ประวัติวงคาราบาว

“คาราบาว” ก่อตั้งโดยเพื่อ 3 คน ที่ไปเรียนด้วยกันที่ประเทศฟิลิปปินส์
ได้แก่ “ยืนยง โอภากุล” (แอ๊ด), “กีรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร” (เขียว)
และ “สานิตย์ ลิ่มศิลา” (ไข่) แอ๊ดกับเขียวไปเรียนวิชา สถาปัตยกรรม
ศาสตร์ พอกลับมาเมืองไทย แอ๊ดได้งานเป็นสถาปนิกที่การเคหะแห่งชาติ
แต่ไม่นานก็ลาออกมาตระเวนเล่นดนตรีตอนกลางคืนกับเขียว และไข่ โดยใช้ชื่อวงว่า “คาราบาว” คำว่า “คาราบาว” เป็นภาษาตากาล็อก ภาษา
ประจำชาติของฟิลิปปินส์ มีความหมายว่า “ควาย” สาเหตุที่ใช้ชื่อนี้ เพราะ
แอ๊ดต้องการสื่อถึงการต่อสู้ที่มีความ “อึด” และ “ทน” ทางความคิด ผ่าน
ทางบทเพลงที่เขาเขียนขึ้น


ปี 2521
ไข่เลิกเล่นดนตรีไปรับเหมาก่อสร้าง

ปี 2524
อัลบั้ม “ขี้เมา” คือ ผลงานชุดแรกของวงคาราบาว
ที่ออกโดยแอ๊ด และเขียว หลังจากนั้นไม่นาน
“ปรีชา ชนะภัย” (เล็ก)
ซึ่งเป็นเพื่อนแอ๊ดสมัยเรียนอยู่ที่อุเทนถวาย ก็ได้ลาออกจากวง
เพรสซิเดนท์ เข้ามาร่วมในวงคาราบาว

ปี 2525
ออกอัลบั้ม “แป๊ะขายขวด” ชุดนี้มี เล็ก มาเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้น
อีกหนึ่งคน อัลบั้มชุดนี้ทำกับ บริษัทพีค็อก ออกเทปมาประมาณ 20,000
ม้วน ต่อมากลายเป็นอัลบั้มที่มีการซื้อขายในกลุ่มนักสะสมเทปด้วยราคา
สูงถึง 2,000 บาท ผ่านไป 2 อัลบั้ม ถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จเท่าไร

ปี 2526
ออกอัลบั้ม “วณิพก” ซึ่งเพลงวณิพกนี่เอง
ที่ทำให้วงคาราบาวเป็นที่รู้จักมากขึ้น
ด้วยจังหวะเพลง และเนื้อหาที่แปลกไปจากเพลงไทยในสมัยนั้น
ถัดมาไม่กี่เดือนก็ออกอัลบั้ม “ท.ทหารอดทน”
มีนักดนตรีรับเชิญมาร่วมสร้างสีสันดนตรีให้แน่นขึ้น มีเพลงฮิตคือ
ทินเนอร์ กับ ท.ทหารอดทน หลังจากออกอากาศได้ไม่นานก็โดนแบน

ปี 2527
ออกอัลบั้ม “เมด อิน ไทยแลนด์” ซึ่งถือเป็นสุดยอดอัลบั้ม
ประวัติศาสตร์ของวงคาราบาว และของประเทศไทยมียอดขายสูงกว่า 3
ล้านชุด ด้วยบทเพลงที่ดังทั้งชุด รวมถึงบุคคลิกของสมาชิก และการแสดง
บนเวทีที่ไม่เหมือนใคร ส่งผลให้ความแรงของผลงานชุดนี้ ไม่ได้หยุด
อยู่แต่เฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น แต่โด่งดังไปทั่วแถบภูมิภาคเอเชีย
รวมทั้งอเมริกา และเยอรมัน ต่างก็รู้จักวงคาราบาวเป็นอย่างดี

ปี 2528
วงคาราบาวเปิดการแสดงคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ “ทำโดยคนไทย”
ที่สนามกีฬาเวโลโดรม หัวหมาก เป็นคอนเสิร์ตที่มีผู้ร่วมชมมากกว่า
50,000 คน และได้รับการเรียกขานว่าเป็น “เหตุการณ์ประวัติศาสตร์
ทางดนตรีกลางแจ้ง” และเป็นยุคที่คาราบาวมีสมาชิก 7 คน เรียกว่า
“สมาชิกยุคคลาสสิก” ได้แก่


- ยืนยง โอภากุล (แอ๊ด)
- กีรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร (เขียว)
- ปรีชา ชนะภัย (เล็ก)
- เทียรี่ เมฆวัฒนา (รี่)
- นุพงษ์ ประถมปัทมะ (อ๊อด)
- อำนาจ ลูกจันทร์ (เป้า)
- ธนิศร์ ศรีกลิ่นดี (อาจารย์)

- ธนิศร์ ศรีกลิ่นดี (อาจารย์)


หลังจากอัลบั้ม “เมด อิน ไทยแลนด์” วงคาราบาวยังคงยืนหยัดมีผลงาน
ออกมาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ อีกทั้งดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องปกติ ที่ทุก
อัลบั้มจะต้องมีเพลงถูกสั่งระงับการออกอากาศ

ปี 2531 ออกอัลบั้มชุด “ทับหลัง” ผลงานชุดสุดท้ายที่สมาชิกคาราบาวยุค
คลาสสิกทำงานร่วมกัน ก่อนจะแยกย้ายกันไป คงเหลือแต่ แอ๊ด อ๊อด เล็ก
ที่เป็นสมาชิกดั้งเดิมอยู่ โดยมีนักดนตรีคนอื่นๆ ที่มีฝีมือมาเล่นแทนใน
ตำแหน่งของสมาชิกที่ออกไป

