลางวันของด.ญ.กุ้ง เมื่อ ด.ญ.อุ๊ โรยยาลงไปในปิ่นโตข้าวแล้วก็รีบแอบมาบอก ด.ญ.กุ้งว่า อย่ากินข้าวกลางวันในปิ่นโต เพราะครูได้ใช้ให้เอายาผงมาโรยในปิ่นโตข้าว และเกรงว่าจะเป็นยาพิษ จึงเกิดความกลัวว่าจะเป็นยาพิษจริงๆ จึงไม่ยอมไม่กินข้าว หลังจากนั้น ครูรายนี้ก็บังคับให้ ด.ญ.อุ๊ แอบเอายามาโรยในอาหารกลางวันของเธอทุกวันรวม 8 ครั้ง ซึ่ง ด.ญ.อุ๊ ก็มาบอกทุกครั้ง จึงไม่ได้กินข้าว

ด.ญ.กุ้ง เล่าต่อว่า ต่อมาวันที่ 19 ก.ย.ได้หยุดเรียนเนื่องจากชุดนักเรียนเปียกฝน และเวลาประมาณ 14.00 น.ได้เดินออกมาซื้อขนมระหว่างทาง ซึ่งเป็นป่ายางทึบห่างจากบ้านประมาณ 200 เมตร ได้มีรถตู้สีฟ้า ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ภายในรถมีผู้ชาย 3 คน และผู้หญิง 2 คนสวมหมวกไอ้โม่งคลุม โดยผู้ชาย 3 คน จำไม่ได้แต่ทุกคนถือมีดอยู่ในมือ ส่วนผู้หญิง 2 คนก็สวมหมวกไอ้โม่งด้วย ได้ถือมีดเข้ามาขู่และพูดว่า ห้ามนำเรื่องที่ครูกอดจูบกับผู้ชายไปบอกใคร ไม่งั้นจะฆ่าให้ตาย พร้อมกับเอามีดฟันต้นยางให้ดู ซึ่ง ด.ญ.กุ้งอ้างว่าจำเสียงผู้ที่พูดได้ว่าเป็นครูที่แอบไปเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

ส่วนผู้หญิงอีกคนที่มาด้วยก็คือ ด.ญ.อุ๊ เพราะถูกครูบังคับให้มาด้วย หลังจากนั้นก็มีผู้ชายเข้ามาจับและชกที่ท้องน้อย 2 ครั้งจนสลบ มาตื่นอีกทีประมาณ 05.00 น.ของวันที่ 20 ก.ย.ก็พบว่าตัวเองถูกมัดอยู่กับต้นยาง จึงพยายามดิ้นรนร้องขอความช่วยเหลือ จนกระทั่งมีชาวบ้านผ่านมาช่วยแก้มัด พร้อมกับพาส่งบ้านจึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้นายสุพรรณ ผู้เป็นพ่อฟังและพาเข้าแจ้งความ

ส่วน ด.ญ.อุ๊ กล่าวถึงสาเหตุการเอายาใส่ปิ่นโตข้าวของ ด.ญ.กุ้ง ด้วยน้ำตานองหน้าว่า ถูกบังคับจากครูผู้นี้โดยถูกขู่ว่า ถ้าไม่ทำจะฆ่าให้ตาย แต่เมื่อทำไปแล้วก็กลัวเพื่อนตายอีก จึงแอบไปบอกเพื่อนทุกครั้ง เพราะคิดว่ายาดังกล่าวน่าจะเป็นยาพิษ และเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ระหว่างที่เรียนหนังสือตามปกติ ครูผู้นี้ให้ขึ้นรถตู้ไปด้วยกันโดยมีผู้ชายในรถ 3 คน ไปจอดที่ป่ายางทางเข้าบ้านของ ด.ญ.กุ้ง ซึ่งเป็นทางเปลี่ยวไม่มีคนผ่าน รอจนกระทั่ง ด.ญ.กุ้ง เดินออกมา ครูผู้นี้ จึงได้สั่งให้ผู้ชาย 2 คนจับตัวพร้อมกับขู่จะฆ่าถ้านำเรื่องทั้งหมดไปเล่าให้คนอื่นรู้ และผู้ชายก็ชกที่ท้องจนด.ญ.กุ้ง สลบ หลังจากนั้นก็ถูกบังคับให้ใช้ผ้าที่มียาสลบโปะที่จมูกของ ด.ญ.กุ้ง อีกครั้ง ก่อนที่ชายสองคน จะจับด.ญ.กุ้ง มัดไว้กับต้นยาง แล้วก็แยกย้ายกันกลับ โดยชาย 3 คนขับรถตู้ไปส่งครูผู้นี้และเธอที่โรงเรียน โดยครูผู้นี้ ยังขู่ว่าถ้าพูดมากจะเป็นแบบ ด.ญ.กุ้ง ด้วยความกลัวจึงไม่กล้าบอกใคร

