พ่อพาลูก ป.6 แจ้งจับครู "วางยาพิษ" หวังปิดปาก ฐานเห็นครูพลอดรัก ใน ร.ร. !! คุณคิดกับข่าวนี้เหมือนเดี๊ยนมั้ย

    ข่าวจาก นสพ. คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 26 ก.ย. 2545


    พ่อเด็กนักเรียน ป.6 นำลูกสาวขึ้นโรงพักศรีประจันต์ แจ้งความเอาผิดครู บังคับลูกศิษย์วางยาพิษ ในปิ่นโตอาหารกลางวันถึง 8 ครั้ง หวังปิดปาก เดชะบุญรอดตาย เพราะเพื่อนแอบกระซิบบอกทุกครั้ง เชื่อสาเหตุไปเห็นครูพลอดรัก กับผู้ชายในโรงเรียน เหยื่อแฉถูกแม่พิมพ์โหด จ้างชายฉกรรจ์ 3 คนข่มขู่และชกท้องจนสลบ ก่อนจะนำไปมัดกับต้นยางในป่าข้างบ้าน ด้านครูที่ถูกกล่าวหาปฏิเสธ ลั่น ถูกเพื่อนครูด้วยกันกลั่นแกล้ง ส่วนตำรวจเตรียมนำสารที่ถูกระบุ ว่าใส่ลงไปในอาหารไปพิสูจน์ คาดรู้ผลภายใน 1 สัปดาห์


    คดีแม่พิมพ์ของชาติ ถูกลูกศิษย์แจ้งความวางยาพิษ เปิดเผยเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 25 ก.ย.นายสุพรรณ ดีสม อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83/1 หมู่ 2 ต.วังยาง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ได้พา ด.ญ.กุ้ง นามสมมติ อายุ 12 ปี บุตรสาว นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนวัดไก่เตี้ย ต.วังยาง และด.ญ.อุ๊ นามสมมติ อายุ 12 ปี ซึ่งเรียนอยู่ห้องเดียวกัน เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.สมจิตร เจริญสลุง ร้อยเวร สภ.อ.ศรีประจันต์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับครูผู้หญิงคนหนึ่งในโรงเรียนแห่งนี้โดยกล่าวหาว่าเป็นผู้บังคับ ด.ญ.อุ๊ ให้นำยาพิษไปใส่ในปิ่นโตอาหารกลางวันของ ด.ญ.กุ้ง

    ด.ญ.กุ้ง ให้การกับตำรวจว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 11.00 น.ได้ออกจากบ้านเพื่อไปซื้อขนม ซึ่งต้องผ่านโรงเรียน ระหว่างที่เดินผ่านห้องสมุดเห็นประตูเปิดอยู่ จึงเดินเข้าไปดูทางหน้าต่างก็พบว่า ครูผู้หญิงรายนี้ อยู่ในห้องโดยมีผู้ชาย ที่ไม่เคยเห็นหน้าอยู่ในห้องด้วย จึงแอบดูอยู่ประมาณ 30 นาที ก็เห็นครูกอดจูบอยู่กับผู้ชาย ระหว่างนั้น ด.ญ.อุ๊ ผ่านมาพอดีจึงตะโกนเรียก ทำให้ครูได้ยินออกมาดู พวกเธอจึงวิ่งหนี

    ด.ญ.กุ้งให้การต่อไปว่าจนกระทั่งวันที่ 9 ก.ย.โรงเรียนเปิดก็ไปเรียนตามปกติ ครูผู้นี้ ได้เรียก ด.ญ.อุ๊ ไปพบและบังคับให้นำยาผงสีฟ้าไปใส่ในปิ่นโตข้าวกลางวันของด.ญ.กุ้ง เมื่อ ด.ญ.อุ๊ โรยยาลงไปในปิ่นโตข้าวแล้วก็รีบแอบมาบอก ด.ญ.กุ้งว่า อย่ากินข้าวกลางวันในปิ่นโต เพราะครูได้ใช้ให้เอายาผงมาโรยในปิ่นโตข้าว และเกรงว่าจะเป็นยาพิษ จึงเกิดความกลัวว่าจะเป็นยาพิษจริงๆ จึงไม่ยอมไม่กินข้าว หลังจากนั้น ครูรายนี้ก็บังคับให้ ด.ญ.อุ๊ แอบเอายามาโรยในอาหารกลางวันของเธอทุกวันรวม 8 ครั้ง ซึ่ง ด.ญ.อุ๊ ก็มาบอกทุกครั้ง จึงไม่ได้กินข้าว

    ด.ญ.กุ้ง เล่าต่อว่า ต่อมาวันที่ 19 ก.ย.ได้หยุดเรียนเนื่องจากชุดนักเรียนเปียกฝน และเวลาประมาณ 14.00 น.ได้เดินออกมาซื้อขนมระหว่างทาง ซึ่งเป็นป่ายางทึบห่างจากบ้านประมาณ 200 เมตร ได้มีรถตู้สีฟ้า ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ภายในรถมีผู้ชาย 3 คน และผู้หญิง 2 คนสวมหมวกไอ้โม่งคลุม โดยผู้ชาย 3 คน จำไม่ได้แต่ทุกคนถือมีดอยู่ในมือ ส่วนผู้หญิง 2 คนก็สวมหมวกไอ้โม่งด้วย ได้ถือมีดเข้ามาขู่และพูดว่า ห้ามนำเรื่องที่ครูกอดจูบกับผู้ชายไปบอกใคร ไม่งั้นจะฆ่าให้ตาย พร้อมกับเอามีดฟันต้นยางให้ดู ซึ่ง ด.ญ.กุ้งอ้างว่าจำเสียงผู้ที่พูดได้ว่าเป็นครูที่แอบไปเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