ปี 2538 ครบรอบ 15 ปี ที่มีการตั้งวงคาราบาว สมาชิกยุคคลาสสิกกลับมา
รวมตัวทำงานร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง ออกอัลบั้มชุด “คาราบาว 15 ปีหากหัวใจ
ยังรักควาย” พร้อมทั้งตระเวนเล่นคอนเสิร์ตทั่วประเทศ ก่อนแยกย้ายกัน
ไปในเวลาต่อมา

ปัจจุบันแอ๊ดยังคงเดินหน้าทำงานสร้างสรรค์จุดประกายความคิดทางสังคม
ผ่านเสียงเพลงต่อไปกับวงคาราบาว อ๊อดอยู่กับวงตลอด ร่วมกับ “ลือชัย
งามสม” (ดุก), “ชูชาติ หนูด้วง” (โก้), “ขจรศักดิ์ หุตะวัฒนะ” (หมี), “ศยาพร
สิงห์ทอง” (น้อง), เล็ก และเทียรี่ก็ได้หวนกลับมาเล่นกับคาราบาวอีกครั้ง
ในอัลบั้มล่าสุด

ปี 2546 เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีสมาชิกคาราบาวทุกยุคจะกลับมารวมตัว
กันเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อร่วมสร้างตำนานอันยิ่งใหญ่ ในคอนเสิร์ต “20 ปี
คาราบาว เรื่องราวของกลุ่นคน ดนตรี และเขาควาย”

ภาพและข้อมูลจาก  thaiticketmaster.com

 

20 ปีคาราบาว เรื่องราวของกลุ่มคน ดนตรี และเขาควาย
การรวมตัวครั้งสุดท้ายของคาราบาวครบวงทุกยุค


“20 ปี คาราบาว เรื่องของกลุ่ม
คนดนตรี และเขาควาย” ซึ่งเป็นการรวมตัวกันครั้งสุดท้าย
ของสมาชิกคาราบาวทั้งหมดตั้งแต่ยุคก่อตั้งจนถึงปัจจุบันใน
วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2546 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติติ์
เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 20 ปี ของคาราบาววงดนตรีเพื่อ
ชีวิตซึ่งกลายเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจ

ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 18 ปีที่แล้ว ในวันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์
2528 วงคาราบาว และผู้ชมกว่า 50,000 คน ที่มาร่วมชม
คอนเสิร์ตทำโดยคนไทย ในสนามกีฬาเวโลโดรม หัวหมาก
ได้ร่วมกันสร้างเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ทางดนตรีกลางแจ้ง
ซึ่งกลายเป็นภาพที่ยังคงอยู่ในความทรงจำ และเป็นตำนาน
เล่าขานไม่รู้จบ

ความพิเศษของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ว่ามีอยู่ด้วยกัน 6 ประการ คือ

ประการที่ 1 บัตรคอนเสิร์ตได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ
สำหรับแฟนเพลงคาราบาวพร้อมอภินันทนาการซีดีรอมเนื้อ
เพลง และคอร์ดกีต้าร์ ครบทุกอัลบั้ม โดยผ่านการตรวจสอบ
ความถูกต้องเรียบร้อยจากวงคาราบาว เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก
ได้ตลอดไป


ประการที่ 2 ดนตรีสนับสนุนแบบออเครสตร้ากว่า 40 ชิ้น
ด้วยระบบเสียงที่ดีที่สุดเท่าที่เคยแสดงมา ออกแบบ และกำกับดนตรีโดย “เล็ก คาราบาว”
และ”สราวุธ เลิศปัญญานุช” ซึ่งเคยฝากผลงานสร้างชื่อมาแล้ว
จาก ละครเพลงบัลลังก์เมฆ คอนเสิร์ตพลังแผ่นดิน

ประการที่ 3 สมาชิกคาราบาวทุกยุค ตั้งแต่ยุคก่อตั้งจนถึง
ปัจจุบัน จะกลับมารวมตัวกันแบบครบวง

ประการที่ 4 ภาพยนตร์ประกอบเพลงคาราบาวแบบพาโน
รามา กับเพลงประวัติศาสตร์ เรฟูจี, ทับหลัง และเจ้าตาก
จากการกำกับของ “สุรัสวดี เชื้อชาติ” (มาม่า บลูส์) ผู้กำกับ
ภาพยนตร์โฆษณาเครื่องดื่มคาราบาวแดง

ประการที่ 5 แขกรับเชิญกับเพลงพิเศษ อาทิ หงา คาราวาน,
พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ, พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ ฯลฯ

ประการที่ 6 คอนเสิร์ต “20 ปี คาราบาว เรื่องราวของกลุ่ม
คน ดนตรี และเขาควาย” คือ งานคืนสู่เหย้าของแฟนเพลง
คาราบาวในคอนเสิร์ต “ทำโดยคนไทย” ที่สนามกีฬา
เวโลโดรม หัวหมาก เมื่อ 18 ปีก่อน ซึ่งจะหวนกลับมาร่วมกัน
สร้างบรรยากาศอีกครั้ง

เตรียมพบกับปรากฏการณ์คอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ “20 ปี
คาราบาว เรื่องราวของกลุ่มคน ดนตรี และเขาควาย”

เตรียมพบกับปรากฏการณ์คอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ “20 ปี
คาราบาว เรื่องราวของกลุ่มคน ดนตรี และเขาควาย”
คอนเสิร์ตจะมีในวันที่21 และ 22 กุมภาพันธ์ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
บัตรราคา
2,000 บาท / 1,500 บาท / 800 บาท
มีจำหน่ายที่บูธ thaiticketmaster ทุกสาขา 

<< Back