ด้านนายสุพรรณ ดีสม พ่อของ ด.ญ.กุ้ง กล่าวว่า มีอาชีพทำนาซึ่งต้องใช้สารพิษต่างๆ มากมายในการฆ่าแมลง และตัวยาที่นำไปให้ตำรวจเป็นผงสีฟ้าคล้ายยาเลนเนท ซึ่งเป็นยาฆ่าแมลง ฆ่าหญ้า เรื่องนี้จะไม่ยอมเด็ดขาดจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด และที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาอะไรกับครูผู้นี้ แต่ทำไมต้องมาทำกับลูกสาวขนาดนี้ ทั้งที่เด็กก็เป็นลูกศิษย์โชคดีที่ ด.ญ.อุ๊ แอบไปบอกทุกครั้งที่ใส่ยา ไม่เช่นนั้นคงเสียลูกสาวไปแล้ว

พ.ต.ต.สมจิตร กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งตัวยาไปพิสูจน์ ที่กองพิสูจน์หลักฐานว่าเป็นยาพิษหรือไม่ คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์ จะทราบผล เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการ และผู้กล่าวหาก็เป็นเยาวชน ดังนั้นทางกองพิสูจน์หลักฐาน ก็คงจะต้องเร่งตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เพื่อจะได้หาข้อสรุป

ด้านครูสาวที่ถูกกล่าวหา กล่าวว่า ไม่ขอพูดอะไร แต่เรื่องทั้งหมดยืนยันว่าไม่รู้เรื่องและถูกกลั่นแกล้ง เพราะมีปัญหากับครูในโรงเรียนเดียวกันที่คอยจ้องจับผิด เนื่องจากเป็นคนตรง จนได้รับความไว้วางใจจากนายณัฐภูมิ เล็กถวิลวงศ์ อาจารย์ใหญ่ ให้รักษาการเมื่อเวลาไปราชการ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 7 ก.ย.ก็ไม่ได้อยู่ที่โรงเรียน เนื่องจากไปวันเกิดสามีที่ จ.ราชบุรี มากล่าวหาว่าอยู่โรงเรียนได้อย่างไร

ต่อมาเวลา 14.00 น.นายสุพรรณ ได้นำ แด.ญ.กุ้ง และด.ญ.อุ๊ เดินทางเข้าพบนายกิจ เกียรติสมกิจ ผู้อำนวยการ การประถมศึกษาประจำจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายณัฐภูมิ เล็กถวิลวงศ์ อาจารย์ใหญ่วัดไก่เตี้ย มาด้วย ซึ่งภายหลังนายกิจได้รับทราบเรื่องทั้งหมดแล้วได้ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า หากเป็นอย่างนั้นจริงก็จะต้องตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงอีกทาง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
________________________________________

จากคุณ : ค๊า - [ 26 ก.ย. 45 19:09:50 ]

 
 

