◀ Previous Next ▶ Up ▲

witpoko.com


    เตือนภัยร้านตุ้มหูย่านสยามสแควร์

    ได้ FW mail มา ถ้าใคร Post แล้วก็ขออภัย แจ้งลบได้ค่ะ
    >เรื่อง: Fw: เตือนภัยร้านตุ้มหูย่านสยามสแควร์
    >เตือนภัยร้านตุ้มหูย่านสยามสแควร ์เรื่องจริง จากรุ่นน้องเราเอง Shane
    >เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวฉันเองเลยอยากจะขอเตือนเพื่อนๆท
    >ุกคนที่เดินแถว CENTER POINT’ 
    >เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2545 เวลาประมาณบ่ายโมง
    >ฉันและเพื่อนหญิงอีกหนึ่งคนได้เดินผ่านไปที่ร้านตุ้มหู ชื่อ โอ แอนด์ พาร์
    >เครื่องเงินแท้ กลางสยามสแควร์ซอยสาม
    >เป็นร้านตุ้มหูใหญ่หัวมุมตรงซอยที่ตัดผ่าน ไปเชื่อมกลางเซ็นเตอร์พอยท์
    >และได้พบเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน คือ
    >
    >ตอนที่ฉันเลือกตุ้มหูอยู่ มีโทรศัพท์เข้ามามือถือฉัน
    >จากพี่ที่รู้จักกันซึ่งเป็นนักการทูต ฉันรับสายและเลือกตุ้มหูไปด้วย
    >คุณคงจะนึกภาพตุ้มหูที่เป็นเพชรเล็กๆ
    >ที่ใส่จมูกที่ปักเรียงกันอยู่บนแผงตั้งโต๊ะสีดำออก ฉันแค่เอามือจับ
    >ไม่ได้ดึงตุ้มหูออกมาซึ่งเป็นธรรมดาที่ลูกค้าร้านตุ้มหูทำเวลาเลือก 
    >แต่..........เพชรที่ติดอยู่ที่ต้มหูของร้านโอแอนด์พาร์ดังกล่าวเกิดหลุดออก
    >มาเอง
    >
    >และเรื่องก็มีอยู่ว่า
    >คนขายตุ้มหู : เป็นไงล่ะ ก็บอกแล้วว่าจะหยิบให้ ดันดึงออกเองหลุดเลยเห็นป่ะ
    >จ่ายมาเลย
    >ฉัน : ยังไม่ได้ดึงเลยค่ะ  แค่จับเฉยๆ ของมันคงหลุดอยู่แล้ว
    >ยังนี้คงจ่ายไม่ได้นะคะ
    >คนขาย : อ้าว ก็มัวแต่แหกปากคุยโทรศัพท์อยู่นั่นแหละ
    >ก็กูบอกแล้วว่าจะเอาให้  เสือกดึงเอง ยังไงก็ต้องจ่าย
    >ฉัน : พูดจาไม่ดีเลยนะคะ มาว่าแหกปากได้ไง ฉันไม่ได้แหกปาก
    >แค่คุยโทรศัพท์เฉยๆ
    >คนขาย : ก็ถ้าไม่แหกปากก็ต้องได้ยินกรูบอกว่าจะเอาให้ดิ ยังไง:-)ก็ต้องจ่าย
    >ฉัน  : อ้าว ยิ่งพูดจาไม่ดี
    >ปากหมายังนี้ยิ่งจ่ายไม่ได้นะฉันไม่ได้ทำหลุดด้วย
    >แล้วมันหลุดอย่างนี้ถ้าจะให้จ่ายคงจ้องเรียกตำรวจนะคะ
    >
    >ว่าแล้วฉันก็เริ่มเดินจากไปกับเพื่อน
    >แต่ทันใดนั้นคนขายอีกคนในร้านก็ตะโกนสั่งคนขายอีกคนว่า “ ไปลากมันมา “ 
    >ฉันบอกให้เพื่อนรีบโทรเรียกตำรวจ แต่ยังไม่ทันได้โทร
    >คนขายผู้หญิงที่ว่าฉันแหกปากก็วิ่งตามมาฉุกกระชากและลากฉันกลับไปที่ร้าน