    ส่วนผู้หญิงอีกคนที่มาด้วยก็คือ ด.ญ.อุ๊ เพราะถูกครูบังคับให้มาด้วย หลังจากนั้นก็มีผู้ชายเข้ามาจับและชกที่ท้องน้อย 2 ครั้งจนสลบ มาตื่นอีกทีประมาณ 05.00 น.ของวันที่ 20 ก.ย.ก็พบว่าตัวเองถูกมัดอยู่กับต้นยาง จึงพยายามดิ้นรนร้องขอความช่วยเหลือ จนกระทั่งมีชาวบ้านผ่านมาช่วยแก้มัด พร้อมกับพาส่งบ้านจึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้นายสุพรรณ ผู้เป็นพ่อฟังและพาเข้าแจ้งความ

    ส่วน ด.ญ.อุ๊ กล่าวถึงสาเหตุการเอายาใส่ปิ่นโตข้าวของ ด.ญ.กุ้ง ด้วยน้ำตานองหน้าว่า ถูกบังคับจากครูผู้นี้โดยถูกขู่ว่า ถ้าไม่ทำจะฆ่าให้ตาย แต่เมื่อทำไปแล้วก็กลัวเพื่อนตายอีก จึงแอบไปบอกเพื่อนทุกครั้ง เพราะคิดว่ายาดังกล่าวน่าจะเป็นยาพิษ และเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ระหว่างที่เรียนหนังสือตามปกติ ครูผู้นี้ให้ขึ้นรถตู้ไปด้วยกันโดยมีผู้ชายในรถ 3 คน ไปจอดที่ป่ายางทางเข้าบ้านของ ด.ญ.กุ้ง ซึ่งเป็นทางเปลี่ยวไม่มีคนผ่าน รอจนกระทั่ง ด.ญ.กุ้ง เดินออกมา ครูผู้นี้ จึงได้สั่งให้ผู้ชาย 2 คนจับตัวพร้อมกับขู่จะฆ่าถ้านำเรื่องทั้งหมดไปเล่าให้คนอื่นรู้ และผู้ชายก็ชกที่ท้องจนด.ญ.กุ้ง สลบ หลังจากนั้นก็ถูกบังคับให้ใช้ผ้าที่มียาสลบโปะที่จมูกของ ด.ญ.กุ้ง อีกครั้ง ก่อนที่ชายสองคน จะจับด.ญ.กุ้ง มัดไว้กับต้นยาง แล้วก็แยกย้ายกันกลับ โดยชาย 3 คนขับรถตู้ไปส่งครูผู้นี้และเธอที่โรงเรียน โดยครูผู้นี้ ยังขู่ว่าถ้าพูดมากจะเป็นแบบ ด.ญ.กุ้ง ด้วยความกลัวจึงไม่กล้าบอกใคร

    ด้านนายสุพรรณ ดีสม พ่อของ ด.ญ.กุ้ง กล่าวว่า มีอาชีพทำนาซึ่งต้องใช้สารพิษต่างๆ มากมายในการฆ่าแมลง และตัวยาที่นำไปให้ตำรวจเป็นผงสีฟ้าคล้ายยาเลนเนท ซึ่งเป็นยาฆ่าแมลง ฆ่าหญ้า เรื่องนี้จะไม่ยอมเด็ดขาดจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด และที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาอะไรกับครูผู้นี้ แต่ทำไมต้องมาทำกับลูกสาวขนาดนี้ ทั้งที่เด็กก็เป็นลูกศิษย์โชคดีที่ ด.ญ.อุ๊ แอบไปบอกทุกครั้งที่ใส่ยา ไม่เช่นนั้นคงเสียลูกสาวไปแล้ว

    พ.ต.ต.สมจิตร กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งตัวยาไปพิสูจน์ ที่กองพิสูจน์หลักฐานว่าเป็นยาพิษหรือไม่ คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์ จะทราบผล เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการ และผู้กล่าวหาก็เป็นเยาวชน ดังนั้นทางกองพิสูจน์หลักฐาน ก็คงจะต้องเร่งตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เพื่อจะได้หาข้อสรุป

    ด้านครูสาวที่ถูกกล่าวหา กล่าวว่า ไม่ขอพูดอะไร แต่เรื่องทั้งหมดยืนยันว่าไม่รู้เรื่องและถูกกลั่นแกล้ง เพราะมีปัญหากับครูในโรงเรียนเดียวกันที่คอยจ้องจับผิด เนื่องจากเป็นคนตรง จนได้รับความไว้วางใจจากนายณัฐภูมิ เล็กถวิลวงศ์ อาจารย์ใหญ่ ให้รักษาการเมื่อเวลาไปราชการ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 7 ก.ย.ก็ไม่ได้อยู่ที่โรงเรียน เนื่องจากไปวันเกิดสามีที่ จ.ราชบุรี มากล่าวหาว่าอยู่โรงเรียนได้อย่างไร

    ต่อมาเวลา 14.00 น.นายสุพรรณ ได้นำ แด.ญ.กุ้ง และด.ญ.อุ๊ เดินทางเข้าพบนายกิจ เกียรติสมกิจ ผู้อำนวยการ การประถมศึกษาประจำจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายณัฐภูมิ เล็กถวิลวงศ์ อาจารย์ใหญ่วัดไก่เตี้ย มาด้วย ซึ่งภายหลังนายกิจได้รับทราบเรื่องทั้งหมดแล้วได้ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า หากเป็นอย่างนั้นจริงก็จะต้องตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงอีกทาง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
    ________________________________________

    จากคุณ : ค๊า - [ 26 ก.ย. 45 19:09:50 ]


 
 



กระทู้ยอดนิยม


ความคิดเห็น :
ชื่อ / e-mail : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : ( gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf )
 
PANTIP Toys