*** Advertisement ***


ความคิดเห็นที่ 1

คือว่าในความเห็นส่วนตัวน่ะ มันดูแปลกๆอยู่เหมือนกันนะ คือว่าทำไมครูต้องวานเด็กไปทำตั้ง8ครั้งด้วยล่ะ น่าจะทำเองแล้วนะถ้าเกิดว่ามันไม่สำเร็จครั้งแรกๆน่ะ
อีกอย่าง ถ้าอยากจะฆ่า ทำไมตอนที่จับตัวไป ถึงไม่ฆ่าซะเลยล่ะ ก็ถึงขนาดวางยาฆ่าแล้วนะ แล้วเอาเด็กอีกคนไปทำไม แล้วเด็กคนเดียว เอาผู้ชายไปทำไมตั้ง3คน
การเอาเด็กไปซ้อมแล้วผูกติดกับต้นไม้น่ะ เด็กก็ต้องพูดอยู่แล้วสิ เล่นทำขนนาดนี้เป็นใครก็ต้องเล่าเรื่องให้คนอื่นฟัง
แล้วแค่เห็นคนพลอดรักกัน มันต้องถึงกับฆ่าแกงกันเลยเหรอ แล้วถ้าไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่อง ทำไมต้องวานเด็กไปทำอีก
อย่าว่ากันนะ คือว่าพยายามคิดในแง่ของวิชาที่ได้เรียนมาน่ะ ว่าไม่ควรตัดสินอะไรจากสิ่งที่ได้ยินมาอีกที มันอาจจะเป็นทั้งเรื่องจริง หรือเป็นเรื่องหลอกก็ได้
อยากถามคนอื่นหน่อยว่ารู้สึกยังไงกับเรื่องนี้ ส่วนตัวถ้าคิดว่าเป็นเรื่องจริงก็โหดร้ายมาก และขอสาปส่งครูเลวๆอย่างนั้นให้ตายไปเลย เสียชื่อเสียงครูหมด
แต่ถ้าเรื่องนี้เป็นการใส่ความจริงๆล่ะ โอ๊ย ยิ่งคิดยิ่งงง


จากคุณ : กระเทยกอแก้ว (ค๊า) - [ 26 ก.ย. 45 19:10:49 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 2

อ่า...ถ้าใส่ความ มันเพื่ออะไรหล่ะ คิดไม่ออกจริงๆ

 
 


จากคุณ : อ่า (D-2) - [ 26 ก.ย. 45 19:36:52 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 3

อืม ไม่แน่ใจอย่าเพิ่งฟังความข้างเดียวดีกว่า

เพราะแถวบ้านมีกรณีเด็กผู้หญิง ม.1 มาฟ้องครูว่าโดนเด็ก ม.6
3 คนรุมข่มขืน แล้วกลายเป็นเรื่องแจ้งตำรวจ พ่อแม่เด็ก ม.6 ต้องเอาเงินมาให้เพื่อยอมความ คนละ 50,000
หลังจากนั้นก็เอาอีกบอกว่าโดนครูฝึกสอนข่มขืน
คนเลยสงสัยแล้วมารู้ความจริงว่าเด็กมันโกหก ตั้งแต่คราวก่อน

แถมเด็กคนนี้ยังมีเรื่องเคยขโมยตังค์ครูเป็นว่าเล่น
เรียกว่าเด็กมันเลว แถมทางบ้านยังไม่ว่าอะไร
รู้ว่าเป็นตังค์ขโมยครูมาก็ยังเอาหน้าตาเฉย
สรุปว่าต้องดูเด็กด้วยนะ

ลองฟังข่าวดูดีๆ แล้วมันทะแม่งๆ น่ะ เด็ก อะไรไปยืนแอบดูครู
แค่นี้ก็รู้ว่าจิตใจ-พฤติกรรมเด็ก ไม่ค่อยดีเท่าไหร่แล้ว


จากคุณ : (ป๊อก-แปด) - [ 26 ก.ย. 45 19:42:11 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 4

คุณที่ 3 คิดเหมือนเรา มันแปล่งๆ

จากคุณ : แมว...มี้ - [ 26 ก.ย. 45 19:57:28 A:216.230.87.84 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 5

ตะกี๊ดูข่าว
ดูเด็กคนนี้แกให้การแบบหน้าชื่นตาบานไปหน่อยนะ
เลยรู้สึกแปลกๆเหมือนกัน


จากคุณ : ลาบราดอร์สีดำ - [ 26 ก.ย. 45 20:09:57 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 6