    >เพื่อนฉันกลัวก็รีบขอร้องให้เค้าปปล่อยโดยพูดว่า “ พี่พูดกับเพื่อนหนูดีๆ 
    >ก็ได้ ไม่ต้องมาใช้กำลังกันอย่างนี้” แต่คนขายก็ไม่มีที่ท่าว่าจะปล่อย
    >กลับบีบรัดแขนฉันแรงขึ้นเหมือนกับจะฆ่ากันให้ตาย 
    >
    >ฉันเริ่มกลัวและบอกว่า  : นี่ปล่อยฉันเถอะ ทำไมต้องใช้กำลัง พูดกันดีๆสิ 
    >ฉันก็จะเดินไปจ่ายอยู่นี่ไง ไม่ไต้องมันทำร้ายกัน
    >คนขาย : อ๋อ อีสัตว์ ตัว:-) เห้... มา กใช่มั๊ยกรู ถึงจับไม่ได้
    >โธ่ถ้าจะจ่ายทำไมต้องเดินหนีด้วยวะ อีเห้..
    > ฉัน : ก็ฉันบอกแล้วว่าจะจ่ายแต่ขอเรียกตำรวจก่อน
    >ใช้วาจาหมิ่นประมาทและทำร้ายร่างกาย อย่างนี้มันมีที่ไหนล่ะ ปล่อย 
    >ฉันจ่ายก็ได้ ปล่อย
    >
    >คนขายเริ่มปล่อยฉันแล้วฉันก็จ่ายค่าตุ้มหูให้
    >พอฉันเดินจากไปก็ถูกด่าตามด้วยคำไม่สุภาพมากๆ
    >พอกลับมาบ้านฉันเล่าเรื่องให้พี่และแม่ฟัง 
    >พร้อมกับให้ดูรอยบวมแดงที่ข้อมือ พี่และแม่จึงปรึกษาทนายและพาไปแจ้งตำรวจ
    >และนำตัวคนขายพร้อมทั้งเถ้าแก่ร้านโอแอนด์พาร์มาที่โรงพัก
    >สุดท้ายคนขายยอมเอ่ยปากขอโทษ 
    >แต่สีหน้าของเจ้าหล่อนไม่ได้แสดงความสำนึกผิดเลย
    >ซ้ำยังทำปากเบะและทำสายตาเหมือนตัวละครในหนังน้ำเน่าซึ่งฉํนพี่และแม่ไม่เคย
    >คิดมาก่อนว่าจะมีคนแบบนี้ในชีวิตจริง
    >จริงๆแล้วแม่และพี่สาวฉันไม่ให้ฉันยอมความ
    >เพราะอยากให้คนขายสำนึกว่าการกระทำของตัวเองนั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
    >และไม่อยากให้เค้าทำแบบนี้กับเด็กคนอื่นอีก
    >แต่สุดท้ายเราจำเป็นต้องยอมความ 
    >เพราะหากต้องขึ้นศาลฉันจะไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้
    >ซึ่งฉันเรียนอยู่ที่ต่างประเทศ หวังว่าอีเมลล์นี้จะเตือนใจเพื่อนๆ พี่ๆ
    >และน้องๆ
    >คนไทยเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้นในสังคมไทยแม้จะดูเป็นเรื่องเล็
    >กๆ ก็ตาม
    >เพราะหากเกิดแต่เรื่องแบบนี้แล้วเราไม่ช่วยกันแก้ไขก็กลายเป็นเป็นปัญหาใหญ่
    >ได้
    >
    >สุดท้ายนี้ขอฝากให้คนไทยทุกคนตระหนักถึงสิทธิและเสรีภาพของตัวเองที่ระบุไว้
    >ในรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะในฉบับใหม่เพื่อมิให้ใครมาละเมิด
    >และยังช่วยสร้างสรรค์และยกระดับสังคมของเราให้ทัดเทียมอาณาอารยประเทศ
    >

    จากคุณ : moonmoon - [ 23 ก.ย. 45 16:39:33 ]

 
 



กระทู้ยอดนิยม