ในความคิดของเรา เราไม่รู้ว่าเรื่องนี้เป็นยังไงนะ แต่เท่าที่อ่านกระทู้มาคิดว่าที่เด็กไปแอบดูคงเป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็กน่ะ คงไม่ทันคิดหรอกว่าเป็นเรื่องที่จะนำภัยมาสู่ตัวเองในอนาคต เด็กคงประมาณสิบเอ็ดสิบสองเอง แล้วที่ว่าทำไมครูไม่ลงมือวางยาเด็กเสียเอง ก็คงประมาณวางแผนไง เรื่องอะไรจะลงมือฆ่าเอง ยืมมือเด็กไม่รู้อิโหน่อิเหน่ฆ่าไม่ดีกว่าเหรอ เผลอๆวางแผนใส่ร้ายเด็กคนที่ใช้วางยาอีกต่างหาก จะปั้นเรื่องยังไงก็ได้ สมมติเด็กเกิดกินข้าวเข้าไปแล้วตาย ก็สร้างเรื่องใส่ร้ายเด็กคนที่วางยาแล้วตัวเองก็รอด ไม่ต้องลงมือเองสบายไป เพราะถึงยังไง เด็กคนที่วางยาก็สู้ไม่ได้อยู่แล้ว ความซื่อของเด็กกับความเจ้าเล่ห์ของผู้ใหญ่ยังไงเด็กก็แพ้ ส่วนที่ว่าอุ้มเด็กคนที่เห็นเหตุการณ์ไปทำไมไม่ฆ่า ไหนๆก็อุตส่าห์วางยาก็กะฆ่าให้ตายอยู่แล้ว ก็อาจจะเป็นเพราะหนึ่งต้องการสั่งสอนว่านี่แค่เบาะๆ นะ แค่ตัวอย่าง แกมีสิทธิ์โดนหนักกว่านี้ หรือไม่ก็กำลังวางแผนดำเนินการขั้นต่อไปว่าจะทำยังไงดี หรือไม่ก็อีกทีก็คือยังไม่อยากฆ่าให้ตาย แค่ทรมานแค่นี้ก่อน ยังมีต่ออีกเยอะ เราไม่รู้ว่าเรื่องนี้เป็นยังไง แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง (คือค่อนข้างเชื่อน่ะ )สมัยนี้สังคมมันเสื่อมจะได้ อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นละ แต่อย่างว่าอย่าเพิ่งปักใจเชื่ออะไรง่ายๆ ก็คงต้องดูกันต่อไป แต่ถ้าจริงละก็ ยัยครูนี่ก็โหดมาก สมควรประหารชีวิตอย่างเดียวเลยน่ะ แค่ไล่ออกนี่ยังน้อยไป

จากคุณ : ดอกส้มในฤดูใบไม้ผลิ - [ 26 ก.ย. 45 20:20:09 A:203.107.244.167 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 7

ผมก็สงสัย เพื่อนที่เป็นคนวางยาน่ะมันจะกล้าทำเหรอก็เพื่อนตัวเองแท้ๆ แล้วถ้าเกิดตายไปจริงๆ ครูไม่ต้องตามปิดปากเด็กคนที่วางยาอีกเหรอ

จากคุณ : Overdrink - [ 26 ก.ย. 45 20:27:13 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 8

ครูคนนี้มีอิทธิพลขนาดจ้างคนอุ้มเด็กได้เลยเหรอเนี่ย

ยังไงต้องตามกันดูต่อไปครับ อย่าเพิ่งไปปักใจว่าใครผิด ไม่งั้นคนดี ๆ อาจเสียไปเลย --


จากคุณ : lime lite - [ 26 ก.ย. 45 21:18:03 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 9

ก็คิดคล้ายๆ เจ้าของกระทู้ค่ะ มันมีหลายจุดที่อ่านข่าวแล้วรู้สึกว่าเหตุผลมันแปลกๆ ก็รอดูกันต่อไปเดี๋ยวตำรวจเค้าคงสืบได้ค่ะ

จากคุณ : ตูนตูน - [ 26 ก.ย. 45 21:37:02 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 10

ผมก็คิดว่าครูคิดวางยาพิษฆ่าเด็ก ทำไมต้องใช้เพื่อนเด็กไปวางตั้งหลายครั้ง ทำไมครูไว้ใจเด็กคนนั้นว่าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปปูด ทำไมไม่ทำเองจะดีกว่า แล้วยังให้ผู้ชายไปรุมซ้อมเด็กจับมันติดกับต้นไม้ทั้งคืน ฟังดูเหมือนโศกนาฏกรรมของนางเอกหนังไทยเลย ฟัง ๆ ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเลย ดูเรื่องการที่จะฆ่าคน จ้างคนไปทำร้าย ทำไมต้องวานให้คนอื่นทำ ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ

จากคุณ : ฉันไม่เข้าใจ - [ 26 ก.ย. 45 21:56:02 A:203.156.13.139 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 11

ดีครับ

จากคุณ : เ - [ 26 ก.ย. 45 22:30:07 A:202.133.163.81 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 12

เหมือนได้ยินเสียงแกะร้องแว่วๆนะ

จากคุณ : the impossible - [ 26 ก.ย. 45 22:47:20 A:203.113.50.137 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 13

หนังสือพิมพ์ 4 ฉบับ ( เท่าที่เห็น ) คือ ไทยรัฐ เดลินิวส์ ข่าวสด คมชัดลึกลงข่าวนี้
แต่มีอยู่ 2 ฉบับที่เขียนชื่อและนามสกุลผู้เสียหาย ทั้งๆที่ฉบับอื่นๆ ใช้นามสมมุติ
คือ ไทยรัฐและข่าวสด

เท่าที่อ่านดูมา ข่าวไทยรัฐจะเหมือนกับข่าวสด และข่าวของคมชัดลึกจะคล้ายกับเดลินิวส์
รายละเอียดของข่าว บางอย่างเขียนไม่เหมือนกัน คาดว่าคงมีการเพิ่มเติมเนื้อหาบางส่วน
เข้าไปเอง

ไม่ว่ารายละเอียดปลีกย่อยจะเป็นไง ใจความก็คือ เด็กไปเห็นครูจู๋จี๋กับชาย ครูแค้นไม่พอใจ
จึงวางยา และตามมาขู่เด็ก

จริงๆ แล้วอาจมีรายละเอียดลึกๆกว่านี้ที่เราไม่ทราบ ถ้าอ่านข่าวตามที่นสพ.เสนอมา ก็เห็น
ด้วยว่าจุดผิดพลาดอยู่ น้ำหนัก ความสมเหตุสมผลน้อย


จากคุณ : พี 32 - [ 26 ก.ย. 45 22:47:46 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 14

ทะแม่งๆนะ ว่ามั้ย เมื่อกี้ดูข่าวแลเด็ก2คนนั้นหน้าชื่นตาบานมากๆ ตอนพบตำรวจน่ะ

จากคุณ : แมงสะเงะ - [ 26 ก.ย. 45 23:12:02 A:203.113.80.137 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 15

เหมือนละครน้ำเน่า

จากคุณ : กีต้าร์-กีต้าร์-กีต้าร์ - [ 27 ก.ย. 45 00:02:49 ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 16

ครูอาจต้องการยืมมือเด็ก...ไปฆ่าเด็กอีกคนก็ได้นะ
สามารถปิดปากเด็กคนที่วางยาได้เพราะมีส่วนร่วมในการฆ่าเด็กอีกคนด้วย....ถ้าฆ่าเองก็ติดคุกคนเดียว...ขู่เด็กสบายใจจัง..........นี่คิดในแง่ที่ความจริงเด็กไม่เลวนะคะถ้าเด็กไม่ดีเองก็.....เฮ้อ.......hell


จากคุณ : สมเมี้ยว - [ 27 ก.ย. 45 00:16:40 A:202.183.201.136 X: ]
 
 

ความคิดเห็นที่ 17

เราก็ว่าแปลกๆ กลัวเด็กจะพูด แต่วิธีการปิดปากเด็กมันเป็นการขยายเรื่องให้ยาวขึ้น ถ้าเป็นนักวางแผนก็เป็นละครนำ้เน่ามากเลย รอดูเหตุการณ์ไปก่อนดีกว่า เราคลุกคลีกับเด็ก อายุ 4-10 ขวบมา18 ปีเต็ม(เริ่มเข้า ปี 19) อย่าคิดว่าเด็กไม่โกหก เด็กรู้นะว่าอะไรเป็นอะไร เด็กบางคนวางแผนแยบยลมาก ผู้ใหญ่อย่างเราตามไม่ทัน ก็แล้วกัน เด็กน่าจะมีบางอย่างที่ปิดบังเราอย่างแน่นอน

จากคุณ : ตะวันออก - [ 27 ก.ย. 45 00:16:55 A:203.149.6.212 X:10.0.4.226 ]
 
 



กระทู้ยอดนิยม

ความคิดเห็น :
ชื่อ / e-mail : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : ( gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf )
 
PANTIP Toys